“พิพัฒน์” แถลงสาเหตุเครนถล่ม “ไฮสปีดไทย-จีน” ผู้รับเหมาบกพร่อง ไม่แจ้งปิดเดินรถไฟ โยนบอร์ด ร.ฟ.ท.เคาะเลิกสัญญา อิตาเลียนไทย 29 ม.ค.นี้ ส่วนพระราม 2 หาสาเหตุไม่เจอ ถกบัญชีกลาง เพิ่มโทษหนัก
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีเครนก่อสร้าง 2 สัญญา ของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ตกทับขบวนรถไฟ
ระบุว่ามาจาก 2 สาเหตุ 1.เกิดจากผู้รับเหมาไม่แจ้งปิดเส้นทางเดินรถไฟเพื่อดำเนินการก่อสร้าง และ 2.อุปกรณ์ที่นำมาใช้งานขาดการตรวจสอบความพร้อม ส่วนการยกเลิกสัญญาเป็นอำนาจของคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในการลงมติจะประชุมบอร์ดในวันที่ 29 มกราคมนี้
ส่วนความคืบหน้ากรณีคานปูนและเครนก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M 82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 ที่ถล่มลงมาบนถนนพระราม 2 ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากการก่อสร้างได้หยุดทำงานตั้งแต่เวลา 05.00 น. และมีการคืนพื้นผิวให้มีการจราจรแล้วในเวลาเกิดเหตุ โดยเบื้องต้นมีการรวบรวมหลักฐานและสันนิษฐานว่า สาเหตุอาจมาจากจุดรองรับด้านหน้าของคานทรุดตัวลง ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดด้านพฤติกรรมโครงสร้าง กลไกการรับน้ำหนัก และลำดับการวิบัติ
“วันนี้ครบกำหนด 7 วัน ตามที่นายกรัฐมนตรีกำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว กระทรวงคมนาคมได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลใน 15 วัน”
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า กรมทางหลวงจะปิดพื้นที่การจราจรถนนพระราม 2 ที่ได้รับความเสียหายจนกว่าการก่อสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จ เนื่องจากข้อกังวลต่อความปลอดภัยของประชาชน โดยกรมทางหลวงได้ดำเนินการรื้อถอนโครงสร้างเหล็ก ชิ้นส่วนที่ติดค้างบนสะพานเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันเร่งรื้อถอนเครน Launching Gantry (LG) ที่กระแทกสะพาน 2 ช่วง ที่ได้รับความเสียหายและเร่งดำเนินการแก้ไ
โดยจะใช้เวลาทั้งหมด 60 วัน หลังจากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ได้สั่งให้บริษัท อิตาเลียนไทยฯ หยุดดำเนินการในทุกสัญญาของมอเตอร์เวย์ M82 การดำเนินงานครั้งนี้จะตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น หากจะต้องใช้เครน LG จะมีการตรวจสอบสภาพอีกครั้ง พร้อมสั่งการให้บริษัทติดตั้งระบบตรวจวัดสุขภาพโครงสร้าง และเปลี่ยนทีมดำเนินงานใหม่ โดยจะต้องใช้บริษัทอื่นที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับความเชื่อถือ
“ระหว่างนี้กระทรวงคมนาคมได้มีการส่งหนังสือถึงบัญชีกรมกลางใน 2 กรณี ได้แก่ 1.บทลงโทษผู้รับเหมาในกรณีอุบัติเหตุบนพื้นที่สาธารณะอันก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนจนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการตัดแต้ม ลดขั้น หรือขึ้นบัญชีดำลงในสมุดพกผู้รับเหมา และ 2.ปรับเพิ่มอัตราค่าปรับกรณีก่อสร้างไม่เสร็จตามกำหนดให้สูงมากขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งปัจจุบันอัตราค่าปรับสูงสุดอยู่ที่ 0.2% ของมูลค่าโครงการ” นายจิระพงศ์กล่าว
นายสุเมธ สุรบถโสภณ รองประธานบริหารอาวุโส บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กล่าวว่า บริษัทพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรับผิดชอบตามผลการตรวจสอบ โดยไม่มีข้อแก้ตัวและไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมรับผิดชอบต่อความผิดพลาดทุกประการ รวมถึงให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ 2 โครงการอยู่ช่วงเร่งรัดก่อสร้างให้เสร็จตามแผนบริษัทจึงเช่าเครื่องจักรเพิ่มเติมบางจุด แต่ผ่านการตรวจสอบจากที่ปรึกษาและผู้ควบคุมงานก่อนใช้งาน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุจากความบกพร่องในขั้นตอนการปฏิบัติงานของบุคคล หรือเหตุสุดวิสัย ซึ่งบริษัทพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรับผิดชอบตามข้อเท็จจริง