BOIหนุนเมืองนวัตกรรมEECi “สุวิทย์” นำร่องอุทยานวิทยาศาสตร์6แห่ง
บอร์ดบีโอไอ อัดมาตรการหนุนลงทุน R&D หลังรอพื้นที่ EECi เสร็จปี”65 ด้านกระทรวงวิทย์ นำร่อง 6 อุทยานวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ พื้นที่ EECi อีก 1 แห่ง ส่วน Food Innopolis คาดขยายจาก 1 เป็น 9 แห่งได้
นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา อนุมัติเห็นชอบให้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนพื้นที่เขตส่งเสริมเฉพาะทางที่ได้ประกาศให้เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ขนาดพื้นที่ 3,000 ไร่ ที่ได้ถูกออกแบบรองรับด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กิจกรรมวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
โดยขณะนี้รอทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอพื้นที่เข้ามา จากนั้นทางบีโอไอจะประกาศให้เป็นพื้นที่เขตส่งเสริมการลงทุน เมื่อประกาศแล้วกิจการเป้าหมายที่ลงทุนพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับสิทธิประโยชน์บีโอไอเพิ่มเติมจากที่เคยได้ เช่น กิจการด้านการวิจัยหากได้รับการส่งเสริมยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ก็จะได้เพิ่มสิทธิการยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มอีก 2 ปี เป็น 10 ปี และยังได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5 ปี
เบื้องต้นคาดว่ากระทรวงวิทย์จะเสนอ พื้นที่ 7-8 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นกิจการเครื่องมือด้านการทดสอบ งานวิจัยที่เคลื่อนย้ายง่ายสามารถลงทุนนอกพื้นที่ EECiก่อนได้ แต่จะต้องยื่นขอรับการส่งเสริมภายในปี 2562 จากนั้นเมื่อพื้นที่ EECi ก่อนสร้างแล้วเสร็จนักลงทุนในกิจการต่าง ๆ ที่ลงทุนในพื้นที่ที่กระทรวงวิทย์เสนอมาจะต้องย้ายไปลงทุนในพื้นที่ EECi ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 หากไม่ย้ายถือว่าผิดเงื่อนไขจะถูกปรับลดสิทธิประโยชน์ทันทีเงื่อนไขอีกส่วนในกิจการลงทุนดังกล่าวยังต้องมีการพัฒนาบุคลากรไทยในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (S&T) ร่วมกับสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัยให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
“สาเหตุที่ต้องบังคับให้ลงทุน เพราะอยากให้กิจการด้านการพัฒนา นวัตกรรม วิจัยเข้ามาลงทุน ซึ่งตอนนี้คาดว่ามีเข้ามาคุยกับกระทรวงวิทย์จำนวนหนึ่งแล้ว ทำให้กระทรวงวิทย์ต้องเสนอขอขยายพื้นที่รองรับการลงทุนใหม่รอจนกว่า EECi จะเสร็จ ซึ่งพื้นที่ที่ทางกระทรวงวิทย์เสนอเข้ามาจะต้องมีการอนุมัติเพื่อประกาศเป็นเขตส่งเสริมการลงทุนก่อนจึงจะได้สิทธิตามที่กำหนด”
นอกจากนี้ บอร์ดยังพิจารณาเห็นชอบให้พื้นที่อีก 7 แห่งที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะประกาศเป็นเมืองนวัตกรรมอาหารหรือ Food Innopolis ให้เป็นเขตส่งเสริมการลงทุน นอกเหนือจากโครงการ Food Innopolis ที่ จ.ปทุมธานี
มาตรการดังกล่าวจะทำให้กิจการที่เข้าไปลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษจากบีโอไอ เป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของโลก และสนับสนุนโครงการเมืองนวัตกรรมอาหารของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)
ทั้งนี้ กิจการเป้าหมาย เช่น การวิจัยพัฒนาด้านเกษตรอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การปรับปรุงพันธุ์ และบริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ที่จะเข้าไปตั้งอยู่ในเมืองนวัตกรรมอาหารทั้ง 8 แห่ง นอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างน้อย 5-10 ปี
ตามหลักเกณฑ์พื้นฐานของแต่ละประเภทกิจการแล้ว ยังจะได้รับสิทธิเพิ่มเติมเป็นพิเศษ เช่น การลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5 ปี หรือเพิ่มจำนวนปีการยกเว้นภาษีเงินได้อีกด้วย เครือข่ายของเมืองนวัตกรรมอาหารจะกระจายอยู่ทั้งในส่วนกลาง เช่น อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและภูมิภาค เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
นอกจากนี้ บีโอไอยังเตรียมประกาศมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม S-curve ตัวที่ 11 หรืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ได้เสนอเข้าบอร์ดไปแล้วเมื่อเดือนที่ผ่านมา และได้ผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว จากนี้อยู่ในขั้นตอนการลงนามตามกระบวนการเพื่อที่รอประกาศเพิ่มเข้าไปบัญชีกิจการส่งเสริมการลงทุน จากนั้นก็จะมีผลทันที ระหว่างนี้หากมีนักลงทุนยื่นขอรับการส่งเสริมในกิจการที่ 11 นี้ มาตรการจะครอบคลุมหรือพิจารณาย้อนหลังให้นับตั้งแต่วันที่ประกาศ
ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคมี 5 แห่ง อุทยานวิทยาศาสตร์กลาง 1 แห่ง EECi 1 แห่ง ส่วน Food Innopolis ปัจจุบัน 1 แห่ง ซึ่งจะขยายอีก 9 แห่งทั่วประเทศ