เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ระดับน้ำโขงวิกฤติ! ผู้ใหญ่บ้านหนาดเผยระดับน้ำพุ่งพรวด 3 วัน 1 เมตร มาไวกว่าทุกปี

29 ก.ค. 2561 | 20:50น.

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขงเริ่มวิกฤติหลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ระดับแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 11 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติประมาณ 2 เมตร คือที่ระดับประมาณ 13 เมตร ส่งผลให้ลำแม่น้ำโขงสูง จนบางจุดล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และถนนริมแม่น้ำโขง เช่นเดียวกันกับพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม ได้รับผลกระทบหนัก ระดับน้ำโขงเพิ่มอย่างรวดเร็วจนล้นตลิ่ง ท่วมอาคารด่านจุดผ่อนปรนไทยลาว บ้านหนาด ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม ต้องขนย้ายสิ่งของวัสดุสำนักงาน ออกจากพื้นที่ รวมถึงมีการตัดระบบไฟฟ้า และย้ายระบบเครื่องปรับอากาศ ป้องกันความเสียหาย เพราะระดับโขงน้ำสูงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 50 เซนติเมตร

ขณะเดียวกันผลกระทบจากน้ำโขงเพิ่มระดับรวดเร็วจนล้นตลิ่ง ทำให้ลำน้ำสาขาสายหลักต่างๆ อาทิ ลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม ที่รับน้ำจากพื้นที่หลายอำเภอ ก่อนไหลลงแม่น้ำโขง เริ่มไหลระบายช้า เกิดปัญหาเอ่อล้น ท่วมขังพื้นที่การเกษตรแล้วหลาย 1,000 ไร่ ซึ่งหากระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นถึงจุดวิกฤติที่ ประมาณ 13 เมตร จะส่งผลกระทบหนัก เบื้องต้นทางจังหวัดนครพนม ได้ประกาศพื้นที่ประะสบภัยพิบัติ ให้การช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว จำนวน 7 อำเภอ ประกอบด้วย 1.อำเภอท่าอุเทน 2.อำเภอโพนสวรรค์ 3.อำเภอธาตุพนม 4.อำเภอเรณูนคร 5.อำเภอปลาปาก 6.อำเภอเมืองนครพนม 7.อำเภอบ้านแพง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย พร้อมประกาศเตือนให้พื้นที่เสี่ยงติดกับแม่น้ำสายหลัก เฝ้าระวังการเกิดปัญหาน้ำฉับพลัน

ด้าน นายพงศ์พันธ์ คำมั่น อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนาด หมู่ 2 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม เปิดเผยว่า ปีนี้ยอมรับระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แค่สามวันเพิ่มขึ้น กว่า 1 เมตร ถือว่าน้ำมาเร็วกกว่าทุกปีและเพิ่มระดับสูง ตอนนี้ล้นตลิ่ง ท่วมพื้นที่การเกษตร ถนนริมเขื่อนป้องกันตลิ่งแล้ว และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญมีอาคารสำนักงานด่านจุดผ่อนปรนชายแดนไทยลาว ที่ใช้เป็นจุดบริการ ข้ามแดน สร้างด้วยงบประมาณ ของจังหวัดนครพนม ถูกน้ำท่วม มีอุปกรณ์สำนักงานบางส่วนได้รับความเสียหาย ต้องเร่งขนย้ายสิ่งของออกจากอาคาร ตัดระบบไฟฟ้า รวมถึงต้องรื้อระบบแอร์ออกจากอาคาร ซึ่งอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางแก้ไขระยะยาว เพราะหากปล่อยไว้ให้เกิดน้ำท่วมทุกปี คงได้รับความเสียหาย ไม่คุ้มค่าการใช้งาน ยิ่งปีนี้น่าห่วงเรื่องระดับน้ำโขงมาก

 

 

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำโขง ปริมาณน้ำ ฝนตก