Skip to content

ศุภจี เคาะ 8 มาตรการ ดูแลผลไม้ 6.9 ล้านตัน สกัดปัญหาล้นตลาด-ราคาตกต่ำ

02 มี.ค. 2569 | 14:23น.
ศุภจี เคาะ 8 มาตรการ ดูแลผลไม้ 6.9 ล้านตัน สกัดปัญหาล้นตลาด-ราคาตกต่ำ

ศุภจี นั่งหัวโต๊ะประชุม “ขับเคลื่อนมาตรการบริหารสินค้าผลไม้ ปี 2569” เคาะ 8 มาตรการบริหารจัดการผลไม้ 6.9 ล้านตัน เป้าหมายดูดซับ 1.2 ล้านตัน ออกสู่ตลาด พร้อมลดปัญหาล้นตลาด-ราคาต่ำ เฝ้าระวัง ทุเรียน-มังคุด-มะพร้าว

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 3 มีนาคม 2569 มีการประชุม “ขับเคลื่อนมาตรการบริหารสินค้าผลไม้ ปี 2569” โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เป็นประธานการในการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ห้างค้าปลีกค้าส่ง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมผลไม้ ผู้ประกอบการตลาด เกษตรกร เป็นต้น โดยที่ประชุมเห็นชอบบูรณาการร่วมกันในการแก้ไข โดยเฉพาะผลไม้ปีนี้จะออกมาจำนวนมาก

“เราจะต้องแก้ไขทั้งด้านผลิต ตลาด และมองในอนาคตด้วยในระยะ 5 ปี ซึ่งต้องจัดการอย่างบูรณาการ เพราะต้องยอมรับว่าสินค้าเกษตร ผลไม้เน่าเสียง่าย ซึ่งจะมองการส่งออกผลอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูเรื่องของการแช่เย็น แช่แข็ง การแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และเร่งแก้ไขปัญหาด้านการขนส่งเพื่อไม่ให้ปัญหาและการแออัดในระหว่างการขนส่งและส่งออกไป โดยเฉพาะส่งออกตลาดจีน”

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประเมินผลผลิตปี 2569 ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า มีปริมาณรวมอยู่ที่ 6.91 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3.7 แสนตัน ผลไม้ที่เพิ่ม เช่น ทุเรียน 21% สับปะรด 10% รวมไปถึงส้มเขียวหวานและเงาะด้วย ส่วนผลไม้ที่ลดลง เช่น ลำไย ลดลง 3.09% มังคุด ลดลง 15% ทั้งนี้ จากการหารือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมออก 8 มาตรการในการเข้ามาดูแล เพื่อกระจายและดูดซับผลผลิตออกจากมือเกษตรกร เป้าหมายอยู่ที่ 1.1-1.2 ล้านตัน ซึ่งงบประมาณที่ใช้ก็เป็นงบประมาณประจำของแต่ละหน่วยงานที่เข้ามาจัดการ ซึ่งคาดว่าประมาณ 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาผลผลิตแต่ละชนิดก็จะดูความเหมาะสม โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ในการตรวจสอบสารตกค้างซึ่งได้ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานของจีน GACC ของจีน 14 แห่ง และอยู่ระหว่างขอรับรองเพิ่มขึ้น 4 แห่ง ซึ่งเชื่อว่าเพียงพอในการรองรับการตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าจะตรวจสอบผลผลิตได้ประมาณ 3,000 ตัวอย่าง และให้เชื่อมั่นว่าสาน BY2 ไทยสามารถควบคุมดูแลได้ 100% ส่วนสารแคดเมียมที่เกิดจากดิน ปุ๋ย ก็พร้อมตรวจสอบซ้ำเพิ่มเติม ทั้งนี้ หากตรวจสอบและเจอพร้อมระงับการส่งออก จำหน่ายทันที

ขณะที่ปัญหาอื่นอย่างเรื่องของแรงงานในการเก็บผลไม้ เรื่องนี้ก็หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งแก้ปัญหา รวมไปถึงการขนส่ง ตู้คอนเทรนเนอร์ที่อาจจะไม่เพียงพอด้วย และรวมไปถึงด่านชายแดน ก็มีการเจรจาเพื่อให้การขนส่งไม่ติดขัด ส่งออกได้อย่างสะดวก ซึ่งหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ก็มีการเจรจาไว้ล่วงหน้า อีกทั้งยังได้ประสานห้างโมเดิร์นเทรดในการเข้ามารับซื้อเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 30% รวมถึงตลาดกลาง ตลาดสด และกรมการค้าภายในเอง ก็จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภค ขายผ่านโมบายธงฟ้า พาณิชย์จังหวัด ปั๊มน้ำมัน เป็นต้นด้วย

ส่วนในเรื่องของการส่งออก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศก็อยู่ระหว่างการจัดเจรจากับผู้นำเข้าในต่างประเทศ ซึ่งจะมีในต้นเดือนมีนาคม และกลางปีนี้ด้วย ส่วนปัญหาล้ง หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะล้งมะพร้าว ทุเรียน ซึ่งจะมีการนัดหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการรับซื้อ กดราคา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรว่าขายได้ราคา พร้อมกันนี้ ก็ต้องจัดการดูแลระยะกลางและระยะยาว 5 ปีด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเดิม

“เกษตรฯ-พาณิชย์” จัดการสินค้าผลไม้ ปี 2569 ระยะเร่งด่วน

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารสินค้าผลไม้ ปี 2569 กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รายงานการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตผลไม้ในฤดูการผลิต ปี 2569 ที่สำคัญ 9 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน ลำไย สับปะรด มะม่วง มังคุด ส้มเขียวหวาน เงาะ ลองกอง และลิ้นจี่ โดยคาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตรวม 6.91 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 0.379 ล้านตัน หรือร้อยละ 5.8

โดยเฉพาะทุเรียนที่คาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตรวม 1.89 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 21 หรือประมาณ 330,000 ตัน เนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวของพื้นที่เพาะปลูกและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการออกผล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเตรียมมาตรการบริหารจัดการด้านการผลิต การตลาด และการกระจายผลผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและรักษาเสถียรภาพราคาในช่วงฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก

ทั้งนี้ ที่ประชุมจึงได้เห็นชอบการเตรียมความพร้อมมาตรการบริหารสินค้าผลไม้ ปี 2569 ระยะเร่งด่วน 3 ด้าน 8 มาตรการ ภายใต้แนวคิด “Thailand : The Land of Tropical Fruits” แบ่งเป็น ด้านการผลิต (ต้นน้ำ) มุ่งเน้นการบริหารจัดการอุปทานเชิงรุก การสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านแรงงาน ขณะที่ ด้านการแปรรูป/การขนส่ง (กลางน้ำ) ให้ความสำคัญกับการลดการสูญเสียหลังเก็บเกี่ยว และการเตรียมความพร้อมด้านการขนส่ง และด้านการตลาด (ปลายน้ำ) มุ่งส่งเสริมการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการสื่อสารภาพลักษณ์ผลไม้ไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ (ร่าง) การบริหารสินค้าเกษตร (ผลไม้) อย่างยั่งยืน (1 – 5 ปี) ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1) ด้านการผลิต มุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ (Smart Farming) การพัฒนาสายพันธุ์พืชคุณภาพและมูลค่าสูงควบคู่การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร 2) ด้านการแปรรูป/การขนส่ง เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ส่งเสริมนวัตกรรมและระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจร และ 3) ด้านการตลาด เน้นการบริหารจัดการอุปสงค์เพื่อให้ผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เน้นความหลากหลายและชูอัตลักษณ์ของแต่ละสินค้า รวมถึงส่งเสริมตลาดเดิม เพิ่มศักยภาพตลาดใหม่ และส่งเสริมการใช้วัสดุชีวภาพในการผลิตบรรจุภัณฑ์