Skip to content

กลไกสังคม 4.0 โดย สุรีพันธุ์ เสนานุช

31 ก.ค. 2561 | 15:13น.
กลไกสังคม 4.0 โดย สุรีพันธุ์ เสนานุช

คอลัมน์ CSR TALK

โดย สุรีพันธุ์ เสนานุช สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ

 

คำถามยอดฮิตในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้คือ “เราจะปรับตัวอย่างไรในยุค 4.0” Ind. 4.0 หรือ Thailand 4.0 เป็นคำห้อยท้ายในหลายงานเสวนา เช่นเดียวกับที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดวงเสวนาในกลุ่มองค์กรสาธารณประโยชน์ในหัวข้อ “การบริหารองค์กรสาธารณประโยชน์ในยุค 4.0” ในโครงการอบรมนักบริหารองค์กรสาธารณประโยชน์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ณ สถาบันประชาบดี จ.ปทุมธานี

องค์กรสาธารณประโยชน์เป็นองค์กรภาคเอกชนที่ได้รับการรับรองให้ดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม ตามพระราชบัญญัติการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และมีการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550 มีบทบาทในการสนับสนุนภาครัฐในการจัดสวัสดิการให้ประชาชนอย่างทั่วถึงและทันเหตุการณ์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้ใช้แรงงาน ผู้ป่วย ผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนภาคใต้ สตรี ครอบครัว และชุมชน

นับว่าเป็นกลไกที่น่าสนใจ ตัวเลขล่าสุดขององค์กรที่ได้รับการรับรองในปี พ.ศ. 2561 มีมากกว่า 5,000 องค์กร มีทั้งองค์กรขนาดใหญ่มีอายุหลายสิบปี จนถึงองค์กรขนาดเล็กที่เพิ่งจัดตั้งไม่กี่เดือน องค์กรเหล่านี้ส่วนหนึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และบางองค์กรได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งเงินบริจาคจากประชาชน

แต่ในจำนวนมากกว่า 5,000 นั้น หลายองค์กรมีภารกิจที่คล้ายคลึงกัน เช่น องค์กรที่ทำงานกับผู้พิการ องค์กรที่ทำงานกับคนเร่ร่อน องค์กรที่ทำงานกับเด็ก ซึ่งมีทั้งในพื้นที่เดียวกันและต่างพื้นที่ทั่วประเทศ บางองค์กรจัดตั้งขึ้นในชุมชนมีวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการสวัสดิการตามงบประมาณที่ได้รับมา เช่น ชมรมผู้สูงอายุในหมู่บ้าน กลุ่มแม่บ้าน เครือข่ายเยาวชน ฯลฯ เมื่อกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ตั้งคำถามว่า องค์กรเหล่านี้จะมีการบริหารจัดการอย่างไรในยุค 4.0

สิ่งแรกที่จะต้องทบทวนคือในจำนวนองค์กรทั้งหมดนั้นมีกี่องค์กรที่มีศักยภาพในการดำเนินการอยู่ และที่ผ่านมามีผลการดำเนินการที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมจำนวนเท่าไหร่

ที่สำคัญคือมีการออกแบบกระบวนการในการปฏิบัติงานตอบสนองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร ?

ทั้งนี้ เพราะยุค 4.0 บริบทสำคัญคือการเชื่อมต่อเครือข่ายด้วยเทคโนโลยี ดังนั้นการออกแบบระบบงานให้มีประสิทธิภาพมีมาตรฐานเป็นความจำเป็นอันดับแรก เพราะการเชื่อมต่อที่เรียกว่า IOT หรือ internet of things ต้องมีการป้อนข้อมูลที่เป็นการทำงานเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน เช่นเดียวกับระบบอัตโนมัติทั้งหลาย รวมทั้งการประมวลผลและวิเคราะห์ผลจากข้อมูลขนาดใหญ่ที่เรียกว่า big data

เทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้การทำงานง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และมีความแม่นยำ องค์กรสาธารณประโยชน์สามารถใช้การเชื่อมต่อที่ไร้พรมแดนนี้เป็นช่องทางสื่อสารกับสังคมได้อย่างกว้างขวาง เพื่อหาแหล่งทุนสนับสนุนการดำเนินงานจากทั้งภาครัฐและธุรกิจ และสร้างความเข้าใจในปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างองค์กรสาธารณประโยชน์ที่มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี จนสามารถทำงานร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนในการสร้างโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาสได้ เช่น มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการกับ AIS เปิดศูนย์ปฏิบัติงาน Call Center ให้ผู้พิการได้รับโอกาสในการประกอบอาชีพมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ในรูปแบบของการรับจ้างบริการ

โดยมูลนิธิมหาไถ่ฯ เปิดโครงการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูล Outsourcing Contact Center ฝึกอาชีพ call center ให้ผู้พิการที่มีศักยภาพแบบมืออาชีพที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน Thailand Call Center Academy

นอกจาก AIS ยังมีธุรกิจหลายบริษัทเข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งทุกฝ่ายล้วนได้รับประโยชน์อย่างสมดุลมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ บรรลุภารกิจในการสร้างงานให้ผู้พิการอย่างมั่นคง องค์กรธุรกิจสามารถปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการจ้างงานผู้พิการโดยไม่ต้องจัดหาหรือปรับปรุงสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานประจำวัน

แต่ได้งานที่มีประสิทธิภาพจากมืออาชีพโดยพนักงานเหล่านั้นปฏิบัติงานในสถานที่ทำการของมูลนิธิซึ่งออกแบบรองรับความสะดวกสบายให้กลุ่มผู้พิการด้วยความเข้าใจยิ่งกว่าองค์กรสาธารณประโยชน์ที่มีการบริหารจัดการที่ดีจึงเป็นกลไกหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้งาน CSR ขององค์กรธุรกิจสร้างคุณค่าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เพราะองค์กรสาธารณประโยชน์คือผู้ที่อยู่ “วงใน” ที่รู้ลึกและรู้จริงในปัญหา เพียงแต่บางองค์กรยังขาดแนวทางการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิผล

แม้ว่า Ind. 4.0 จะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ชาวบ้านในชุมชนเอื้อมไม่ถึง การเลือกและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับความต้องการเป็นสิ่งที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการต้องทำงานร่วมกับองค์กรสาธารณประโยชน์

ซึ่งอาจขอความร่วมมือจากภาคธุรกิจเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้าง platform เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรสาธารณประโยชน์ที่จะทำให้กลไกเหล่านี้สร้างคุณค่าให้กับสังคมได้เต็มศักยภาพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไทยแลนด์ 4.0