วิกฤตสงครามน้ำมันสะเทือนตลาดวัสดุก่อสร้าง “ตราเพชร” เผยมีสต๊อกเดิมแค่ 2 เดือน จ่อขยับราคา 5-20% สมาคมรับเหมาโอด ผู้ค้าฉวยโอกาส ไม่ปล่อยของ จี้รัฐบาลช่วย หาแหล่งซื้อน้ำมัน ขยายเวลาสัญญา รื้อค่าเค
นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจุบันบริษัทยังบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากต้นทุนพลังงานมีสัดส่วนเพียง 8% ของต้นทุนรวม และยังมีวัตถุดิบเพียงพอ อย่างไรก็ดี ผลกระทบดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่บริษัท ทั้งนี้ จากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อราคาปูนซีเมนต์ที่เป็นวัตถุดิบหลัก 50% ของต้นทุนการผลิตรวม ถ้าหากราคาน้ำมันยังปรับขึ้นอีกจะกระทบต่อต้นทุนของบริษัทและส่งผ่านราคาสินค้าภายในไตรมาส 2 ปี 2569
ดร.พิชญานันท์ ล้อวรลักษณ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการขายและการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัททยอยแจ้งให้กับลูกค้าว่าสามารถแบกรับต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลได้ไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร ดังนั้น การที่รัฐบาลประกาศปรับเพดานราคาน้ำมัน 33 บาทต่อลิตร ถือว่ายังรับมือได้
อย่างไรก็ดี เนื่องจากยังมีเรื่องของต้นทุนด้านการขนส่งที่เพิ่มขึ้น และผู้ผลิตปูนซีเมนต์ที่ได้แจ้งปรับราคาขึ้น 40% ภายในไตรมาส 2 ทำให้บริษัทกำลังพิจารณาเรื่องต้นทุนที่มีผลต่อการปรับราคาสินค้า จะได้ข้อสรุป 1-2 อาทิตย์นี้ เบื้องต้นคาดว่าจะปรับขึ้น 5-20% เหมือนที่เคยปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้ ขณะที่สต๊อกยังรองรับความต้องการของลูกค้าได้ 2 เดือนสำหรับสินค้าในราคาเดิม แต่สำหรับสินค้าใหม่ที่ต้องนำเข้าอาจต้องปรับราคาไปตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริง ซึ่งก่อนปรับราคาจะแจ้งใหักับลูกค้าอย่างน้อย 15 วัน
นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่กระทบต่อราคาน้ำมันและต้นทุนวัสดุก่อสร้าง เริ่มเห็นสัญญาณผู้ค้าฉวยโอกาสไม่ปล่อยสินค้าออกมา แจ้งว่าของไม่มี เพื่อรอการปรับราคาหลังราคาน้ำมันนิ่ง เช่น เหล็ก สายไฟ ทองแดง เป็นต้น
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังไม่คลี่คลาย ทางสมาคมเตรียมจะทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อออกมาตรการช่วยเหลือ โดยในระยะสั้น 1.เร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมัน ให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งน้ำมันได้และซื้อได้ง่ายขึ้นโดยจะให้ทางหน่วยงานที่เป็นคู่สัญญาทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จ่ายน้ำมันให้
2.ทบทวนสัญญางานก่อสร้างระยะสั้น 3-6 เดือน เพื่อขยายเวลาเป็นการเยียวยา และ 3.ในระยะยาวควรมีการปรับค่า K ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะโครงการของภาครัฐที่มีระยะเวลาดำเนินงานยาว
อย่างไรก็ดี หากราคาน้ำมันนิ่งและมีเสถียรภาพ แม้ราคาจะอยู่ในระดับสูง แต่ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคำนวณต้นทุนและวางแผนดำเนินงานต่าง ๆ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น