Skip to content

‘ททท.’ เร่งสรุปมาตรการ ฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 25 มี.ค.

25 มี.ค. 2569 | 18:54น.
‘ททท.’ เร่งสรุปมาตรการ ฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 25 มี.ค.

ททท.เฟ้นมาตรการรับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ชงบอร์ดอนุมัติ 25 มี.ค.นี้ FETTA ชงขอหมื่นล้านหนุนโครงการ “บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย” กระตุ้นคนเดินทางเป็นหมู่คณะ พ่วงงบฯซับซิไดส์สายการบินเปิดชาร์เตอร์ไฟลต์อีก 1 พันล้าน ด้าน สทท.ดันโครงการ “ทัวร์ใกล้บ้าน” กระตุ้นคนไทยเที่ยวในประเทศ โฟกัสเมืองรองใกล้บ้านรับมือวิกฤตน้ำมัน ชูโมเดลใช้งบฯ 3 พันล้าน ดันเงินหมุนเวียนในระบบ ศก.กว่า 1.2 หมื่น ล.

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ติดตามสถานการณ์ของสงครามตะวันออกกลาง และผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดเมื่อ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ททท.ได้เชิญผู้แทนภาคเอกชนท่องเที่ยวมาร่วมหารืออีกครั้ง เพื่อประเมินสถานการณ์และวิเคราะห์ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมอง ข้อเสนอและแนวทางมาตรการ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัว ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดย ททท.ได้ชี้แจงและเน้นย้ำการสร้างสมดุล และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับสถานการณ์

ขอหมื่นล้าน หนุน “บัสล้านคัน”

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผยว่า FETTA ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 7 สมาคมท่องเที่ยว อาทิ สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมโรงแรมไทย (THA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ฯลฯ ได้นำเสนอแนวทาง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามเป็นวงกว้าง

ประกอบด้วย 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1.โครงการ “บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะทั้งตลาดในประเทศและอินบาวนด์ จำนวน 20 คนขึ้นไป โดยแพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน สนับสนุนคันละ 10,000 บาท สิทธิ 1,000,000 คน งบประมาณ 10,000 ล้านบาท

หนุนชาร์เตอร์ไฟลต์อีก 1 พัน ล.

2.โครงการสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และลดค่าธรรมเนียมสนามบิน เพื่อลดต้นทุนการเดินทางทางอากาศ ภายใต้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ไตรมาส ไตรมาสละ 1,000 เที่ยวบิน เที่ยวบินละ 350,000 บาท รวมทั้งจัดสรรโควตาน้ำมันสำหรับภาคการท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมตลาดต่างประเทศ การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีผลต่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐาน

สทท.ชงโครงการ “ทัวร์ใกล้บ้าน”

ด้านนายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) หรือสภาท่องเที่ยว บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในฟากของ สทท.จะนำเสนอโครงการ “เที่ยวทั่วไทย ทัวร์ใกล้บ้าน” กระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะเมืองรอง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวลดต้นทุนการเดินทางและการใช้พลังงาน (น้ำมัน) รวมถึงช่วยให้บริษัทนำเที่ยว ได้รับอานิสงส์ด้วย

โดยให้ผู้สนใจเลือกซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวที่ขึ้นทะเบียน แล้วให้รัฐบาลสนับสนุน “ค่าชดเชยต่อหัว” ขณะที่บริษัทนำเที่ยวต้องใช้บริการจากผู้ประกอบการในพื้นที่ เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร รถนำเที่ยว ไกด์ท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวในชุมชม ฯลฯ เช่น แพ็กเกจ One Day Trip 1 วัน รัฐสนับสนุน 500 บาทต่อคน แพ็กเกจ 2 วัน 1 คืน รัฐสนับสนุน 1,000 บาทต่อคน แพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน รัฐสนับสนุน 1,500 บาทต่อคน โดยเน้นขายพื้นที่เมืองหลักสู่เมืองรอง และเมืองรองสู่เมืองรอง

ด้านนายจีระยุ จารุกิตติวรกานต์ เลขาธิการ สทท. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของโครงการในกรณีศึกษา 3 ล้านคน หากรัฐสนับสนุน 1,000 บาทต่อคน จะใช้งบประมาณรวม 3,000 ล้านบาท จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมได้กว่า 12,664 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (ROI) สูงถึง 4.22 เท่า หรือทุก 1 บาทของงบฯรัฐจะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบได้มากกว่า 4 บาท

ชงที่ประชุมบอร์ด 25 มี.ค.นี้

แหล่งข่าวจากภาคเอกชนท่องเที่ยวรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ททท.ได้ประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามสถานการณ์และหามาตรการต่าง ๆ มารองรับ เพื่อให้เกิดผลประทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวน้อยที่สุด

โดยในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายสมาคมท่องเที่ยวทยอยนำเสนอมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวไปที่ ททท. เพื่อให้ผู้ว่าการ ททท. นำเสนอต่อรัฐบาลในวาระต่อไป ซึ่งทาง ททท.มีแผนจะนำเสนอมาตรการที่คาดว่ามีความเป็นได้ต่อที่ประชุมบอร์ดในวันที่ 25 มีนาคมนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ททท. อุตสาหกรรมท่องเที่ยว