พาณิชย์เตรียมส่งหนังสือชี้แจงสหรัฐฯ ขอยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมเป็นรายประเทศอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ ขอให้ไทยทบทวนเพิ่มเติมจากการส่งหนังสือไปครั้งแรก เนื่องยังกังวลกับการส่งออกของเหล็กไทย พร้อมขอสหรัฐฯ คง GSP ไทยต่อไปด้วย
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ได้มีโอกาสเข้าหารือกับผู้บริหารระดับสูงของสหรัฐฯ เรื่องปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่มีอยู่ โดยเฉพาะประเด็นที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการ 232 กฎหมายการค้า Trade Expansion Act ปี 1962 ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทั่วโลก รวมถึงไทย โดยได้สอบถามสหรัฐฯ ถึงหนังสือที่ไทยขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นการเก็บภาษีไทยเป็นรายประเทศว่ามีการพิจารณาในเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งสหรัฐฯ แจ้งว่าได้พิจารณาในสิ่งที่ไทยเสนอมาแล้ว แต่สหรัฐฯ ยังมีข้อกังวลในประเด็นการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และกังวลในเรื่องการสวมสิทธิ์ จึงขอให้ไทยทำความชัดเจนในเรื่องนี้อีกครั้ง
“สหรัฐฯ ศึกษาสิ่งที่ไทยเสนอไปแล้ว แต่เห็นว่ายังไม่เป็นเหตุผลที่จะยกเว้นให้ไทยเป็นรายประเทศ จึงขอให้ทบทวนข้อเสนอ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่สหรัฐฯ ไม่ได้ปฏิเสธในทันที โดยสหรัฐฯ อยากให้ไทยดูแลเรื่องการส่งออกและเรื่องการนำเหล็กจากที่อื่นมาสวมสิทธิ์ โดยไทยได้ยืนยันไปแล้วว่ามีมาตรการดูแลการสวมสิทธิ์ มีการวางระบบร่วมกับกรมศุลกากร และยังได้ทำงานกับกรมศุลกากรสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และล่าสุดได้มีการหารือกับภาครัฐและเอกชนไปแล้ว จะมีการจัดทำหนังสือถึงสหรัฐฯ เพื่อขอให้ยกเว้นการเก็บภาษีไทยเป็นรายประเทศอีกครั้ง” น.ส.ชุติมากล่าว

ทั้งนี้ ในหนังสือก่อนหน้านี้ ไทยได้ชี้แจงสหรัฐฯ ว่า ไทยมีการส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมไปสหรัฐฯ เท่าไร มีมาตรการควบคุมอย่างไร และการส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมไทยไม่ได้ทำลายความมั่นคงของสหรัฐฯ เพราะส่งออกไม่ถึง 1% แต่จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในของสหรัฐฯ ขณะที่การดูแลการสวมสิทธิ์ก็มีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวด
นางสาวชุติมากล่าวอีกว่า สำหรับการเปิดไต่สวนเพื่อขึ้นภาษีสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วน ได้ขอให้สหรัฐฯ พิจารณาถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อทั้งสองประเทศ เนื่องจากการสินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นห่วงโซ่หรือองค์ประกอบที่สำคัญในอุตสาหกรรมต่อเนื่องของสหรัฐฯ โดยไทยพร้อมหารือและร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและหาทางออกร่วมกันต่อไป ซึ่งสหรัฐฯ รับที่จะนำข้อห่วงกังวลของไทยไปพิจารณา และเห็นพ้องว่า ทั้งสองฝ่ายควรจะหารือต่อเนื่องเพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป
ส่วนประเด็นที่สมาพันธ์สหภาพแรงงานสหรัฐฯ และสมาคมผู้ผลิตสุกรสหรัฐฯ ได้ยื่นขอให้สหรัฐฯ ทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) แก่ไทย และมีการกีดกันเนื้อสุกรของสหรัฐฯ ได้ชี้แจงว่าขณะนี้ไทยกำลังปรับปรุงพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ และร่างพ.ร.บ.รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เพื่อให้ครอบคลุมสถานการณ์ด้านแรงงาน และสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2561 จึงขอให้สหรัฐฯ คง GSP ไทยต่อไป
ทางด้านการนำเข้าเนื้อสุกร ได้ยืนยันที่จะหาทางออกตามกรอบที่คณะมนตรีภายใต้กรอบการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (TIFA JC) กำหนดไว้ โดยไทยได้ย้ำว่าไม่ได้กีดกัน แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภค และเห็นว่าจะต้องมีผลการศึกษาที่ชัดเจนและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และขณะนี้ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กำลังทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อหารือกันในเรื่องนี้