TREIT จ่อลงทุนสินทรัพย์นอกกลุ่มไทคอนมูลค่า 500-1,000 ลบ. ภายในสิ้นปี’61
กองทรัสต์ไทคอน เปิดแผนลงทุนทรัพย์สินคุณภาพนอกกลุ่มไทคอน มูลค่าสินทรัพย์ราว 500-1,000 ล้านบาท จ่อลงทุนอาคารโรงงาน-คลังสินค้า อย่างต่ำ 1 แห่งภายในสิ้นปี เร่งเครื่องปี’62 บุกซื้อสินทรัพย์นอก เล็ง “เวียดนาม” ผลักดันเข้ากองทุนเติบโตปีละ 2-3 พันล้านบาทต่อปี หนุนเป้า 5 ปี มูลค่าสินทรัพย์บริษัทเพิ่มเป็น 5 หมื่นล้านบาท
นายพีระพัฒน์ ศรีสุคนธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน แมนเนจเม้นท์ จำกัด (TMAN) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน (TREIT) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนพิจารณาการลงทุนทรัพย์สินคุณภาพนอกกลุ่ม TICON ซึ่งมีทั้งอาคารโรงงานและคลังสินค้า มูลค่าราว 500-1,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนเหนือกรุงเทพฯ และบริเวณพื้นที่ทางภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม จะเห็นการลงทุนได้อย่างน้อย 1 แห่งภายในสิ้นปีนี้
ส่วนแหล่งเงินทุนยังไม่มีข้อสรุป จะต้องพิจารณาความเหมาะสมแบบการกู้ยืมหรือการเพิ่มทุน เนื่องจากปัจจุบันอัตราการกู้ยืมของบริษัทอยู่ที่ 25.5% ถือว่ายังมีช่องว่างให้สามารถกู้เพิ่มได้ แต่ทั้งนี้บริษัทอยากจะคงสัดส่วนอัตราการกู้ยืมไว้ที่ระดับนี้มากกว่า เพื่อรองรับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 บริษัทได้ขออนุมัติผู้ถือหน่วยทรัสต์จากที่ประชุมเพื่อออกหุ้นกู้ไว้จำนวน 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาได้เสนอขายต่อนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ครั้งแรกไปแล้ว มูลค่ารวม 3,740 ล้านบาท เพื่อออกมาทดแทนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ หรือต้นปี’62 บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้เพิ่มอีก ซึ่งต้องพิจารณาความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยเพราะมีผลต่อต้นทุนทางการเงิน
นอกจากนี้ หลังจากที่บริษัทได้ไปโรดโชว์สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน 8 ราย ที่ประเทศญี่ปุ่น พบว่ามีนักลงทุน 1 ราย ที่ให้ความสนใจเข้าซื้อหน่วยลงทุนทรัสต์ หลังจากเข้ามาเยี่ยมชมสินทรัพย์ของบริษัท ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาซื้อในตลาดหลักทรัพย์ฯ
นายพีระพัฒน์กล่าวว่า ในปี 2562 บริษัทยังมีแผนในการนำสินทรัพย์คุณภาพจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มเติมในกองทรัสต์ ซึ่งขณะนี้มีความสนใจลงทุนกลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะเวียดนามที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างดี และยังเป็นฐานการผลิตของภูมิภาคอาเซียน ทำให้ได้รับอานิสงส์ความต้องการทรัพย์สินที่เป็นอาคารโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าที่สูงขึ้น
สำหรับการควบรวมกองทุนรวมอสังหาฯของกลุ่ม TICON ทั้ง 3 กอง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และจะทำให้มูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทจะอยู่ที่ 34,000 ล้านบาท และประมาณการว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า (2561-2565) บริษัทจะเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์เป็น 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะผลักดันสินทรัพย์เข้ากองทุนเติบโตปีละ 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี ด้านอัตราผลตอบแทนหลังรวมประกันรายได้จาก TICON จะเพิ่มขึ้นเกือบ 6% หรือจ่ายปันผลผู้ถือหน่วยอยู่ที่ 0.6853 บาทต่อหน่วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทจ่ายเงินปันผล 4 ครั้งต่อปี หรือทุกไตรมาส