ไทยช่วยไทยพลัส เวอร์ชั่นใหม่ของคนละครึ่งพลัส 2569 รมว.คลังเผยเปิดลงทะเบียน พ.ค.นี้ รัฐจ่ายเพิ่ม 60% ประชาชนจ่าย 40% (60 : 40) แจก 4,000 บาท 4 เดือน ๆละ 1,000 บาทคาดแจกประชาชน 20-30 ล้านคน ใช้รูปแบบทยอยจ่าย เชื่อมกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซื้อสินค้าราคาถูกจากร้านธงฟ้าได้ เปิดใช้จ่าย มิ.ย.นี้
“ประชาชาติธุรกิจ” เกาะติดโครงการคนละครึ่งพลัส 2569 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปลี่ยนเวอร์ชั่นใหม่ หรือชื่อใหม่เป็น “ไทยช่วยไทยพลัส” แล้ว และมีความคืบหน้าตามลำดับ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนเดือน พ.ค.นี้ และเริ่มใช้จ่ายตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป
เปิดลงทะเบียน พ.ค.นี้
ล่าสุดนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการว่า กระทรวงการคลังเตรียมออกพระราชกำหนดกู้เงินวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในช่วงก่อนงบประมาณปี 2570 ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและเปลี่ยนผ่านไปเป็นพลังงานสะอาด
เสริมกับเงินที่จะมาจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายปี 2569 วงเงินประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสนล้านบาท และเงินจากงบประมาณรายจ่ายปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท
การออก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ 70% ของจีดีพี โดยสัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ 66% ของจีดีพี เหลือช่องว่างอีก 4% คิดเป็นเงินที่กู้ได้ 8 แสนล้านบาท มากกว่าวงเงินออก พ.ร.ก.กู้เงิน จึงไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะในขณะนี้

ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน
“กระทรวงการคลังมีหน้าที่ดูแลกระสุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะนำไปใช้ในช่วงพฤษภาคมถึงตุลาคม 2569 เนื่องจากเป็นช่วงสุญญากาศ และเป็นเหตุผลที่จะออก พ.ร.ก.กู้เงินมาดูแลกลุ่มเปราะบางและเปลี่ยนผ่านพลังงานได้ และการกู้มีความจำเป็นเพราะถ้าไม่กู้อาจจะมีอันตรายต่อเศรษฐกิจมากกว่า” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติกล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัส หรือชื่อใหม่ไทยช่วยไทยพลัสว่า ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะให้ลงทะเบียนในช่วงเดือนพฤษภาคม และเริ่มใช้จ่ายได้ในเดือนมิถุนายน 2569 โดยวงเงินและจำนวนคนที่ได้รับสิทธิอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม และรูปแบบการใช้เงิน เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในระยะยาวตามที่คาดไว้
นายเอกนิติระบุว่า ระบบการลงทะเบียนยังคงเหมือนเดิม คือ ผ่านระบบ “เป๋าตัง” และเบื้องต้นวางแผนจะจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน

รัฐจ่าย 60 : 40 คาดแจก 20-30 ล้านคน
นายภารดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงบประมาณ เปิดเผยล่าสุดถึงเงื่อนไข “โครงการไทยช่วยไทยพลัส” ว่า รัฐบาลจะจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40 (60 : 40) ซึ่งประชาชนจะจ่ายน้อยลง (เดิม 50 : 50)
เมื่อถามว่า จะได้เงินก้อนเดียวหรือจะทยอยจ่าย 4 เดือน นายภราดรกล่าวว่า น่าจะเป็นการทยอยจ่าย แต่กี่เดือนยังอยู่ในขั้นตอน
เมื่อถามว่า มีการกำหนดอายุผู้ได้รับสิทธิเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายภารดรกล่าวว่า เกณฑ์เดิมอยู่ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ก็น่าจะใช้เกณฑ์เดิม ส่วนจำนวนผู้ได้รับสิทธิยังอยู่ในขั้นตอน ขึ้นอยู่กับว่ามีเงินเท่าไหร่ ต้องดูว่า 20 ล้านคนใช้เงินเท่าไหร่ หรือ 30 ล้านคน ใช้เงินเท่าไหร่
“เพราะโครงการนี้จะไปร่วมกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย จึงต้องมาคำนวณดู ใช้เงินในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.4 ล้านคน ต้องดูว่ามีเงินเหลือเท่าไหร่ถึงมาทำในส่วนของโครงการไทยช่วยไทยพลัส”
เมื่อถามว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสจะนำเงินจากไหนมาทำ จะเป็นเงินกู้หรือเงินที่จัดสรรงบประมาณได้ นายภราดรกล่าวว่า เป็นไปได้ทั้งหมด เงินที่เป็นแหล่งที่สามารถใช้ได้ตอนนี้ มีงบฯกลางอยู่ และยังมี พ.ร.บ.โอนงบฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ก็คิดว่าในส่วนนี้มีอยู่พอสมควร
เชื่อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ-ร้านธงฟ้า
ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เคยอธิบายถึงมาตรการคนละครึ่งพลัส เวอร์ชั่นใหม่ว่า แนวทางใหม่จะเชื่อมระบบร้านค้าระหว่างโครงการคนละครึ่งกับร้านค้าของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิมที่แยกกัน โดยจะรวมร้านค้าทั้งสองกลุ่มเข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้สะดวกมากขึ้น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
หากกระบวนการดำเนินการเป็นไปตามแผน โครงการคนละครึ่งรูปแบบใหม่ และ “ไทยช่วยไทยพลัส” อาจเริ่มใช้ได้ภายในเดือนพฤษภาคม โดยจะเป็นมาตรการสำคัญในการบรรเทาภาระค่าครองชีพ และช่วยเยียวยาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ การลงทะเบียนจะเป็นการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ยกเว้นกลุ่มผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้รับเงินช่วยเหลือโดยตรง จะไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำในรูปแบบเดิมได้

ใครบ้างได้สิทธิ
- มีสัญชาติไทย
- อายุตั้งแต่ 16-18 ปีขึ้นไป (รอสรุปอีกครั้ง)
- จำนวนผู้ได้รับสิทธิ 20-30 ล้านคน
วงเงินที่ได้รับ
- อยู่ระหว่างออกแบบ(เบื้องต้นคาดแจก 4,000 บาท)
- รัฐโอนเงินผ่าน “แอปเป๋าตัง”
ไทม์ไลน์โครงการ
- รอกระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ
- เดือนพฤษภาคม 2569 เปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิ (คาดเป็นเว็บใหม่)
- เดือนมิถุนายน 2569 โอนเงินเข้าแอปเป๋าตัง-เปิดให้ประชาชนใช้จ่าย
สินค้าและบริการ
- สามารถซื้อได้ตามเงื่อนไขเดิม เช่น ร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไป ร้านขายของใช้จำเป็น สินค้าทั่วไป เป็นต้น
- สินค้าบางประเภทไม่สามารถใช้สิทธิในโครงการได้ เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้าเบียร์ บุหรี่ ค่าน้ำมันหรือเชื้อเพลิง เป็นต้น
- เชื่อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับร้านค้าคนละครึ่ง
- ซื้อสินค้าราคาถูกผ่านร้านธงฟ้าของกระทรวงพาณิชย์ได้
ทั้งนี้ ต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งจะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัสคาดว่าน่าจะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ใหม่ และต้องมีการลงทะเบียนใหม่หมดตามที่ปลัดกระทรวงการคลังเคยอธิบายไว้ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลหรือดาต้าใหม่ ส่วนระบบการใช้จ่ายน่าจะเป็น “แอปเป๋าตัง” เนื่องจากมีระบบรองรับอยู่แล้ว และประชาชนคุ้นเคยดีอยู่แล้ว เพียงแค่โอนเงินและยืนยันสิทธิก็สามารถใช้จ่ายได้เลย
