4 ปี กทม. ยกเครื่องทางเท้า เปลี่ยนภาพจำ ‘เดี๋ยวทำ เดี๋ยวพัง เดี๋ยวรื้อ’
ทางเท้า
กรุงเทพฯ เปิดผลงานปรับโฉมทางเท้าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เน้นทำโครงสร้างให้ทนทาน ไม่ต้องรื้อซ้ำบ่อย และพัฒนาอย่างมียุทธศาสตร์
เพจเพื่อนชัชชาติ โพสต์การปรับโฉมทางเท้า กทม.ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ระบุข้อความว่า เดี๋ยวทำ เดี๋ยวพัง เดี๋ยวรื้อ อาจเป็นภาพจำที่หลายคนมีต่อทางเท้า กทม. แต่จากการ ‘ยกเครื่อง’ ทางเท้าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานี้ เชื่อว่าวัฏจักรข้างต้นจะเปลี่ยนไป
เพราะทางเท้าที่ดีเป็นพื้นฐานในการเดินทางของคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนเดินหรือปั่นจักรยาน ทางเท้าที่แข็งแรงทนทานย่อมเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้คนเข้า-ออกระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก ราบรื่น ทั้งต้นทางและปลายทาง หรือที่เรียกว่า Fisrt Mile-Last Mile นั่นเอง
การยกเครื่องในครั้งนี้จึงเป็นการทำใหม่ที่เน้นความคงทน ไม่ต้องรื้อซ่อมบ่อย พร้อมอัพเกรดมาตรฐานหลายด้านควบคู่ไปกับการทำทางเท้าอย่างมียุทธศาสตร์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 มิติของการปรับปรุง ดังนี้
1.ปรับแบบทางเท้าใหม่ หัวใจคือความทนทาน
แม้ดูเผิน ๆ ทางเท้าส่วนใหญ่จะหน้าตาคล้ายเดิมเป็นกระเบื้องคอนกรีตแบบที่คุ้นตา แต่โครงสร้างด้านล่างแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม เพราะมีการเสริมชั้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (wiremesh) ก่อนที่จะปูกระเบื้อง แทนที่จะเป็นทรายบีบอัดชั้นบนสุดเหมือนแต่ก่อน ปิดจบปัญหากระเบื้องเด้ง น้ำระเบิด
ส่วนพื้นที่ไหนที่คนเดินสัญจรหนาแน่นน้อยลงมาก็มีการใช้วิธีลาดยางแทนการปูกระเบื้อง แม้จะดูธรรมดาและเรียบง่าย แต่ข้อดีก็เด่นชัดตรงที่แข็งแรง ทำง่าย และประหยัดทั้งค่าวัสดุ ค่าแรง และเวลา
2.Universal Design ทางเท้าเรียบ ทลายสิ่งกีดขวาง
กทม.สร้างทางเท้าสำหรับทุกคน การออกแบบและก่อสร้างจึงเก็บละเอียด อย่างเช่น ทางตัดผ่านที่รถใช้เข้า-ออกอาคาร มีการปรับระดับเข้าออกให้เสมอกับทางเท้าและใช้คอนกรีตพิมพ์ลายให้มีความแตกต่างเพื่อให้คนเดินสังเกตเห็นได้ง่าย ส่วนสิ้นสุดทางเท้าแต่ละช่วงก็มีทางลาดลงในองศาตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ กทม.ได้เคลียร์สิ่งกีดขวางบนทางเท้าโดยได้รื้อย้ายสิ่งที่ไม่ได้ใช้งานแล้วออกไป รวมทั้งเพิ่มพื้นที่ทางเท้าโดยปรับพื้นผิวบริเวณคอกต้นไม้ด้วยการเท porous asphalt หรือยางมะตอยพรุนบริเวณโคนต้น ให้ต้นไม้ยังซึมน้ำได้ ส่วนคนก็เดินได้ดีด้วย
3.ปรับปรุงในพื้นที่ยุทธศาสตร์ คนเดินเท้าพลุกพล่าน
การทำทางเท้าครั้งนี้มองภาพใหญ่ กทม. ขีดรัศมียกเครื่องทำทางเท้าใหม่ให้ดีทั้งระบบ โดยเน้นไปในจุดที่คนเดินเยอะ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหนึ่งกิโลเมตรรอบสถานีรถไฟฟ้า ที่ปัจจุบันอัปเกรดทางเท้าใหม่เสร็จแล้ว 44 สถานี และกำลังทำอีก 44 สถานี บริเวณป้ายรถเมล์ หรือบริเวณย่านที่คนเดินคึกคัก อย่างถนนวิทยุ พญาไท เป็นต้น
ส่วนที่ที่ยังไม่ได้ทำใหม่ยกแผงแต่ไม่สมบูรณ์ กทม.ก็เร่งแก้ไขตามการรายงานผ่านทราฟฟี่ ฟองดูว์ (Traffy Fondue) โดยทางเท้าเป็นเรื่องที่ผู้คนรายงานสะสมเข้ามามากที่สุด คิดเป็น 11.36% จากทั้งหมด
4.ทางเท้าสร้างย่านที่มีชีวิต
เมื่อไหร่ที่ผู้คนออกมาเดินมาใช้พื้นที่สาธารณะเยอะ ๆ ความคึกคักจะนำมาซึ่งความปลอดภัยและเศรษฐกิจที่ดีของย่านด้วย กทม.จึงมองทางเท้าในมิติที่กว้างกว่าแค่เป็นทางสัญจร โดยได้นำร่องพัฒนาเส้นทางเดินวิ่งทั้งย่าน (Bkk Trail) ระยะทางราว 7-10 กม. ที่นอกจากจะซ่อมสร้างทางเท้าให้เรียบโล่งแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ประกอบพื้นฐานอื่น ๆ
เช่น ทางข้าม สัญญาณไฟ แสงสว่าง รวมทั้งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างห้องน้ำ จุดเติมน้ำ และร้านค้า เพื่อให้การเดิน เที่ยว วิ่งในย่านเกิดขึ้นได้จริง ดูเส้นทางได้ตามโพสต์นี้เลย https://www.facebook.com/share/1BTwfVzczR/?mibextid=wwXIfr
5.จาก ‘เดินได้ เดินดี’ สู่ ‘น่าเดิน’
จากความพยายามในการปรับปรุงทางเท้าทั้งหมด ทุกวันนี้ทางเท้า กทม. ‘เดินได้’ มากขึ้นกว่าเดิม แต่ภารกิจนี้ยังไม่สิ้นสุด เพราะโจทย์หลักของการเดินต้องมีครบทั้ง ‘เดินได้ เดินดี’ และ ‘น่าเดิน’
ซึ่งความน่าเดินนี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องมาจากสภาพแวดล้อมที่ดีและร่มรื่น ทางเท้าควรกว้างขึ้น มีต้นไม้หรือร่มเงาให้เอื้อต่อการเดิน
กทม.จึงเริ่มขอความร่วมมือกับอาคารพาณิชย์ที่สร้างใหม่ให้หน้าบ้านเป็นส่วนหนึ่งกับทางเท้า เช่น ขอให้ระดับกระเบื้องเสมอกับทางเท้า รวมถึงมีแผนประสานหน่วยงานราชการให้เปิดรั้วออกเพื่อให้ขยายทางเท้าได้กว้างขึ้น