เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“SDGs” ลดเหลื่อมล้ำ สะพานเชื่อม “สังคม-ธุรกิจ” ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

04 ส.ค. 2561 | 23:27น.

ในงานสัมมนาเพื่อสังคม “SDGs ก้าวใหม่ธุรกิจไทย จากทุนหมู่บ้าน ถึงกระดานหุ้นโลก” โดย “หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ” 1 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา

“ดร.ปรเมธี วิมลศิริ” ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “SDGs สะพานเชื่อม ลดเหลื่อมล้ำประเทศไทย” ในฐานะที่เคยเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ควบ “ตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ” จึง “คลุกวงใน” การจัดทำพิมพ์เขียวประเทศใน 20 ปีข้างหน้า

และได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) เพื่อขับเคลื่อนการรับรองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของสหประชาชาติด้วย

SDGs 17 เป้าหมาย 241 ตัวชี้วัด

“ดร.ปรเมธี” เริ่มต้นขยายความเป้าหมายของ SDGs ว่า สำหรับประเทศไทยถือเป็น “พันธกิจระดับโลก” ประกอบด้วย 17 เป้าหมาย (Goals) 169 เป้าประสงค์ (Targets) และ 241 ตัวชี้วัด (Indicators) ครอบคลุมการพัฒนาในทุกมิติ และบนเวทีโลก ประเทศไทยต้องอธิบายให้ประเทศต่าง ๆ เห็นภาพว่า ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี สอดคล้องกับ SDGs อย่างไร ดังนั้น SDGs และยุทธศาสตร์ชาติจึงเป็นกรอบและเป้าหมายของการขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ให้เป็น “ประเทศพัฒนาแล้ว” ตามหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

นอกจากนี้ ยังมีแผนปฏิรูป 11 ด้าน และแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ตอบสนองเป้าหมายและสอดคล้องกับ SDGs โดยมีคณะกรรมการ กพย.ระดับชาติ ที่มี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ส่องทางเอกชนต่อยอดธุรกิจ

“ดร.ปรเมธี” กล่าวว่า เป็นโอกาสของบริษัทชั้นนำที่จะร่วมเดินทางเพื่อเป้าหมาย SDGs ร่วมมือช่วยเหลือสังคมและต่อยอดธุรกิจ ซึ่งความท้าทายของการทำยุทธศาสตร์ชาติ และ SDGs เพื่อพัฒนาประเทศที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนอยู่นี้ ภาคธุรกิจสามารถเข้ามาสนับสนุนหรือนำไปใช้ต่อยอดทางธุรกิจได้

“การพัฒนาที่ยั่งยืน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเศรษฐกิจไปไม่ได้ การพัฒนาสังคมก็เป็นไปได้ยาก”

โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 8 การส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและครอบคลุม การจ้างงานเต็มอัตรา และงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคนเชื่อมกับเป้าหมายอื่น และเป้าหมายที่ 9 โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และเป้าหมายที่ 11 เรื่องการทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย

อีก 20 ปี พ้นกับดักรายได้ปานกลาง

“หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไม่ค่อยโต คนค่อนข้างหมดหวัง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ร้อยละ 3 เป็น new normal ไม่มีใครลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในประเทศ มีแต่ออกไปลงทุนในต่างประเทศ แต่วันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เชื่อว่าในปี 2561 จะขยายตัวได้ร้อยละ 4.5 และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 5 ฉะนั้น เรื่องความยั่งยืนถ้าทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อเนื่อง เป็นไปได้ที่ในระยะ 20 ปีประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง”

ความท้าทายของไทยที่สำคัญยังอยู่ที่เป้าหมายที่ 1 คือลดความยากจนในทุกมิติร่วมกับเป้าหมายที่ 10 ลดความเหลื่อมล้ำ

“การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว มีรายได้สูงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สังคมต้องพัฒนาคนให้มีคุณภาพด้วย ถือเป็นประเด็นท้าทายมากยิ่งกว่าการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ”

สำหรับเป้าหมายที่ 1 เรื่องการลดความยากจน ประเทศไทยมีเส้นความยากจนอยู่ที่ 2,600 กว่าบาทต่อเดือนต่อครอบครัว หรือมีคนจนประมาณ 5 ล้านคนยิ่งกว่านั้นคนที่มีรายได้สูงกว่าเส้นความยากจนขึ้นไปไม่มาก หรือร้อยละ 20 หรือมีรายได้ 3,000 กว่าบาทต่อเดือน จึงยังมีความเสี่ยงของการเป็น “คนยากจน” อยู่ จึงอาจกลายเป็นคนจนเพิ่มขึ้นเป็น 1 เท่า

“ความยากจนยังเป็นจุดอ่อน ถ้าจะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ต้องดูแลทุกคน โดยเฉพาะคนที่ยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ให้ได้รับโอกาส มีที่ยืนอย่างมีศักดิ์ศรี และยืนได้อย่างมั่นคงด้วยตัวเอง”

โตกระจุก-คนรวยมากกว่าคนจน 20 เท่า

“ดร.ปรเมธี” กล่าวว่า เศรษฐกิจที่โตขึ้นแม้จะอยู่ในอัตราที่สูงร้อยละ 4-5 แต่ยังมีคนที่ได้ประโยชน์น้อยอยู่มาก คนกลุ่มล่างร้อยละ 40 ของรายได้มีอยู่มากกว่า 20 ล้านคน และยิ่งลงลึกไปในระดับล่างลงไปอีก หรือในกลุ่มคนเปราะบาง เช่น คนไร้บ้าน คนเร่ร่อน คนพิการ เศรษฐกิจโตแค่ไหนก็ไม่ได้ประโยชน์

“ถ้าในอีก 20 ปี ไทยเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีความหมายแท้จริง ควรดูแลไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ดูแลคนเหล่านี้ไปพร้อมกัน เป้าหมาย SDGs เรื่องลดความเหลื่อมล้ำ ลดความยากจนทุกมิติ จึงเป็นความท้าทายที่ใหญ่”

ความเหลื่อมล้ำในมิติของประเทศไทยเรื่องรายได้พบว่ามีสัดส่วนเพียงร้อยละ 10 เป็นผู้มีรายได้สูง หรือมากกว่า 20 เท่าของผู้ที่มีรายได้น้อย ส่วนเป้าหมายที่ 4 เรื่องการศึกษาก็ยังมีความเหลื่อมล้ำเช่นกัน คนที่เข้าถึงการศึกษาระดับสูงได้จะเป็นผู้ที่มีรายได้สูง

ดูแล “คน” ตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่แรกเกิด

นอกจากการผลักดันเศรษฐกิจแล้ว ในเรื่องของสังคมก็มีหลายเรื่องที่เป็นนวัตกรรม และมีทิศทางเพื่อช่วยลดความยากจน ความเหลื่อมล้ำได้ระดับหนึ่งนโยบายของรัฐบาลด้านสังคม การดูแลคนตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่เด็กแรกเกิด คาบเกี่ยวกับเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาด้วย ตัวเลขชี้วัดทางการศึกษาบ่งชี้ว่าเด็กที่อยู่ในครอบครัวฐานะดี มักได้รับการศึกษาที่ดี ตรงกันข้ามกับเด็กที่เกิดในครอบครัวยากจน โดยเฉพาะช่วงอายุ 0-3 ปี

รัฐบาลจึงมีนโยบายสนับสนุนเงินอุดหนุนให้เด็กแรกเกิดในครอบครัวที่มีรายได้น้อย เดือนละ 600 บาท และส่งผลไปถึงความสำเร็จในการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา การดูแลเด็กแรกเกิดของรัฐบาลนี้ใน 3 ปีที่ผ่านมา มีครอบครัวที่เข้ารับเบี้ยสนับสนุนเด็กแรกเกิดแล้วจำนวน 4 แสนคน

เตรียมตัวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

เรื่องระบบการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ มีกองทุนเสมอภาคด้านการศึกษา เป็นอีกเครื่องมือเพื่อสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาและพัฒนาระบบโรงเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในระบบ

เมื่อคนโตขึ้นเข้าสู่ช่วงอายุวัยทำงานและอนาคตเป็นผู้สูงอายุ เป็นความท้าทายเช่นกัน เพราะในอนาคตอันใกล้ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในอีก 20 ปีจะเพิ่มเป็น 30% ต่อประชากร จะทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี มีความมั่นคงในบั้นปลาย มีการออมเพียงพอ และเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ

“รัฐบาลสนับสนุนเบี้ยผู้สูงอายุและมีการสนับสนุนเรื่องการออมโดยกองทุนการออมแห่งชาติ และการดูแลสุขภาพ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ แต่ปัจจุบันมีผู้มาสมัครเข้ากองทุนเพียง 5 แสนคน”

อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุขกำลังเริ่ม “ทีมหมอครอบครัว” สำหรับผู้มีรายได้น้อยในชนบททั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณในอนาคต

“รัฐบาลพยายามเติมเต็มตลอดช่วงชีวิต แต่ไม่ง่าย ความเหลื่อมล้ำเป็นเรื่องใหญ่ ฝังรากลึกในสังคมมีหลายมิติทับถม”

เทคโนโลยี สร้างความเปลี่ยนแปลง-ลดเหลื่อมล้ำ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายยังมีความหวัง เช่น การนำเทคโนโลยีมาสร้างความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำด้านสังคมเป็นโอกาสทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เช่น ระบบบริจาคออนไลน์ หรือการที่โทรศัพท์เชื่อมกับบัญชีพื้นฐานของประชาชนกับบิ๊กดาต้า ทั้งยังมีความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งด้วยกลไกประชารัฐ, วิสาหกิจเพื่อสังคม และจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทั้งหมดช่วยพัฒนาประเทศเพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามกรอบเป้าหมายของ SDGs ได้