รพ.ราชวิถี เปิดแผนฉุกเฉินรับเหตุรถไฟชนรถเมล์ไฟไหม้วอด ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย
มติชน รายงานว่า นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง จนเกิดเพลิงลุกไหม้รุนแรง บริเวณรางรถไฟมักกะสัน ว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์ ได้สั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดเตรียมความพร้อมรองรับผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อาทิ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า การสั่งการในพื้นที่เกิดเหตุหลักอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการภาพรวมและกระจายผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ส่วนโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ได้เปิดห้องฉุกเฉิน (ER) เตรียมบุคลากรทางการแพทย์ ห้องผ่าตัด รวมถึงหอผู้ป่วยรองรับสถานการณ์ไว้ทั้งหมดแล้ว
“ตอนนี้ราชวิถีรับผู้ป่วยสีแดง 2 ราย สีเหลือง 5 ราย ขณะที่โรงพยาบาลรามาธิบดีรับผู้ป่วยสีแดง 3 ราย สีเหลือง 2 ราย ส่วนโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ารับผู้ป่วยสีแดง 1 ราย และสีเหลือง 1 ราย โดยผู้ป่วยสีแดงถือเป็นกลุ่มอาการหนัก มีความเสี่ยงต่อชีวิต หรืออาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจ” นพ.ณัฐพงศ์ กล่าว
นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลรัฐเป็นหน่วยหลักในการรองรับผู้ป่วยอาการหนัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้บาดเจ็บสีแดง ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงหรือกลุ่มสีเขียวและสีเหลือง เช่น โรงพยาบาลพระราม 9 และโรงพยาบาลปิยะเวท เป็นต้น
“สำหรับยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด เบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 8 ราย ส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บทั้งหมดคาดว่าอาจสูงถึงประมาณ 40 ราย เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุมีทั้งผู้โดยสารบนรถเมล์ รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ส่วนบุคคลอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก” นพ.ณัฐพงศ์ กล่าว
นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลราชวิถีได้เตรียมความพร้อมทั้งหอผู้ป่วยไฟไหม้น้ำร้อนลวก ห้องผ่าตัด รวมถึงสำรองโลหิตและพื้นที่ฉุกเฉินเพิ่มเติม เพื่อรองรับสถานการณ์หากมีผู้บาดเจ็บถูกส่งเข้ามาเพิ่ม โดยขณะนี้ทุกหน่วยงานยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่ชัดเจน เนื่องจากผู้ป่วยถูกกระจายส่งไปยังหลายโรงพยาบาลทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้ ในส่วนรายละเอียดสาเหตุของอุบัติเหตุ รวมถึงข้อมูลผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป