นายกฯ ชี้ไม่มีผล ‘กัมพูชา’ ขอแผนที่ฝรั่งเศส ย้ำไทยยึด 1 : 50,000
อนุทินเมินกัมพูชาขอแผนที่ฝรั่งเศส ย้ำไม่มีผลต่อไทย ยึด 1 : 50,000 หากเป็น 1 : 200,000 ไม่ต้องมาคุย บอกไม่ได้ร้องขอ “ยูเนสโก” มาดูฝั่งไทย แต่ถ้าทำรายงานสาธารณะต้องดูพื้นที่สองฝ่าย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องสถานการณ์ไทย-กัมพูชาด้วยนั้น ท่าทีของนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เป็นอย่างไรว่า ดี เรามีการหารือ อธิบายชี้แจงในส่วนที่นานาชาติสงสัย ไม่ใช่แค่ตัวประธานาธิบดีมาครงเพียงอย่างเดียว เราได้ไปชี้แจงยูเนสโก และหารือกันในหลายประเด็น
เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาขอแผนที่จากฝรั่งเศส ไทยได้พูดคุยเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าไม่มีปัญหา ไทยก็มีระบบที่เรายึดถืออยู่แล้ว ไม่ว่าจะขอจากใครไม่มีความหมายอะไร เรามีข้อตกลง มีข้อสรุปในระดับหนึ่งที่เราจะยึดถือ ถ้าตรงไหน 1 ต่อ 50,000 ไม่ได้ 1 ต่อ 200,000 ไม่มีแล้ว ถ้ายังใช้ 1 ต่อ 200,000 ไม่ต้องมาคุยกับประเทศไทย 1 ต่อ 50,000 ใช้ได้บางจุด ถ้าตรงไหนสงสัย
เมื่อถามว่าไทยได้ยืนยันเรื่องแผนที่อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่าอย่าถามรายละเอียด ต้องเอาหลักการไว้ก่อน รายละเอียดต้องมานั่งแถลงกัน
เมื่อถามว่าเรื่องมรดกโลกที่ทางยูเนสโกได้ให้ข้อมูลหรือรายละเอียดอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่าเราได้ชี้แจงเขาไป และให้ข้อเสนอไปว่าไหน ๆ มาแล้วก็มาดูทั้งสองประเทศเลย ว่ามันห่างกันอยู่ไม่กี่กิโลเมตร พร้อมที่จะจัดให้มีการสำรวจ เพื่อให้สิ้นข้อเคลือบแคลงสงสัย
เมื่อถามว่ายูเนสโกตอบรับมาดูความเสียหายในพื้นที่ฝั่งไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า Consider (กำลังพิจารณา) เรายังไม่ได้ทำเรื่องไปขออะไร แต่มีคู่กรณีเราทำเรื่องไปขออย่างเป็นทางการ เขาก็บอกว่าจะไปดู และมีรายงาน การที่จะมีรายงานจะต้องมาดูทั้งสองฝั่ง แม้ว่าขั้นตอนรายงานจะถูกขอจากคู่กรณี แต่ในฐานะที่เขาเป็นองค์กรระหว่างประเทศ ก็ควรต้องวางตัวเป็นกลางอยู่แล้ว ในสถานะของเขา ถ้าไม่รายงานเก็บไว้เฉย ๆ ก็แล้วไป เราไม่ว่าอะไร แต่ถ้ามีรายงานออกมาเผยแพร่ในที่สาธารณะ เราก็แจ้งว่าต้องมาให้โอกาสได้ชี้แจงด้วย
เมื่อถามว่ามีทหารเข้ามานั่งในคณะกรรมการเจบีซีจะทำให้เกิดความตึงเครียดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าไม่มีอะไร คนที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว มีความอาวุโส และจากเจนเวทีอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าจะมีการเริ่มพูดคุยเจรจาเมื่อใด นายอนุทินกล่าวว่าทางกระทรวงการต่างประเทศและทหารมีการเตรียมการของเขาอยู่ เจรจาแปลว่าต้องพูดคุยกันทั้งสองฝั่ง การเจรจาในบริบทของรัฐบาลชุดนี้หรือแนวทางที่ตนให้ไป คือการเจรจา แล้วต้องได้ผลลัพธ์กลับมา
“ไม่ใช่ไปนั่งคุยเฉย ๆ แล้วเลื่อนไปเรื่อย ๆ ให้เขาได้เตรียมตัวกันนิดนึง มันเป็นรูปแบบใหม่ ผมคิดว่าการจะไปเจรจาต้องมีผลลัพธ์ และเจรจาอย่างจริงจัง และเจรจาแล้วต้องช่วยกันด้วย ไม่ใช่ว่าไปถึงแล้ว อาหารก็ไม่กิน กลัวเขาใส่ยาพิษ ก็ไม่ต้องคุยกัน ก็มาคุยกันให้รู้เรื่อง มาที่เราครั้งหนึ่ง สองครั้ง สามครั้ง แล้วกลับไปที่เขาบ้าง แบบนี้ถึงจะคุยได้ ถ้ามาแบบข้ามมา นัด 8 โมง มา 10 โมง เที่ยงกลับไป มาอีกทีบ่าย 3 เสียเวลา” นายอนุทินกล่าว