สุรเกียรติ์ ชี้ Thailand Next ต้องปรับเปลี่ยนสู่ระเบียบโลกใหม่ เพื่ออยู่บนจอเรดาร์
สุรเกียรติ์ ชี้ Thailand Next ต้องปรับเปลี่ยนสู่ระเบียบโลกใหม่ เพื่ออยู่บนจอเรดาร์
‘สุรเกียรติ์’ ฉายภาพ Thailand Next กำลังเผชิญความท้าทาย 8 ประการ แนะไทยต้องร่วมมือ-ปรับเปลี่ยนให้อยู่ในระเบียบโลกใหม่ เพื่ออยู่ในจอเรดาร์
ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปาฐกถาพิเศษ “5 ทศวรรษเศรษฐกิจไทย Thailand Next” เป็นหนึ่งในกิจกรรมเนื่องในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 “ประชาชาติธุรกิจ” เพื่อมองภาพเส้นทางที่ผ่านมาของเศรษฐกิจไทย และคาดหมายถึงอนาคต พร้อมร่วมมอบรางวัล Prachachat Business Awards 2026
ดร.สุรเกียรติ์ กล่าวเริ่มต้นด้วยการชื่นชมประชาชาติ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 50 ปี ช่วยชี้นำให้ข้อมูลสังคมโดยยึดคุณค่า 5 ด้านสำคัญ ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เป็นสะพานเชื่อมโลกธุรกิจสู่สังคมไทย เป็นเวทีแห่งความคิดจากคอลัมนิสต์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้นำการจัดกิจกรรมสัมมนาระดับประเทศ และเป็นผู้บุกเบิก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) และธุรกิจเพื่อความยั่งยืน และเน้นข่าวสืบสวนที่เน้นวิเคราะห์เชิงลึก ซึ่งทุกคนคงได้ติดตามสิ่งที่ประชาชาติทำมาตลอด 50 ปี
8 ประการ ความท้าทายโลก-ประเทศไทย
ดร.สุรเกียรติ์ อธิบายว่า 5 ทศวรรษข้างหน้า เศรษฐกิจไทย Thailand Next เป็นสิ่งที่พูดยากที่สุด เพราะเราต้องถามว่าอะไรเป็นสิ่งที่ท้าทายประเทศไทย ส่วนตัวมองว่าสิ่งที่ท้าทายประเทศไทย มีทั้งหมด 8 ประการ
1.Technology Disruption หรือ การเข้ามาของเทคโนโลยี Ai เพราะเรากำลังพูดกันว่าอะไรที่ Ai ทำได้และคนทำได้ดีกว่าด้วยภูมิปัญญา ทำอย่างไรที่จะนำประสบการณ์ของคน และความคิดเชิงวิพากษ์มาประกอบกับการใช้ Ai เพราะเราเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ Ai ยังทำไม่ได้ในวันนี้ แต่พรุ่งนี้ยังไม่แน่ใจ
ฉะนั้นเราต้องดีลกับเทคโนโลยีที่เข้ามาปั่นป่วนทางธุรกิจ เพราะหากเราไม่ทำประเทศอื่นก็จะทำแซงประเทศไทย นี่เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมหาศาลสำหรับประเทศไทยจากนี้เป็นต้นไป
2.Demographic Disruption หรือ การก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ ประเทศไทยมาถึงจุดสูงสุด เห็นได้จากขณะนี้คนไทยอายุยืนมาก และในด้านธุรกิจจะทำอย่างไรที่จะทำให้ช่องว่างระหว่างช่องว่างนั้นสั้นลง เพราะเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์
3.Pandemic Disruption โรคระบาด ประเทศไทยผ่านโควิด-19 มาแล้ว แต่ก็มีข่าวว่ากำลังมีโรคใหม่ๆ ที่ก่อตัวขึ้นเสมอๆ ทำให้ปัญหาเดิมกลับมาสู่ประเทศไทยและทั่วโลก ฉะนั้นต้องทำให้ทุกกลุ่มเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยรัฐต้องให้ที่ยืนที่สูงขึ้น และนำไปสู่การรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมกัน
4.Environmental Disruption หรือ สิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่กระทบทั้งภาครัฐ เอกชน เกษตรกร ซึ่งประเทศไทยก็เห็นได้จากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบการท่องเที่ยว
ฉะนั้นต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถป้องกันในการรองรับความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศให้ได้ ใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และต้องบูรณาการความรู้จากภาครัฐ เอกชน และสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน
ฉะนั้นการจะเดินเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียว ถือเป็นเรื่องสำคัญ ก่อนย้ำว่านี่จะเป็นทางรอดไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป
5.Education Disruption หรือ การพลิกโฉมการศึกษา ซึ่งมีความปั่นป่วน ฉะนั้นเราต้องมานั่งคิดเรื่องใหม่ๆ ในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ว่าจะทำอย่างไร จะผลิตคนเหมือนเดิมและไม่มีงานทำหรือไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างงี้อีกต่อไปเท่าไหร่
ภาคการศึกษาต้องมาดูว่าจะอยู่กันอย่างไร ไม่ควรอยู่แบบเดิมๆ การเรียนการสอนต้องเปลี่ยนใหม่ โดยนิสิตนักศึกษาต้องเรียนสถานที่จริง ไม่ใช่อยู่แต่ในห้องเรียน ผู้สอนต้องเข้าใจอย่างแท้จริงเพื่อผลิตคนให้ตรงกับตลาดแรงงาน
6.Energy Disruption คือ การเปลี่ยนผ่านของระบบพลังงานโลก ถือเป็นเรื่องใหม่สุด เราเปลี่ยนจากพลังงานฟอสซิล วันนี้หลายประเทศมุ่งกลับไปหาพลังงานทดแทนใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลและเอกชนต้องปรับตัว
7.ภูมิรัฐศาสตร์ทางเศรษฐกิจโลก ขณะนี้การค้าถูกทำลายระบบพหุภาคีโดยสิ้นเชิง เห็นได้จากท่าทีของผู้นำสหรัฐ ส่วนการพูดถึงเงินดอลล่าร์ลดลงและไปพูดถึงสกุลเงินอื่นๆ ฉะนั้นระบบการเงินของประเทศกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ยังไม่รู้จะไปทางไหน
8.ภูมิรัฐศาสตร์ทางการเมืองโลก ซึ่งมีการกดดันทั้งการให้เลือกข้างและการกดดันทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งประเทศไทยก็เคยเจอในช่วงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา
ไทยต้องร่วมมือ เมินวิกฤต 2 เดือนล่มสลาย
ดร.สุรเกียรติ์ บอกว่า 8 ความท้ทายนี้ มีผลกระทบต่อโลกและประเทศไทย ทั้งประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งได้รับผลกระทบต่างกัน เห็นได้จากวิกฤตพลังงาน ประเทศไทยได้รับผลกระทบทั้งเรื่องการส่งออก ปุ๋ย เหล็ก เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต การท่องเที่ยว ฯลฯ.
ขั้นต่อไปจะกระทบกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ฉะนั้นจะต้องหาทางแก้ไขผลกระทบทั้งเรื่องค่าครองชีพ ธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อม ซึ่งมันน่าจะล่มสลายหากไม่ทำอะไรเลย ภายใน 2 เดือนข้างหน้า ท่ามกลางข้อจำกัดในเรื่องการคลัง การเงิน โดยส่วนตัวมองว่า พ.ร.ก.กู้เงิน เป็นเรื่องสำคัญ
ส่วนความเป็นกลางของประเทศไทย เราต้องยืดหยุ่นและปรับตัวได้ ประเทศมหาอำนาจใช้มาตรการฝ่ายเดียว ฉะนั้นเราต้องทำตรงกันข้าม หันไปใช้เวทีทวิภาคีต่างๆ อาทิ เวทีอาเซียน เวทีประชุมธนาคารโลกที่กำลังจะจัดขึ้นในประเทศไทยช่วง ต.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ที่ให้ประเทศต่างๆ หันมาพูดคุยกับประเทศไทย
“ประเทศไทย เป็นประเทศเล็ก แต่เป็นประเทศที่มีพลังความร่วมมือ”

2 ปีที่ต้องเร่งปรับ-เปลี่ยน ‘ไทย’ อยู่ในจอเรดาร์
ดร.สุรเกียรติ์ ระบุว่า 8 อย่างที่พูดมา มันเกิดขึ้นพร้อมกัน และมันเป็นเรื่องที่ท้าทายมานานแล้ว โลกนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วถ้าเรายังคิดว่าเมื่อหมดสงครามแล้วทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม หากคิดเช่นนั้นจะเป็นการมองโลกที่อันตรายอย่างยิ่ง
“เมื่อสงครามยุติวันนี้ ผลกระทบจะอยู่กับเราอย่างน้อย 2 ปี ฉะนั้นเราต้องรับแรงกระแทก ตอนนี้แม้จะไม่มีสงครามใหญ่ แต่ก็จะไม่มีสันติภาพ ขอให้ดูแล้วกันว่าผลนี้จะกระทบเราอย่างไร”
ดร.สุรเกียรติ์ ย้ำว่า เราต้องรับแรงกระแทกจากผลกระทบนี้ โดยเฉพาะสิ่งที่เปลี่ยนไปทุกวัน ฉะนั้นเราต้องยอมรับว่าเวลานี้เพราะเป็นวิกฤตที่จะอยู่กับเรานานกว่าที่คิด
“วิกฤตนั้นเป็นตัวสั่งเราว่าต้องเปลี่ยนผ่านแล้ว ถ้าวิกฤตสั่งขนาดนี้ รัฐบาล ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคอุดมศึกษาหากยังนั่งเฉยๆ ก็คงไม่ต้องถึง 50 ปี อีก 5 ปีข้างหน้า ก็จะเห็นหน้าเห็นหลังแล้ว”
ดร.สุรเกียรติ์ ทิ้งทายว่า เราต้องยกเครื่องการผลิตทรัพยากรมนุษย์ เราต้องเป็นแพลตฟอร์มของการคิดว่าระเบียบโลกใหม่ควรจะน่าเป็นอย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในจอเรดาร์
“เราทำใจรับระเบียบโลกใหม่แล้วหรือยัง หรือเรายังคิดว่าสงครามหยุดวันนี้พรุ่งนี้ทุกอย่างจะกลับไปเหมือนเดิม ซึ่งเป็นวิธีคิดที่อันตรายที่สุด ถ้าเราทำใจรับระเบียบโลกใหม่ได้แล้ว คำถามต่อไปก็คือว่าเรามียุทธศาสตร์ต่อระเบียบโลกใหม่แล้วหรือยัง ว่าแต่กระทรวง ทบวง กรม ภาครัฐเอกชน ใครจะทำอะไร”
สำหรับการจัดงานมอบรางวัล Prachachat Business Awards 2026 จัดขึ้นเป็นปีแรก มีทั้งหมด 32 รางวัล แยกเป็นรางวัลที่มอบให้ธุรกิจ หรือบุคคลทางธุรกิจ ที่ประกอบธุรกิจ และมีผลดำเนินการโดดเด่น โดยใช้ตัวเลขที่เชื่อถือได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอีกส่วนหนึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้บุคคลและธุรกิจ โดยพิจารณาจากบทบาททางธุรกิจ รางวัลในส่วนนี้มาจากการพิจารณาของกองบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ