ดันกม.ภาษีโอนอสังหาเข้า สนช. สรรพากรชี้ทันเข้า พ.ย.-ชงรีดกำไรบอนด์
“เอกนิติ” อธิบดีสรรพากรดันต่อเก็บภาษีโอนอสังหาฯ ใช้ราคาจริง หวังชงเข้า สนช.ทัน พ.ย.นี้ หลังถก “วิษณุ” แก้ปัญหาข้อกังวลของกรมที่ดินได้ข้อยุติ-เพิ่มมาตรา 52 เป็นหลังพิงให้เจ้าหน้าที่รับโอน พร้อมเดินหน้าชงจัดเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 15% จากการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวม
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้กรมสรรพากรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เรื่อง การกำหนดฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ตามมาตรา 49 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้มีการปรับปรุงหลังการหารือร่วมกับกรมที่ดินได้ข้อยุติ กลับไปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ทันภายในเดือน พ.ย.นี้
“เรื่องนี้ทาง ครม.ได้ให้ไปหารือทำความตกลงกับทางกรมที่ดินในบางประเด็น ตอนนี้หารือกันเสร็จแล้ว และส่งกลับไปที่ ครม.แล้ว” นายเอกนิติกล่าว
อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวอีกว่า ยังมีร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ในเรื่องการจัดเก็บภาษีเงินได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมอีกฉบับ ที่ทางกรมสรรพากรได้เสนอไปรอเข้า ครม.แล้วเช่นกัน ซึ่งทางกรมสรรพากรก็ตั้งเป้าผลักดันให้ทันเสนอ สนช.ภายในเดือน พ.ย.นี้เช่นกัน
แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ในร่างกฎหมายฉบับที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เรื่อง การกำหนดฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ตามมาตรา 49 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรนั้น ที่ประชุม ครม.เคยมีมติเห็นชอบไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2559 โดยกำหนดให้การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จะต้องใช้ราคาซื้อขายจริงหรือราคาประเมิน โดยให้ใช้ราคาที่สูงที่สุด จากเดิมที่ใช้ราคาประเมิน
อย่างไรก็ดี ทางกรมที่ดินได้ท้วงติงว่า อาจจะทำให้ต้องมีการไต่สวนข้อเท็จจริงและเรียกเอกสารเพิ่มจากการขายอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ได้ราคาซื้อขายที่แท้จริง รวมถึงยังอาจส่งผลให้มีการแจ้งราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อให้เสียภาษีต่ำ และมีโอกาสทำให้เกิดการทุจริตของเจ้าหน้าที่ที่ดินได้
“นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกกรมสรรพากรไปหารือเรื่องนี้ โดยได้ข้อสรุปว่า ให้เพิ่มมาตรา 52 กำหนดให้ตอนโอนให้ถือเอาตามราคาที่ผู้โอนแจ้ง เนื่องจากทางกรมที่ดินกังวลว่า ถ้าเก็บภาษีจากราคาจริง หากผู้โอนบอกราคาไม่ตรงความจริง เจ้าหน้าที่ที่รับโอนจะมีความผิด” แหล่งข่าวกล่าว
ในส่วนการจัดเก็บภาษีเงินได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ (บอนด์) ผ่านกองทุนรวม แหล่งข่าวกล่าวว่า ในร่างกฎหมายที่เสนอ ครม. จะกำหนดให้กองทุนรวมเป็นหน่วยภาษีเงินได้นิติบุคคล และจะจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะรายได้จากดอกเบี้ย โดยให้ผู้ออกตราสารหนี้ มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่กองทุนรวม ในอัตรา 15% แล้วนำส่งกรมสรรพากร
ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีเงินได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวม เป็นนโยบายที่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ต้องการสร้างความเท่าเทียมระหว่างการที่บุคคลธรรมดาลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวม และได้รับเงินได้ประเภทส่วนแบ่งกำไร ที่สามารถเลือกเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 10% หรือนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายหน่วยลงทุน กับการที่บุคคลธรรมดาที่ลงทุนในตลาดเงินและตราสารหนี้โดยตรง ต้องเลือกเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ใน 15% หรือนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
อย่างไรก็ดี ในกรณีกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) จะมีการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้สำหรับรายได้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นการออมระยะยาวเพื่อการเกษียณอายุ เช่นเดียวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)