SCG สานพลังประชารัฐ “บึงบางซื่อ” มอบโอกาสมีบ้าน “ชุมชนบ่อฝรั่ง” 800 ชีวิต
อัพเดต “โครงการสานพลังประชารัฐ-การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ” เป็นความร่วมมือ 3 ประสานระหว่าง “ภาครัฐ-เอกชน-ชุมชน” โดยมี 8 องค์กรหลัก ได้แก่ เอสซีจี, สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, พอช.-สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), การรถไฟแห่งประเทศไทย, สำนักงานเขตจตุจักร, สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, กรุงเทพมหานคร และกรมธนารักษ์มุ่งเป็นต้นแบบการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน 4 ด้าน ได้แก่ 1.ต้นแบบโครงการสานพลังประชารัฐ ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน
2.ต้นแบบที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง จัดสรรพื้นที่อย่างคุ้มค่า มีพื้นที่ส่วนกลางใช้ประโยชน์ร่วมกัน 3.ต้นแบบการมีส่วนร่วมของชุมชน เปิดโอกาสร่วมกันออกแบบที่อยู่อาศัยที่ลงตัวกับทุกวิถีชีวิต กระตุ้นให้เกิดการออมในชุมชน และ 4.ต้นแบบบึงน้ำสวนสาธารณะ เพื่อเป็นแก้มลิงและแหล่งพักผ่อนของคนกรุงเทพฯ
ยกระดับ 800 ชีวิต
ล่าสุด “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ระบุว่า การดำเนินงานในโครงการเป็นไปตามแนวทางที่ตั้งเป้าหมายไว้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของชุมชนบึงบางซื่อกว่า 800 ชีวิต ทั้งด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนที่จะก่อสร้างที่พักอาศัย 197 ยูนิต เป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 60 ยูนิต อาคารชุด 4 ชั้น 3 อาคาร รวม 133 ยูนิต และบ้านกลางสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้ดูแลอีก 4 ยูนิต
ความคืบหน้างานก่อสร้างทาวน์เฮาส์และบ้านกลางได้รับใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้ภายในปี 2562 จากนั้นเริ่มก่อสร้างอาคารชุดซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA-Environmental Impact Assessment Report คาดว่าเริ่มก่อสร้างปลายปี 2562 กำหนดแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ในปี 2563
สำหรับการพัฒนาบึงน้ำสาธารณะ จะเริ่มดำเนินการพัฒนาหลังจากชุมชนได้ย้ายเข้าที่อยู่อาศัยใหม่ครบหมดแล้ว ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาร่วมกับกรุงเทพมหานครไม่น้อยกว่า 1 ปี
บูรณาการ “หน่วยงานรัฐ”
ส่วนความคืบหน้าความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ทาง “พอช.-สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)” อนุมัติวงเงินสินเชื่อเพื่อสร้างบ้านสำหรับชุมชน 48 ล้านบาท, การรถไฟแห่งประเทศไทยอนุญาตให้เช่าที่ดินเพื่อพัฒนาเป็นทางเข้า-ออก กับที่จอดรถ และสำนักงานเขตจตุจักรออกใบอนุญาตก่อสร้างทาวน์เฮาส์
ระหว่างนี้เอสซีจียังคงลงพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนเพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างสหกรณ์ พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการและคณะทำงาน รวมถึงจัดตั้งกลุ่มออมสัจจะสะสมทรัพย์ ดูแลเยาวชนและผู้สูงอายุ
ชุมชนบ่อฝรั่งเช่าบ้าน 30 ปี
ด้าน “พชร อนันตศิลป์” อธิบดีกรมธนารักษ์ แจกแจงว่า หลังจากได้รับมอบที่ดินจากเอสซีจีแล้ว พื้นที่อยู่อาศัยชุมชนกรมธนารักษ์จะให้ “สหกรณ์เคหสถานบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา จำกัด” ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่เกิดจากการรวมกลุ่มก่อตั้งของชุมชนในพื้นที่บ่อฝรั่ง มาเป็นผู้เช่าระยะยาว 30 ปี
โดยกรรมสิทธิ์ของบ้านพักอาศัยเป็นของชุมชนผู้เข้าร่วมโครงการ กรมธนารักษ์คิดค่าเช่าที่ดินในอัตราเดียวกับโครงการบ้านมั่นคงที่สร้างในที่ราชพัสดุ
สำหรับพื้นที่สวนสาธารณะ กรมธนารักษ์มอบให้กรุงเทพมหานครร่วมกับเอสซีจี และภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ร่วมกันพัฒนาเป็นบึงน้ำสาธารณะ โดยกรมธนารักษ์พิจารณาให้สิทธิ์แก่องค์กร หรือนิติบุคคลอื่น ๆ ทำหน้าที่บริหารจัดการ ดูแลรักษาพื้นที่ในส่วนนี้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบึงน้ำสาธารณะ
โดยมีกรุงเทพมหานครทำหน้าที่ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยแทนกรมธนารักษ์