บอร์ดไปรษณีย์คุมเข้มKPIประเมินผลงานซีอีโอรอบใหม่
ซีอีโอ ปณท โล่ง ! บอร์ดไฟเขียวผลประเมินรอบปี’60 แต่คุมเข้ม KPI ประเมินรอบใหม่ ย้ำภารกิจอัพเกรดคุณภาพบริการเก่า-พัฒนาบริการใหม่ซัพพอร์ตอีคอมเมิร์ซต้องเห็นผลชัดรับตลาดโลจิสติกส์แข่งเดือด
นายรัฐพล ภักดีภูมิ กรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โลจิสติกส์ก้าวสู่ยุคใหม่ ทั้งยังมีคู่แข่งเพิ่มในตลาดจำนวนมาก ไปรษณีย์ไทยต้องเร่งปรับตัว
โดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ในฐานะผู้นำองค์กรจะต้องสร้างความชัดเจนทั้งในแง่ยุทธศาสตร์และการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้แข่งขันได้ รวมถึงการแก้ปัญหาที่ค้างคามานาน อย่างการติดตั้งระบบเคาน์เตอร์อัจฉริยะ (CA Post) ที่ล่าช้ากว่า 36 เดือนแล้ว ดังนั้นในการประเมินผลการทำงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่จะต้องคำนึงถึงประเด็นเหล่านี้
“ปกติการประเมินผลงานของซีอีโอ (นางสมร เทิดธรรมพิบูล) จะต้องทำทุก 6 เดือนตามสัญญาจ้าง ซึ่งครั้งล่าสุดคือรอบสิ้นปี 2560 แต่ดีเลย์เพราะเดิมในสัญญาจ้างไม่ได้ระบุว่า จะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าเท่าใดจึงจะถือว่าผ่าน และต่ำกว่าเท่าใดถึงจะเลิกจ้างได้ เพียงแต่ระบุว่า ต้องมีประสิทธิภาพเท่านั้น ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมก็ต้องถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมินในรอบดังกล่าว แต่บอร์ดได้มีการกำหนด KPI (ตัวชี้วัด) สำหรับการประเมินในรอบหลังจากนี้ให้ชัดเจนขึ้นแล้วว่า ต้องมีคะแนนแต่ละด้านเท่าใดถึงจะผ่านเกณฑ์ หากไม่ถึงเกณฑ์จะเลิกจ้างได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินผลงาน ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2561 โดยคาดว่าผลจะออกมาไม่เกินสิ้นปี 2561”
สำหรับ KPI ที่กำหนดให้ละเอียดขึ้นนั้น บอร์ดตั้งเป้าหมายสำคัญที่ซีอีโอจะต้องทำให้ชัดเจน คือ 1.การพัฒนาบริการดั้งเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพ ทำให้บริการขนส่งมีความเที่ยงตรง แม่นยำ รวดเร็ว 2.สร้างบริการใหม่เพื่อซัพพอร์ตอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต
“อีคอมเมิร์ซแข่งขันรุนแรง และผู้บริโภคคาดหวังในบริการมากขึ้น ไปรษณีย์ในหลายประเทศต้องประสบภาวะขาดทุนเพราะปรับตัวไม่ทัน อาทิ US Post ซีอีโอจึงต้องหาโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนและสร้างบริการที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ ให้องค์กรแข่งขันได้”