เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“ทิลเลอร์สัน” เยือนอาเซียน ร่วม “คว่ำบาตร” โสมแดง

12 ส.ค. 2560 | 18:19น.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา “เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน” เดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่าง 5-9 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย แม้ว่าภารกิจหนึ่งของทิลเลอร์สันคือการเข้าร่วมประชุมเจ้าหน้าที่ทางการทูตของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ กรุงมะนิลา และการหารือทวิภาคี

แต่อีกหนึ่งภารกิจสำคัญซึ่งเป็นเบื้องลึก คือ การเจรจากดดันกลุ่มประเทศอาเซียนให้ช่วยกันเพิ่มมาตรการสกัดเงินทุน แก่ “เกาหลีเหนือ” ภายหลังจาก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ผ่านมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ที่รุนแรงขึ้น ด้วยการจำกัดการส่งออกและการลงทุนอย่างเข้มงวด หลังจากเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปถึง 2 ครั้ง ซึ่งเกาหลีเหนือใช้เงินที่ได้จากการส่งออกและลงทุนส่วนใหญ่ไปสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า แม้ว่า 90% ของการค้าของเกาหลีเหนือจะเกิดขึ้นกับจีน แต่ในอาเซียนและประเทศอื่น ๆ ก็มีหลายประเทศที่เกาหลีเหนือเข้ามาเปิดบริษัทบังหน้าเพื่อค้าอาวุธ โดยพบว่ามีการเปลี่ยนชื่อบ่อย ๆ เพื่อปิดบังตัวตน ทั้งมีการใช้แรงงานชาวเกาหลีเหนือ หรือการอนุญาตให้เครื่องบินจากเกาหลีเหนือลงจอด หรือมีเครื่องบินเดินทางไปยังเกาหลีเหนือ

รายงานของยูเอ็นปี 2013 และ 2017 มีการระบุว่า “มาเลเซีย” เป็นประเทศที่ถูกใช้ในการจัดประชุม หรือเดินทางของกลุ่มจำหน่ายอาวุธจากเกาหลีเหนือ ขณะที่ในปี 2017 สำนักข่าว

รอยเตอร์ส รายงานอ้างข้อมูลจากยูเอ็นว่า บริษัท “โกลคอม” ซึ่งระบุว่าเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์วิทยุสื่อสารสำหรับทหาร และจดทะเบียนบริษัทในมาเลเซีย แท้จริงแล้วเป็นบริษัทบังหน้าของเกาหลีเหนือ ที่ใช้หาเงินเข้าประเทศตัวเองจากการขายอาวุธสงครามของหน่วยสายลับ โกลคอมถูกตรวจสอบพบว่า มีบริษัทมาเลย์ 2 แห่ง ร่วมกับหุ้นส่วนชาวเกาหลีเหนือ พร้อมกับมีการจดทะเบียนเว็บไซต์ในมาเลเซียเมื่อปี 2009

ขณะเดียวกัน พบว่าที่สิงคโปร์ก็มีบริษัทที่ชื่อว่า “แพน ซิสเต็มส์” คอยทำหน้าที่บริหารงานให้บริษัท “โกลคอม” ที่อ้างว่ามีสำนักงานอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์

เช่นกันกับบริษัท “เคย์ มารีน” บริษัทต่อเรือในมาเลเซีย ที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2016 แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ามีความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ แต่จากการสืบค้นวิดีโอบนยูทูบปี 2011 พบว่ามีการทำโฆษณาแนะนำงานช่างฝีมือทางการทหารของเกาหลีเหนือ และมีการตรวจสอบ พบว่าความสัมพันธ์ของ เคย์ มารีน อาจจะเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธด้วย

ขณะที่ในประเทศไทย อนุญาตให้เกาหลีเหนือจัดตั้งสถานทูต ร้านอาหาร และมีการค้าขายกับรัฐเผด็จการแห่งนี้ ในปี 2016 มูลค่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศมีร่วมกันถึง 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รายงานข่าวระบุว่าการเยือนไทยและการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ของทิลเลอร์สัน เขาได้เรียกร้องให้ผู้นำไทยจัดการกับเกาหลีเหนือมากกว่านี้ โดยการสั่งปิดบริษัทบังหน้าต่าง ๆ ของเกาหลีเหนือในไทย

โดยก่อนการพบปะกับทิลเลอร์สัน นายกฯประยุทธ์ได้บอกว่า ประเทศไทยจะสนับสนุนมติของยูเอ็นกรณีคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะสนับสนุนในรูปแบบไหน

นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังเรียกร้องให้ไทยรับผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือมากเท่าที่จะรับไหว เนื่องจากหลายเดือนมานี้ มีชาวเกาหลีเหนือหลบหนีเข้าไทยผิดกฎหมายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการลงมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ที่มีความรุนแรงมากขึ้นนี้ หลายประเทศทั่วโลกได้ตอบรับในทิศทางเดียวกัน เช่น การยกเลิกโปรแกรมทำงานของชาวเกาหลีเหนือ ยกเลิกไฟลต์เดินทาง และภารกิจทางการทูต

ด้านอินเดียซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของเกาหลีเหนือ ได้ระงับการค้ากับเกาหลีเหนือทั้งด้านอาหารและยา

ทั้งนี้การคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ที่สำเร็จได้นี้ เกิดจากการที่จีนและรัสเซีย 2 ประเทศพันธมิตร ลงมติสนับสนุนการคว่ำบาตร โดยไม่มียับยั้งเหมือนที่ผ่านมา