เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติไทยจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่

08 ก.ย. 2561 | 22:40น.

คอลัมน์ นอกรอบ

โดย ถนอมศรี ฟองอรุณรุ่ง

 

ดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติ (ซึ่งปกติเป็นดอกเบี้ยชี้นำดอกเบี้ยตลาด) คงที่อยู่ 1.5% มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 หรือกว่า 3 ปีแล้ว แม้ว่าดอกเบี้ยโลกจะปรับตัวขึ้นไปได้ระยะหนึ่งแล้ว (นำโดยธนาคารกลางสหรัฐ) ซึ่งแบงก์ชาติให้เหตุผลว่า ดอกเบี้ยไทยจะคงอยู่ในระดับต่ำ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศให้เข้มแข็ง

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของแบงก์ชาติในการดำเนินนโยบายการเงินเริ่มมีการปรับเปลี่ยนนับแต่กลางปีที่ผ่านมา โดยเริ่มส่งสัญญาณให้รู้ว่าแบงก์ชาติกำลังพิจารณาว่าควรจะปรับดอกเบี้ยขึ้นเมื่อไหร่

โดยเฉพาะเมื่อเดือนที่ผ่านมาที่มีการสัมภาษณ์ผู้ว่าการแบงก์ชาติเรื่องดอกเบี้ยบ่อยครั้งขึ้น ทำให้การคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่มองว่าดอกเบี้ยไทยน่าจะปรับขึ้นต้นปีหน้า โดยเริ่มมีการคาดการณ์ว่าแบงก์ชาติอาจจะปรับดอกเบี้ยในการประชุม 1-2 ครั้งข้างหน้าก็เป็นได้

การคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ทำให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งขึ้นมากกว่าค่าเงินในภูมิภาค โดยเงินบาทแข็งขึ้นจาก 33.3 บาทต่อดอลลาร์ ช่วงกลางเดือนสิงหาคม เป็น 32.5 บาทต่อดอลลาร์ (ส่วนหนึ่งมาจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ แต่บาทแข็งขึ้นมากกว่าหลายสกุลในภูมิภาค) นอกจากนี้ ก็มีแรงซื้อพันธบัตรจากต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับแต่ครึ่งหลังของเดือนสิงหาคมกว่า 40,000 ล้านบาท

คำถามคือปัจจัยอะไรที่แบงก์ชาติจะใช้ในการพิจารณาว่าจะขึ้นดอกเบี้ยได้หรือยัง หากพิจารณาจากการให้สัมภาษณ์ของผู้ว่าการแบงก์ชาติ ประกอบกับบันทึกการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินใน 2 ครั้งที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีปัจจัยอยู่ 4 ประการที่มีผลต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย

1.การขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ในปีที่แล้วนั้นแม้ว่าสหรัฐจะทยอยขึ้นดอกเบี้ยและธนาคารกลางในภูมิภาคบางแห่งก็ปรับดอกเบี้ยตาม แต่แบงก์ชาติไทยยังคงดอกเบี้ยนโยบายโดยมองว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมาจากภาคการส่งออกและผลประโยชน์ยังไม่กระจายลงสู่ภาคอื่น ๆ ทำให้เศรษฐกิจภายในฟื้นตัวช้า แต่ในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมาแบงก์ชาติเริ่มมองว่า การฟื้นตัวเริ่มกระจายตัวมากขึ้น ทั้งการบริโภคและการลงทุนมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การขยายตัวของจีดีพีที่ระดับ 4.6-4.8% ในครึ่งปีแรก ถือว่าเป็นการขยายตัวที่สูง และสิ่งที่สังเกตได้อย่างหนึ่งคือ นักธุรกิจมีความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวมากขึ้น สังเกตได้จากดัชนีความเชื่อมั่นที่ปรับเพิ่มขึ้น

2.แรงกดดันเงินเฟ้อ เงินเฟ้อปัจจุบันอยู่ที่ 1.4-1.6% เพิ่งเข้าสู่กรอบเป้าหมาย เงินเฟ้อที่แบงก์ชาติกำหนดเอาไว้ที่ 1-4% เป็นเดือนที่ 5 (ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เงินเฟ้ออยู่ต่ำกว่า 1%) และนอกจากนั้นหากดูเงินเฟ้อที่หักอาหารสดและน้ำมัน (ซึ่งแบงก์ชาติจะให้ความสำคัญมากกว่า) ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.8% ดังนั้น แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ หรือเสถียรภาพของราคาจึงยังไม่น่ากังวลแม้ว่าเงินเฟ้อกำลังปรับตัวเพิ่มขึ้น

3.เสถียรภาพของระบบการเงิน แบงก์ชาติมีความกังวลว่า ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำนาน ๆ จะทำให้ผู้ออมพยายามแสวงหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง และให้ความสำคัญกับความเสี่ยงน้อยเกินไป ดังนั้น เมื่อดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นอาจส่งผลกระทบได้ โดยในรายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินได้แสดงความเป็นห่วงสหกรณ์ออมทรัพย์ ซึ่งเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ และได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบและดูแล

4.ขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) คือแบงก์ชาติต้องขึ้นดอกเบี้ย เพื่อว่าในอนาคตที่เศรษฐกิจชะลอลง จะได้สามารถลดดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้

นอกจากปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างต้นแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีอีก 2 ปัจจัยที่แบงก์ชาติใช้พิจารณาด้วย คือส่วนต่างดอกเบี้ยไทยกับต่างประเทศ กล่าวคือปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐปรับสูงขึ้นถึง 1.75-2.00% แล้ว และมีการคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ แปลว่าดอกเบี้ยนโยบายของใหม่จะต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐถึง 0.75-1.00% ซึ่งต่ำเป็นประวัติการณ์ ทำให้เสี่ยงต่อการไหลออกของเงินทุน ซึ่งทำให้เกิดปัญหาในหลายประเทศตลาดเกิดใหม่ในขณะนี้

แต่ในขณะเดียวกัน หากรีบเร่งการปรับดอกเบี้ยขึ้นก็อาจทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ดังที่กล่าวข้างต้น ซึ่งอาจไม่เหมาะสมในกรณีที่การส่งออกในอนาคตได้รับผลกระทบจากกระแสการกีดกันการค้าที่น่าจะทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต

ดังนั้น การดำเนินนโยบายการเงิน จึงต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างปัจจัยภายในประเทศซึ่งพัฒนาดีขึ้นมาเป็นลำดับ จนทำให้แบงก์ชาติคิดว่าไม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษต่อไปอีก ตลอดจนการปรับขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐที่ทำให้ส่วนต่างเทียบกับดอกเบี้ยไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก กับความเสี่ยงจากการกีดกันการค้าและความเสี่ยงที่เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพราะปัจจุบันไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงมาก ซึ่งสนับสนุนการแข็งตัวของเงินบาทเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

ซึ่งถ้าพิจารณาจากการส่งสัญญาณของแบงก์ชาติ ดูเหมือนว่าแบงก์ชาติต้องการขึ้นดอกเบี้ยสัก 1-2 ครั้ง ซึ่งอาจจะเริ่มปรับขึ้นปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอกเบี้ย แบงก์ชาติ