เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“เจริญ”ซุ่มเขย่าพอร์ตอสังหาฯ แต่งตัวเข้า”ตลาดหุ้น”รอบใหม่

14 ส.ค. 2560 | 00:40น.

ซุ่มจัดทัพธุรกิจอสังหาฯ ดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังปิดฉาก 3 กองทุนอสังหาฯ ตั้ง 3 บริษัทลูก “ปณวิณ-นันทพัฒน์-นอร์ม” รับซื้อคืนหน่วยลงทุน วงในเผยอยู่ระหว่างแยกประเภททรัพย์สิน ตลท.แจงมีบริษัทใหญ่เข้าหารือหลายราย

ปิดฉาก 3 กองทุนอสังหาฯ

แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประกาศซื้อคืน 3 กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยโฮเทลอินเวสเมนต์ (THIF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยรีเทล อินเวสเมนต์ (TRIF ) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยคอมเมอร์เชียล อินเวสเมนต์ (TCIF) มูลค่ารวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท ขณะนี้กระบวนการซื้อคืนหน่วยลงทุนได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยทางกลุ่มเจ้าสัวเจริญได้มีการจัดตั้ง 3 บริษัทรับซื้อหน่วยลงทุน ประกอบด้วย บริษัท นันทพัฒน์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด, บริษัท ปณวิณ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท นอร์ม จำกัด

ทั้ง 3 บริษัทได้รับซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน THIF ในสัดส่วน 66.95% ด้วยมูลค่า 21,015.15 ล้านบาท (ราคาหน่วยละ 11.98 บาท) ซื้อคืนหน่วยลงทุนกองทุน TRIF ในสัดส่วน 69.08% ด้วยมูลค่า 16,882.81 ล้านบาท (ราคาหน่วยละ 15.38 บาท) และรับซื้อหน่วยลงทุนของ TCIF จำนวน 66.98% คิดเป็นมูลค่า 21,494.77 ล้านบาท (ราคาหน่วยละ 14.50 บาท)

สำหรับหน่วยลงทุนที่เหลืออีกกว่า 30% ของแต่ละกองทุนที่ไม่ได้มีการขายคืนนั้น เพราะเป็นส่วนของกลุ่มเจ้าสัวเจริญอยู่แล้ว ซึ่งถือในนามบริษัท แอสเสท เวิรด์ ลีเฌอร์ จำกัด และบริษัท แอสเสท เวิรด์ จำกัด โดยการซื้อคืนหน่วยลงทุนครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่ารวม 59,395.73 ล้านบาท โดยทางกลุ่มเจ้าสัวเจริญได้ใช้เงินกู้ของธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย และได้ดำเนินการปิด 3 กองทุนอสังหาฯแล้ว

เขย่าพอร์ตปั้นเข้า “ตลาดหุ้น”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในครั้งนี้กลุ่มเจ้าสัวเจริญได้ประโยชน์จากภาษีในหลายเรื่อง หลัก ๆ ก็คือได้รับการยกเว้นภาษีโอนที่ดินจากกองทุนอสังหาฯ นอกจากนี้หากตั้งเป็นกองอสังหาฯต่อไป ตามเงื่อนไขจะไม่สามารถเพิ่มทุนได้ จึงไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่จากทรัพย์สินต่าง ๆ และหลังจากซื้อคืนหน่วยลงทุนมาแล้ว ทางกลุ่มเจ้าสัวเจริญมีแผนจัดโครงสร้างทรัพย์สินดังกล่าวใหม่ และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดแยกประเภททรัพย์สินและพิจารณาว่าจะนำส่วนไหนเข้าจดทะเบียน

“กลุ่มเจ้าสัวเจริญคงต้องมีการตีโจทย์แต่ละทรัพย์สินก่อน เพราะจริง ๆ แล้วถ้าอสังหาฯที่มีความสามารถเก็บค่าเช่าได้สูงมาก และมีอัตราเช่าเต็ม ก็ไม่น่าจะเอามาทำเป็นบริษัทจดทะเบียน ออกเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) จะคุ้มกว่า”

ผจก.กองทุนเชื่อ ได้ 2 เด้ง

แหล่งข่าวในวงการกองทุนรายหนึ่งวิเคราะห์ว่า การที่เจ้าของทรัพย์สินจะนำทรัพย์สินมาทำเป็น REITs มีเหตุผลหลักคือ ต้องการกำไรจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทุน เพราะเจ้าของจะได้ทั้งทุนและกำไรเป็นก้อนใหญ่ทันที เมื่อเทียบกับการขายหุ้นครั้งแรกให้ประชาชน (IPO) เพราะการขายหุ้นไอพีโอระดมทุนในตลาด เจ้าของเดิมจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนที่สูง เพราะถ้าเจ้าของขายหุ้นออกไปเยอะ นักลงทุนก็อาจไม่มั่นใจ ดังนั้น หุ้น IPO ที่ขาย ๆ กันไป ส่วนใหญ่จะทำได้แค่เคลียร์หนี้ เป็นเงินทุนหมุนเวียน

“อย่างไรก็ตาม การขายหุ้น IPO ก็มีโอกาสสร้างกำไร 2 ต่อเช่นกัน คือกำไรจากราคาหุ้น นอกจากนี้เมื่อราคาหุ้นเพิ่มขึ้น เจ้าของธุรกิจก็สามารถนำอสังหาฯของบริษัทมาจัดเป็นกอง REITs ได้ด้วย ซึ่งก็จะทำให้ได้เงินเด้งที่ 2 เจ้าสัวเจริญมีของอีกเยอะที่จะปล่อยออกมา วิธีเอาบริษัทเข้าจดทะเบียนก็ถือว่าดี” แหล่งข่าวกล่าว

ตลท.ชี้บริษัทใหญ่มาหลายราย

ทั้งนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถามไปยัง นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงประเด็นที่ว่า กลุ่มนายเจริญได้ติดต่อมายัง ตลท. เพื่อปรึกษาถึงเรื่องการนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนบ้างหรือไม่ นายสันติได้ให้คำตอบว่า ในช่วงที่ผ่านมา ตลท.ได้พูดคุยกับธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่งที่สนใจ และมีศักยภาพในการเข้ามาเป็นบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง ไม่ใช่เฉพาะที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังก็มีบริษัทขนาดใหญ่เตรียมตัวเข้ามาจดทะเบียนบ้างแล้ว

“ต้องบอกว่าเราคุยกับทุกราย ซึ่งถ้ารายไหนมีศักยภาพ และมีความพร้อมก็จะเข้ามาจดทะเบียนได้” นายสันติกล่าว

โบรกฯเชียร์ขายหุ้นโรงแรม

ด้านนายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ทรัพย์สินจาก 3 กองทุนอสังหาฯที่ได้ถอนออกไป โดยรวมจะมี 3 รูปแบบ ได้แก่ อสังหาฯประเภทโรงแรม อาคารสำนักงาน และศูนย์การค้า ซึ่งหากประเมินว่าทรัพย์สินใดเหมาะแก่การใช้จัดโครงสร้างธุรกิจในลักษณะบริษัท เพื่อนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น ส่วนตัวเห็นว่าน่าจะเป็นธุรกิจประเภทโรงแรม เพราะปัจจุบันการท่องเที่ยวในประเทศไทยยังมีการขยายตัวที่ดี และเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

ขณะที่ทรัพย์สินอื่น เช่น อาคารสำนักงานให้เช่านั้นก็เริ่มมีความตึงตัว เนื่องจากจำนวนอาคารสำนักงานมีจำนวนมาก และการแข่งขันสูง ดังนั้นจึงอาจจะยังไม่ใช่จังหวะที่ดีในการนำทรัพย์สินดังกล่าวมาจัดโครงสร้างธุรกิจ ส่วนศูนย์สรรพสินค้าก็ยังคงประสบปัญหาจากการใช้จ่ายในประเทศ ที่พบว่ากำลังซื้อโดยรวมของประชาชนยังไม่ฟื้นตัวดีนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อาทิ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (GOLD) นอกจากนี้ยังมี บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) (TICON) โดยบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ของกลุ่มสิริวัฒนภักดี ถือหุ้น 40.07% บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) (BJC) บริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ของกลุ่มสิริวัฒนภักดี ถือหุ้น 64.59%