เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยปิดดีลเปิดตลาดลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง ดันยานยนต์-แผงวงจรเชื่อมห่วงโซ่จีน
Economic ไทยปิดดีลเปิดตลาดลงทุนอาเซียน-ฮ่องกง ดันยานยนต์-แผงวงจรเชื่อมห่วงโซ่จีน
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณ 68,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณ 68,800 บาท
สทนช.เตือน 22-26 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันหลายภาค จับตาท้ายเจ้าพระยา 5 จังหวัด
Economic สทนช.เตือน 22-26 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันหลายภาค จับตาท้ายเจ้าพระยา 5 จังหวัด
กนช.เคาะ 99 โครงการ 509 ล้าน รับมือน้ำท่วม-แล้ง เตือนท้ายเจ้าพระยาน้ำจ่อขึ้น 1.25 เมตร
Economic กนช.เคาะ 99 โครงการ 509 ล้าน รับมือน้ำท่วม-แล้ง เตือนท้ายเจ้าพระยาน้ำจ่อขึ้น 1.25 เมตร
ค่าครองชีพไทยพุ่งแรง น้ำมันดันภาระเพิ่ม 7 เท่า คนกรุงแบกหนักสุดเดือนละกว่า 3,000 บาท
Economic ค่าครองชีพไทยพุ่งแรง น้ำมันดันภาระเพิ่ม 7 เท่า คนกรุงแบกหนักสุดเดือนละกว่า 3,000 บาท
โฆษก อว. ชูวิทยาศาสตร์–นวัตกรรม พลิกสังคมสูงวัยสู่ Wellness Economy
Economic โฆษก อว. ชูวิทยาศาสตร์–นวัตกรรม พลิกสังคมสูงวัยสู่ Wellness Economy
UNCTAD ชี้ FDI โลกไหลหาเทคโนโลยี ไทยต้องเลิกแข่งแค่ “สิทธิประโยชน์”
Economic UNCTAD ชี้ FDI โลกไหลหาเทคโนโลยี ไทยต้องเลิกแข่งแค่ “สิทธิประโยชน์”
MTL รุกตลาดสูงวัย เปิดบำนาญยืดหยุ่น จ่อขยายสิทธิสู่กรมธรรม์สะสมทรัพย์
Finance MTL รุกตลาดสูงวัย เปิดบำนาญยืดหยุ่น จ่อขยายสิทธิสู่กรมธรรม์สะสมทรัพย์
กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงทางพิเศษบูรพาวิถี 24-25 ก.ย. ช่วง 00.01-03.00 น.
Economic กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงทางพิเศษบูรพาวิถี 24-25 ก.ย. ช่วง 00.01-03.00 น.
แมริออทฯ จัดแพ็กเกจออสเตรเลียน โอเพ่น 2027 พร้อมกระทบไหล่“อเล็กซ์ เอียลา”ดาวรุ่งคนดัง
Biz Movement แมริออทฯ จัดแพ็กเกจออสเตรเลียน โอเพ่น 2027 พร้อมกระทบไหล่“อเล็กซ์ เอียลา”ดาวรุ่งคนดัง
ดูทั้งหมด

GL เผยปีนี้ลุ้นพลิกมีกำไร เหตุไม่มีตั้งสำรองพิเศษเพิ่ม ชี้คุม NPLสิ้นปีไม่เกิน 4.5% เดินเครื่องกางแผน 5 ปียกระดับธุรกิจเป็น “มัลติไฟแนนซ์”

18 ก.ย. 2561 | 16:25น.

นายทัตซึยะ โคโนชิตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุ๊ปลีส (GL) เปิดเผยว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าปีนี้จะมีโอกาสพลิกกลับมาทำกำไรได้ หลังจากไม่มีการตั้งสำรองพิเศษเหมือนปีที่ผ่านมา โดยในปี 60 นั้นบริษัทมีกำไรขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 1,603.21 ล้านบาท แต่ครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.61) บริษัทสามารถกลับมามีกำไรได้แล้ว 226.45 ล้านบาท แต่ทั้งนี้หากจะให้เห็นภาพชัดเจนอาจจะต้องพิจารณางบตั้งแต่ปี 2562-2565 มากกว่า เพราะปีนี้อาจจะยังมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่การประกอบการปกติอยู่บ้าง แต่อะไรที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อที่กำลังมีปัญหาอยู่ขณะนี้จะไม่มีการตั้งสำรองเพิ่มเติมอีกแล้ว เพราะว่าได้มีการตั้งสำรองพิเศษเต็มมูลค่าไปแล้ว ซึ่งหากเกิดปัญหาขึ้นมาก็ยังมีมูลค่าการตั้งสำรองนั้น ที่จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเอ็นพีแอล (หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้)

“ปีนี้เราค่อนข้างโฟกัสอัตราการทำกำไร เพราะเราอยากจะให้กำไรเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ได้เน้นพอร์ตว่าจะต้องใหญ่มากขนาดไหน” นายทัตซึยะกล่าว

ปัจจุบันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของบริษัทยังอยู่ในระดับ 4.5% ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้จะคุมเอ็นพีแอลให้ไม่เกินระดับ 4.5% ต่อไปได้ เนื่องจากบริษัทค่อนข้างมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยขณะนี้ยอดปฏิเสธสินเชื่อขยับขึ้นมาอยู่ที่ 34% จากปีก่อนที่ระดับ 28% และมีการลดวงเงินอนุมัติสินเชื่อเพื่อคุมคุณภาพพอร์ตของบริษัท โดยในเดือน ก.ย.61 บริษัทได้พัฒนาระบบ Core System ที่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อควบคุมเอ็นพีแอลให้มีคุณภาพมากขึ้น และประเมินว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า (2561-2565) กรณีที่แย่ที่สุด (Worst Case) จะควบคุมเอ็นพีแอลเต็มที่ในระดับ 6% ซึ่งบริษัทก็ยังไม่มีนโยบายขายหนี้ออกไปแต่อย่างใด
“บริษัทยอมรับว่าต้นทุนทางการเงินจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งปัจจุบันต้นทุนการเงินของเราอยู่ที่ 5.2% และอาจขยับเพิ่มสูงขึ้นในกรณีที่แย่ที่สุดที่ระดับ 7.5% ส่วนกรณีที่ดีที่สุด (Best Case) จะที่ระดับ 6.2% ซึ่งบริษัทมีแผนรองรับจากแหล่งเงินทุนที่หลากหลายในการนำมาขยายธุรกิจ ทำให้ไม่ค่อยกังวลในการหาเงินเข้ามา” นายทัตซึยะกล่าว

นายทัตซึยะกล่าวว่า ขณะเดียวกันบริษัทได้วางแผนธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า (2561-2565) โดยตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 1.21 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อน และมีรายได้อยู่ที่ 4.6 พันล้านบาท เติบโต 74% จากปีก่อน โดยมีกลยุทธ์ในการให้บริการสินเชื่อจากการเป็น “ดิจิทัลไฟแนนซ์” สู่การเป็น “ไลฟ์ไซเคิลไฟแนนซ์” และขยายการให้บริการทางธุรกิจจากบริษัทลีสซิ่ง เป็นบริษัทมัลติไฟแนนซ์ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินเชื่อให้เพิ่มขึ้น

“เราได้เริ่มดำเนินการเรื่องนี้แล้ว โดยมีวงจรด้านการบริการทางการเงินแบบครบวงจร หลักๆ ในประเทศไทยจะเป็นการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซต์ใหม่ หลังจากที่ลูกค้าตกลงสัญญาและได้รถไปแล้วนั้นจะมีความเป็นเจ้าของ หลังจากนั้นลูกค้าสามารถมาต่อยอดกับบริษัทได้อีกโดยการเข้ามากู้สินเชื่อแบบมีหลักประกัน (ซึ่งเราดำเนินการโปรดักต์นี้มา 4 ปีแล้ว) หรืออาจจะต้องการขายรถออกไป (กลายเป็นรถมือสอง) เราก็มีบริการ GL Auction เข้ามาช่วย

นอกเหนือจากนี้เราก็ได้พัฒนาโปรดักต์ใหม่ชื่อ THANABAN Car Buy ที่รับซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซต์ โดยรับซื้อเสร็จก็มาปล่อย ส่วนตลาดรถมือสองเราดูแลลูกค้าต่อโดยมีโปรดักต์ชื่อว่า THANABAN Smart BIKE ซึ่งจะมาปล่อยสินเชื่อให้กับรถมือสอง

เมื่อลูกค้าผ่อนเสร็จเรียบร้อย กลับกลายเป็นเจ้าของเหมือนเดิม ซึ่งถ้าลูกค้าขายรถมือสองเราก็สามารถใช้โปรดักต์ THANABAN Car Buy มาซื้อและปล่อยขายรถมือสองต่อ และเมื่อลูกค้ามีเงินสดก็สามารถซื้อรถมือหนึ่งต่อได้ นี่ก็จะเป็นวัฏจักรแบบไลฟ์ไซเคิลไฟ โดยปัจจุบันยอดปล่อยกู้มอเตอร์ไซต์มือหนึ่งเฉลี่ยที่ 50,000 บาทต่อคัน ส่วนยอดปล่อยกู้บิ๊กไบท์สูงสุดอยู่ที่ 2.5 แสนบาทต่อคัน หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 หมื่นบาทต่อคัน ส่วนเงินกู้สินเชื่อจำนำปล่อยกู้เฉลี่ยอยู่ที่ 25,000 บาทต่อคน” นายทัตซึยะกล่าว

อย่างไรก็ตามบริษัทได้พัฒนาประสิทธิภาพการสร้างระบบเครือข่าย POS ที่มีต้นทุนต่ำ พร้อมกับมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายการบริหาร (Operating Cost) เช่น ค่าใช้จ่ายของสต๊าฟ, เงินเดือนพนักงาน เป็นต้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีการดำเนินธุรกิจอยู่ใน 7 ประเทศ โดยคาดว่าในระยะ 5 ปีข้างหน้า สัดส่วนรายได้จะมาจากประเทศไทยอยู่ที่ 55% เมียนมา 18% ซึ่งเป็นการเติบโตแบบมีนัยสำคัญ ตั้งแต่เริ่มเข้าไปเทคโอเวอร์เมื่อไตรมาส 1/60 ละตั้งบริษัทใหม่เริ่มเห็นการเติบโตและคาดว่าจะมียอดสินเชื่อจาก 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 5,010 ล้านบาทได้ ขณะที่กัมพูชาอยู่ที่ 17% หรือเป็นการปรับลดพอร์ตลงมาจากสถานการณ์ภายในประเทศที่มีความไม่แน่นอน ส่วนอินโดนีเซียอยู่ที่ 6% และลาว 4% จากปี 2560 ที่ไทยอยู่ 63% กัมพูชา 26% ลาว 5% เมียนมา 3% และอินโดนีเซีย 3%

โดยหากแบ่งรายได้ตามสัดส่วนสินค้า หลักๆ จะเป็นการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ 68% ไมโครไฟแนนซ์ 18% อื่นๆ 10% และสินเชื่อที่มีหลักประกัน 4% จากปี 2560 สินเชื่อเช่าซื้ออยู่ที่ 87% สินเชื่อที่มีหลักประกัน 6% อื่นๆ 5% และไมโครไฟแนนซ์ 2%

นายทัตซึยะ โคโนชิตะ กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเด็นคดีความขณะนี้ศาลได้ยกฟ้องล้มละลายแล้ว ซึ่งอาจจะใช้เวลารออุทธรณ์ประมาณ 1 ปี ส่วนคดีความที่เหลือกรณี J Trust ฟ้องบริษัทในคดีแพ่งนั้น ศาลจะนัดชี้ 2 สถานในวันที่ 2 ต.ค.61 ซึ่งถ้าพิจารณาตามกำหนดนัด และนับจำนวนพยานทั้งหมดแล้ว คาดว่าในเบื้องต้นศาลแพ่งจะใช้เวลาสืบอย่างน้อย 2-3 ปี หาก J Trust ถอนฟ้องเราไปก่อนก็คงไม่มีผลอะไร
ซึ่งเราประเมินว่าศาลคงจะยกฟ้อง เพราะไม่มีเหตุผลที่จะมาเร่งการชำระเงิน โดยอาจจะไปรอกำหนดชำระหนี้ตามบอนด์ในอัตราดอกเบี้ย 5% ตามปกติ

ส่วนเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (18 ก.ย.61) ศาลได้ตัดสินคดีความที่บริษัทถูกฟ้องร้องล้มละลายให้เป็นความเท็จ ซึ่งฝ่ายโจทก์ก็ขอเลื่อนการพิจารณาคดีออกไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน