เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

ชี้ร่างพ.ร.บ.จัดเก็บภาษีบุหรี่ เข้าบัตรทอง เป็นความร่วมมือก.คลัง-สธ. ยังไม่เก็บเหล้ามีเหตุผล

02 ต.ค. 2561 | 16:40น.

มูลนิธิรณรงค์ไม่สูบบุหรี่หนุนใช้ภาษีบาปเข้าบัตรทอง ด้านแวดวงสาธารณสุขลั่นร่างกม.ผ่านไม่ได้ หากก.คลังไม่ร่วมมือ เหตุมีช่องขึ้นภาษี ย้ำไม่เลือกปฏิบัติ

จากกรณีที่กระทรวงการคลัง เตรียมขึ้นภาษีบุหรี่หรือภาษีบาปในอัตรา 2 บาทต่อซอง และจะนำเงินจากการเก็บภาษีดังกล่าวที่ได้ประมาณ 4,000 ล้านบาทไปใช้ในงบหลักประกันสุขภาพ หรืองบบัตรทอง ซึ่งกระทรวงการคลังได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มาระยะหนึ่งแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นพ.ประกิต วาทีสาทกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีมีการยกร่างพ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการภาครัฐ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ…ที่จะมีการขึ้นภาษีบุหรี่ซองละ 2 บาท ว่า ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะการขึ้นภาษีบุหรี่เป็นมาตรการที่ช่วยลดจำนวนนักสูบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะคนจน คนมีรายได้น้อย ซึ่งจากข้อมูลหากขึ้นภาษีบุหรี่ให้แพงขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์จะทำให้นักสูบในวัยผู้ใหญ่ลดจำนวนมวนที่สูบลงได้ 4 เปอร์เซ็นต์ เด็กลดจำนวนมวนที่สูบลง 8-10 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้หลายประเทศทั่วโลกมีการขึ้นภาษีบุหรี่ทุกปี เช่น ประเทศออสเตรเลีย บุหรี่จะมีราคาสูงถึงซองละกว่า 30ดอลลาร์ นอกจากนี้บุหรี่ยังเป็นสินค้าที่ต้องเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 70 ของราคาที่ขาย ดังนั้นการที่กระทรวงการคลังและกระทรวงสาธารณสุขหารือร่วมกันว่าจะขึ้นราคาบุหรี่ในอัตรา 2 บาทต่อซองถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม

นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีผู้คัดค้านไม่ให้ขึ้นภาษีโดยระบุว่าจะเป็นการซ้ำเติมผู้บริโภคและเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ และเศรษฐกิจนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การจะลดจำนวนคนสูบลงก็ต้องมีผลกระทบ ถ้าไม่ปรับราคาขายจำนวนคนสูบก็ไม่ลด แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องชั่งน้ำหนัก ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น กรณีเศรษฐกิจยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกหรือไม่ แล้วกรณีที่เป็นผลกระทบกับสุขภาพนั้นมีทางเลือกหรือเปล่า ซึ่งต้องบอกว่าสุขภาพของคนเวลาเสียแล้วซ่อมได้ไหม ซ่อมแล้วเหมือนเดิมหรือไม่ และถ้าบุหรี่มีราคาแพงขึ้นคนไม่สูบแง่เศรษฐานะของคนนั้นก็ดีขึ้น สุขภาพก็ไม่ต้องเสี่ยงกับโรคที่เกิดจากบุหรี่ ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกประเมินว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยจากบุหรี่ที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 1 ล้านคน เสียชีวิตปีละประมาณ 5 หมื่นคน แต่ก่อนจะเสียชีวิตต้องนอนป่วยหนักอยู่กว่า 3 ปี เป็นภาระทั้งของผู้ป่วย ระบบสุขภาพและฐานะของครอบครัวเขาเอง

เมื่อถามว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้อยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสมหรือไม่เพราะเพิ่งมีการขึ้นภาษีครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2560 เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า เหมาะสมแล้ว เพราะในหลายประเทศมีการเขียนไว้ในกฎหมายเลยว่าต้องมีการเพิ่มภาษีบุหรี่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และอย่างที่ออสเตรเลียมีการขึ้นภาษีบุหรี่ 6 เดือนครั้ง ส่วนของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2536 ถึงปัจจุบันมีการขึ้นภาษีไป 12 ครั้ง เฉลี่ยขึ้นภาษี 2 ปีต่อ 1 ครั้ง แต่ในความเป็นจริงบางครั้งเว้นไป 3,4 ปี ก็ค่อยมีการขึ้นภาษีก็มี ดังนั้นคิดว่าการขึ้นภาษีบุหรี่ครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่สมควรที่จะทำ

แหล่งข่าวแวดวงสาธารณสุข กล่าวว่า การจัดทำร่าง พ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขฯ เพื่อเก็บภาษีบุหรี่ซิกาแรตเพิ่มซองละ 2 บาท มาให้กองทุนบัตรทอง เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพราะไม่ต่างจาก พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ที่กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) อาจจัดเก็บภาษีการค้าปลีกยาสูบมวนละ 10 สตางค์ ซึ่งคิดว่าร่างกฎหมายน่าจะเขียนคล้ายกันไม่ต่างกันมาก และการนำเอาเงินมาช่วยในเรื่องของกองทุนสุขภาพก็มองว่าเกิดประโยชน์ เพราะอย่างไรในช่วงเดือนกันยายน 2562 บุหรี่ทุกยี่ห้อราคาขายปลีกจะต้องเกินกว่า 60 บาทแน่นอน เนื่องจากอัตราภาษีตามมูลค่าจะเปลี่ยนจากอัตราร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 40 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาต้องขยับราคาอยู่แล้ว

“ช่วงกันยายน 2562 บุหรี่ทุกยี่ห้อต้องขึ้นราคาทั้งหมดอยู่แล้ว ดังนั้น การเก็บเพิ่มอีกซองละ 2 บาท จึงไม่ได้แตกต่างเลย หากสามารถเก็บแล้วเข้ากองทุนสุขภาพในวันนี้เลย ก็ยิ่งเป็นเรื่องดี เชื่อว่าทางควบคุมยาสูบคงเห็นด้วยแน่นอน แต่สิ่งที่คิดว่าควรเพิ่ม คือ อาจจะต้องมีการเก็บภาษียาเส้นเพิ่มด้วยหรือไม่” แหล่งข่าวแวดวงสาธารณสุขกล่าว

แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า เท่าที่ทราบจากผู้ปฏิบัติงาน จริงๆ แล้ว การจัดทำร่าง พ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขฯ จะสำเร็จไม่ได้ หากกระทรวงการคลังไม่อนุมัติ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงินการคลัง และก่อนจะร่างกฎหมายก็มีการส่งเรื่องให้พิจารณาว่า ทำได้หรือไม่ การที่ทำในส่วนของการจัดเก็บภาษีบุหรี่ เพราะยังมีกรอบที่ทำได้ และไม่ซับซ้อนเท่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่ใช่ว่าเลือกปฏิบัติ เพราะหากตรงนี้สำเร็จก็จะสามารถทำต่อในตัวอื่นๆได้ แต่ก่อนอื่นอยากให้เข้าใจว่า การทำตรงนี้เป็นเรื่องดีในแง่ป้องกันสุขภาพของประชาชน เพราะการขึ้นภาษี เมื่อบุหรี่แพงขึ้นก็ลดนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ส่วนงบที่เข้าไปบัตรทอง ก็ไม่ใช่จะมากระจุกที่กระทรวงสาธารณสุข เพราะงบบัตรทอง ต้องยอมรับว่าแม้จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่เพียงพอ และเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงบริการ และประสิทธิภาพต่างๆ งบตรงนี้จะช่วยได้และกระจายให้กับโรงพยาบาลสังกัดอื่นๆ ทั้งมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ฯลฯ ก็จะได้งบส่วนนี้ ขณะที่โรงพยาบาลก็มีการเพิ่มประสิทธิภาพของตนเองด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว มาตรา 4 ระบุชัดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพ.ร.บ.นี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ เพื่อปฏิบัติตามพ.ร.บ.ฯ และมาตรา 5 ให้สำนักงานมีอำนาจจัดเก็บเงินสมทบจากยาสูบในอัตรามวนละสิบสตางค์ ให้ผู้บริโภคเป็นผู้มีหน้าที่ชำระเงินสมทบ และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมผลิตยาสูบหรือผู้นำเข้ายาสูบ เป็นผู้ดำเนินการเรียกเก็บเงินสมทบ ส่วนมาตรา 6 ให้กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรเป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บเงินสมทบตามมาตรา 5 เป็นต้น

ทางด้าน นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่รณรงค์และต่อต้านการสูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลัง และกระทรวงสาธารณสุข เตรียมเก็บเงินจากบุหรี่อีกซองละ 2 บาท นำเงินเข้ากองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ซึ่งคาดว่าจะได้ปีละประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ว่า เพิ่งทราบจากข่าว และเห็นด้วยในหลักการเป็นอย่างยิ่ง เพราะขณะนี้รัฐบาลเริ่มแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาประชาชนไม่ไหว แต่เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดูแลประชาชน และประชาชนได้ประโยชน์ ที่สำคัญแนวทางนี้ไม่ทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะโรงงานยาสูบถึงกับขาดทุนแน่นอน

“โดยหลักการ สมมติว่าบุหรี่ราคา 100 บาท จะดึงเงินเพียง 2 บาท ไปเข้ากองทุนบัตรทองเท่านั้น อย่าไปคิดว่าโรงงานยาสูบ หรือบริษัทบุหรี่จะเจ๊ง และขอให้เดินหน้าต่อไปเพราะนี่คือการทำเพื่อส่วนรวม ที่ผ่านมา เรารู้ว่าเงินที่จะดูแลรักษาประชาชนไม่มีทางพอ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ถ้ามีมาเพิ่มจะทำให้ระบบบริการต่างๆ ดีขึ้น” นพ.หทัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวคิดว่าจะดึงเฉพาะเงินจากบุหรี่ เหตุใดไม่ดึงเงินจากสินค้าบาปอื่นๆ มาช่วยด้วย นพ.หทัย กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่า หลักการนี้ถือเป็นวิธีแก้ไขสถานการณ์ที่ถูกต้อง

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บัตรทอง