ก่อนหน้านี้สหภาพยุโรป (อียู) ได้กำหนดห้ามการเดินทางและยึดทรัพย์ของสมาชิกทหารเมียนมาจำนวน 5 คน แต่ยังไม่มีมาตรการคว่ำบาตร พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ขณะที่มติของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) บางส่วน เรียกร้องให้ดำเนินคดีพร้อมกับนายพลอีก 5 นาย จากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่
ล่าสุด รอยเตอร์ส รายงานว่า สหภาพยุโรป หรืออียู กำลังพิจารณามาตรการคว่ำบาตรการค้ากับเมียนมาจากกรณีวิกฤตโรฮีนจา
โดยรายงานระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่อียูจะถอนสิทธิการเข้าถึงตลาดแบบปลอดภาษี ซึ่งเมียนมาได้สิทธิดังกล่าวในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่ยากจน
ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรที่อยู่ระหว่างการหารือของคณะกรรมาธิการยุโรป จะมุ่งพิจารณา “สิ่งทอ” ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับเมียนมา อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาบรรลุจะยังไม่มีผลบังคับใช้ในทันที เพื่อให้เมียนมาและอียู สามารถต่อรองเพื่อร่วมกันในการหยุดวิกฤตโรฮีนจาได้
พร้อมกันนั้น รายงานระบุว่า กระบวนการพิจารณาของอียู คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 6 เดือนในการกำหนดมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่ข้อกำหนดดังกล่าวจะสามารถยกเลิกได้ หากเมียนมาบรรลุตามเป้าหมายประชาธิปไตยและมนุษยธรรมของสากลโลก