ศึกโมบายแบงกิ้งระอุ SCB EASY 20 ฟีเจอร์ใหม่ กรุงไทย NEXT แอปเดียวอยู่
เปิดศึกประชัน “แอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้ง” เวอร์ชั่นใหม่ของ 2 แบงก์ใหญ่ ระหว่าง “ธนาคารกรุงไทย” กับ “ธนาคารไทยพาณิชย์” ในวันเดียวกันเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 61 ที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละค่ายแบงก์ต่างอัพเกรดฟีเจอร์ใหม่ ๆ มุ่งเติมเต็มความต้องการของลูกค้าแบงก์ เพื่อสร้างจุดขายเฉพาะตัวที่มิติต่างกันไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ค่ายแบงก์สีเขียวเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ “K พลัส 5.0” เปลี่ยนเพื่อรู้ใจขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้มากขึ้น
เริ่มกันที่ฝั่ง “ธนาคารกรุงไทย” หรือ KTB ที่พลิกโฉมแอป “กรุงไทย NEXT” ที่เพิ่มฟีเจอร์การใช้งานนอกเหนือจากบริการโอน-ถอน-เติม-จ่าย พร้อมกับจัดใหญ่ เพราะคว้าตัวพระเอกสุดฮอต “ณเดชน์ คูกิมิยะ” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ รวมถึงจัดเต็มหนังโฆษณาโปรโมตใช้แอป “กรุงไทย NEXT” ชีวิตครบ แอปเดียวเอาอยู่
โดย “จักรกฤษณ์ กลิ่นสมิทธิ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ KTB ชี้ว่า ฟีเจอร์ใหม่ที่หาในแอปอื่นไม่ได้ ที่เด่น ๆ คือ Krungthai Travel Card ที่ผู้ใช้สามารถแลกเงินตราต่างประเทศได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมี 10 สกุลเงิน เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร ปอนด์ และเงินเยน ฯลฯ ที่เป็นอัตราที่พิเศษกว่าท้องตลาด รวมทั้งให้แลกกลับเป็นเงินบาทด้วย ที่สำคัญไม่มีค่าธรรมเนียมการรูดบัตรด้วย ทำให้ไม่ต้องพกเงินสด
นอกจากนี้ เปิดให้ “ซื้อ-จอง” สลากกินแบ่งรัฐบาล และหลักทรัพย์ออนไลน์ หรือซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวเมืองรอง ที่จะมีใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท โดยข้อมูลนี้จะถูกส่งไปที่กรมสรรพากรอัตโนมัติ ในขณะที่ผู้ใช้สายบุญ สามารถเข้าใช้ฟีเจอร์ “กรุงไทย เติมบุญ” กับหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมรับใบอนุโมทนาบุญอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน
“ธนาคารได้ปรับเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด ทั้ง backend และ frontend และยังปรับโฉม user interface พร้อมทั้งดึงฟังก์ชั่นหลักอย่างโอน เติม จ่าย มาไว้ที่หน้าแรก” นายจักรกฤษณ์กล่าว
ขณะที่ “ผยง ศรีวณิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ KTB กล่าวว่า ธนาคารได้ทุ่มงบฯราว 1 หมื่นล้านบาท ในการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ machine learning มาพัฒนาเพื่อก้าวสู่การเป็น “invisible banking” ตามยุทธศาสตร์ของแบงก์ ซึ่งแอป “กรุงไทย NEXT” เวอร์ชั่นใหม่จะสามารถรองรับการทำธุรกรรมทางการเงินได้สูงถึง 25,000 รายการต่อวินาที เรียกว่าสูงสุดในบรรดาแบงก์แล้ว และคาดว่าจะเพิ่มผู้เข้ามาใช้แอปราว 3 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ และปีหน้าจะแตะ 10 ล้านราย โดยปีหน้าจะเห็นการให้บริการสินเชื่อผ่านแอปดังกล่าว
และนี่คือจุดเปลี่ยนของแบงก์กรุงไทยที่จะเห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ จากนี้ไป
ฟาก “ธนาคารไทยพาณิชย์” หรือ SCB ที่ประกาศพลิกเกมดิจิทัลแพลตฟอร์มครั้งที่ 3 ของแอป “SCB EASY” ที่ชูความเป็นโมเมนต์แบงกิ้ง#เป็นทุกโมเมนต์เพื่อคุณ โดยบริการทางการเงินให้ตรงกับทุกช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง หลังจากตกผลึกเรียนรู้ข้อมูล transactional lifestyle ที่จับอินไซด์ในทุกไมโครโมเมนต์ของลูกค้า
พร้อมกับทำการตลาด “SCB EASY” ด้วยกลยุทธ์ targeted marketing และเปิดตัวหนังโฆษณาแนวตั้งพร้อมกัน 20 เรื่อง นับเป็นครั้งแรกของเอเชียที่ถ่ายทอดถึง 20 โมเมนต์ และประสบการณ์การใช้งาน 20 ฟีเจอร์ของ “SCB EASY” ที่เพิ่งออกมาให้บริการเวลานี้ เพื่อผลักดันยอดการทำธุรกรรมแบบไม่ใช่เงินสด (noncash transaction) ให้ถึง 99% บนดิจิทัลแพลตฟอร์ม
โดย “ธนา โพธิกำจร” ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสาย Digital Banking SCB กล่าวว่า 20 ฟีเจอร์ใหม่บนแอป “SCB EASY” ที่โดดเด่น อาทิ บริการสินเชื่อและบัตรเครดิต ลูกค้าสามารถเปิดและปิดการใช้บัตรเครดิตได้ด้วยตัวเอง เช็กประวัติธุรกรรมการเงินย้อนหลัง 1 ปี บริการโอนเงินสูงสุด 10 รายการพร้อมกัน บริการจ่ายค่าน้ำ-ไฟได้ทุกที่ทั่วโลก ชำระเงินกู้ได้ทุกงวดทันที ใช้งานสมุดบัญชีดิจิทัล (E Passbook) ออกสลิปใหม่ได้เอง การขอและรับเอกสารทางการเงิน การกดเงินสดจากวงเงินคงเหลือในบัตรเครดิตที่ตู้เอทีเอ็มได้ทันที ฯลฯ โดยปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายมีผู้เข้ามาใช้แอป “SCB EASY” ถึง 10 ล้านราย และจะเพิ่มเป็น 12.5 ล้านรายภายในปี”62
พร้อมกับอัพเดตบริการสินเชื่อดิจิทัลที่ให้บริการมาแล้ว 1 ปี ว่า ปัจจุบันมียอดอนุมัติสินเชื่อโดยรวมผ่านแอปนี้แล้วราว 4,000 ราย จากยอดสมัครสินเชื่อดิจิทัลผ่านแอปกว่า 8 แสนราย และปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10 เท่า โดยจะวางกลยุทธ์เจาะกลุ่มใหม่ที่ธนาคารยังไม่เคยเข้าถึงมาก่อน และนำข้อมูลของคนกลุ่มนี้ประเมินความเสี่ยงเพื่อปล่อยสินเชื่อ
“ปัจจุบันมีข้อจำกัด คือ หากประเมินความเสี่ยงแล้วไม่สามารถให้สินเชื่อได้ก็จะต้องปฏิเสธ อย่างไรก็ดี ธนาคารตั้งใจจะปล่อยในวงเงินแบบยืดหยุ่น (flexible) หลังจากการประเมินความเสี่ยง เช่น ลูกค้าขอสินเชื่อ 1 แสนบาท แต่ไม่สามารถปล่อยสินเชื่อให้ได้ หากมีการยืดหยุ่นอาจเสนอให้ลูกค้า 5 หมื่นบาท แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้” นายธนากล่าว
นับวันศึกโมบายแบงกิ้งยิ่งระอุขึ้น เพราะแต่ละแบงก์ก็ต้องพยายามให้บริการที่มัดใจลูกค้าไม่ให้หนีหาย คงต้องติดตามกันต่อไป