Skip to content

ก.ล.ต. ชวนนักลงทุนลอง “โปรแกรมทดสอบภูมิคุ้มกันการลงทุน” ในงาน SET in the City 2018

15 พ.ย. 2561 | 15:05น.
ก.ล.ต. ชวนนักลงทุนลอง “โปรแกรมทดสอบภูมิคุ้มกันการลงทุน” ในงาน SET in the City 2018

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ลงทุนมักแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้น โดยหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มองว่ามีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝาก ผลตอบแทนที่สูงขึ้นก็อาจนำมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการถูกชักชวนให้ลงทุนแล้วบอกว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงโดยไม่มีความเสี่ยง

หากผู้ลงทุนไม่สังเกต ไม่เข้าใจผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง หรือลงทุนตามกระแส อาทิ คริปโตเคเรนซี ไอซีโอ หรือบิทคอยน์ต่างๆ ก็อาจทำให้ผู้ลงทุนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพและสร้างความเสียหายให้กับเงินลงทุนได้ หนึ่งในสาเหตุสำคัญ คือ ผู้ลงทุนไทยขาดความคุ้มกันที่ดี ทั้งในแง่ของความรู้ความเข้าใจต่อสินทรัพย์ที่จะลงทุน และในแง่ของการป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้ถูกหลอกหรือถูกชักชวนไปลงทุนในทางที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ลงทุนได้

โดย ก.ล.ต. มีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้ผู้ลงทุนไทยเป็นนักลงทุนคุณภาพ สามารถใช้ตลาดเงินและตลาดทุนเป็นช่องทางในการสร้างความมั่งคั่ง โดยมีภูมิคุ้มกันเป็นเกราะป้องกันภัยในตัว ในงาน “SET in the City 2018” ระหว่างวันที่ 15-18 พฤศจิกายน ภายในบูธของก.ล.ต. จะมีโปรแกรมทดสอบภูมิคุ้มกันของตนเอง รวมทั้งความรู้ในเรื่องสินทรัพย์การลงทุน โดยผู้ร่วมงานจะมีโอกาสได้ทดสอบระดับภูมิคุ้มกันของตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอกและเติมความมั่นใจในการลงทุนกลับไป

เมื่อผู้ลงทุนมีภูมิคุ้มกันและพร้อมจะลงทุนแล้ว ก.ล.ต.ยังมีโครงการ “5 มั่นใจลงทุน” ที่จะเป็นตัวช่วยให้ผู้ลงทุนได้รับประสบการณ์ใหม่ของการแนะนำการลงทุนอย่างครบวงจร ผ่านบริการออกแบบการลงทุน 5 ขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วย

1) การสำรวจและทำความเข้าใจลูกค้า
2) การกำหนดแผนจัดสรรการลงทุน (asset allocation)
3) การแนะนำการลงทุนแบบองค์รวม
4) การติดตามและปรับปรุงการลงทุน
5) การรายงานภาพรวมการลงทุนของลูกค้า

ทั้งนี้ บริการให้คำปรึกษาและแนะนำการลงทุนที่ครบวงจร ส่วนใหญ่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มคนที่เป็นผู้มีเงินลงทุนจำนวนสูง (private wealth) เท่านั้น ในขณะที่ประชาชนทั่วไปมักประสบปัญหาในการลงทุน เนื่องจากได้รับข้อมูลมากมาย แต่ไม่สามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีอยู่หลากหลายได้ หรือได้รับคำแนะนำให้ซื้อผลิตภัณฑ์เป็นรายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ผู้ขายได้รับค่าตอบแทนการขายสูงหรือต้องการเพิ่มยอดขาย รวมทั้งขาดผู้ติดตามดูแลการลงทุนให้หลังจากที่ได้ลงทุนไปแล้ว จึงทำให้คนทั่วไปไม่สามารถใช้ตลาดทุนเพื่อสร้างอิสรภาพทางการเงินได้

“ก.ล.ต. ยังคงเน้นย้ำว่า ภูมิคุ้มกันที่สำคัญที่สุดคือ ตัวผู้ลงทุนเอง ที่ต้องรู้ใจตัวเองก่อนจะตัดสินใจเข้าไปลงทุน เพราะการ “รู้ใจตัวเอง รู้จักตัวเอง” ก็คือรู้ว่าสินทรัพย์ที่จะเข้าไปลงทุนนั้นเหมาะกับตัวผู้ลงทุนเองหรือไม่ ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันด่านแรกไม่ให้หลงไปลงทุนอะไรที่ผิด จนเกิดความเสียหายในที่สุด ก.ล.ต.คาดหวังว่า โครงการ “5 ขั้นมั่นใจลงทุน” จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะเข้ามาปลดล็อคข้อจำกัดเหล่านี้ และทำให้ผู้รับบริการมีความพร้อมในการจัดการบริหารทรัพย์สินของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายรพี กล่าวเสริม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต.