เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

โปรฯไฟไหม้ ฟื้นเศรษฐกิจ (ยั่งยืน)

24 พ.ย. 2561 | 23:05น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาพร้อม “คำพูด” และ “นโยบาย” มุ่งการสร้าง “ความยั่งยืน” ให้กับประชาชน ไม่ใช้นโยบาย “ประชานิยม” เหมือนรัฐบาลชุดก่อน ๆ แต่เมื่อเข้ามาบริหารประเทศจริง ๆ ก็คงเข้าใจว่า “ยั่งยืน” นั้นไม่สามารถทำได้ด้วยคำพูด

แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาพยายามขับเคลื่อนการสร้างความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ให้กับประชาชน แต่ก็ยังเดินทางไปไม่ถึงเป้าหมายเพราะไม่เช่นนั้นรัฐบาลคงไม่ต้องจัดโปรฯไฟไหม้ เกือบแสนล้านกระตุ้นเศรษฐกิจเติมเงินในกระเป๋าคนจนระรัวออกมาในเวลานี้

นอกจากว่าจะมีเหตุผลทางการเมืองอื่น ๆ…ที่ละไว้ในฐานที่เข้าใจกัน

เพราะแพ็กเกจที่ว่าเป็นการเติมกำลังซื้อให้ประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (14.5 ล้านคน) ทุกรูปแบบ ถือเป็นการอัพเกรดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เดิมทำได้แค่การซื้อสินค้าจำเป็นในร้านธงฟ้าประชารัฐ ค่าเดินทาง ค่าแก๊สหุงต้ม

แต่ปัจจุบันยังสามารถกดเงินสดมาใช้ได้ ทั้งเติมเงินให้เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ค่าน้ำ 100 บาท ค่าไฟ 230 บาทต่อเดือน ค่าเช่าบ้าน 400 บาทต่อเดือน (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ค่าเดินทางไปหาหมอ 1,000 บาทต่อคน ทั้งแจกเงินปีใหม่อีก 500 บาทต่อคน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังอนุมัติเติมเงินให้ข้าราชการบำนาญ ช่วยค่าครองชีพเพิ่มเงินเบี้ยหวัดบำนาญให้ถึง 1 หมื่นบาทต่อเดือน (สำหรับคนที่ยังได้ไม่ถึง 1 หมื่นบาท)

Advertisement

แถมเตรียมออกแพ็กเกจ “ช็อปช่วยชาติ เวอร์ชั่น 2” ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ให้กลุ่มชนชั้นกลางด้วย เรียกว่าพยายามกระจายให้ทั่วถึง

ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า มาตรการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (20 พ.ย.) ไม่ได้มีแค่ช่วยผู้ถือบัตรสวัสดิการ มีทั้งการช่วยเหลือเกษตรกรสวนยาง ช่วยเหลือคนชรา ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย รวมถึงข้าราชการบำนาญ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นการช่วยเหลือคนกลุ่มต่าง ๆ ที่คิดมานานแล้ว

แต่ก็มีคำถามว่า ทำไมต้องสั่งคลอดมาตรการเร่งด่วน โดยให้มีผลช่วงธันวาคม 2561-กันยายน 2562 และทั้งหลายทั้งปวงต้องยอมรับว่า เป็นมาตรการเติมเงินเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อแบบชั่วคราว นับเป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยแบ่งเบาภาระผู้มีรายได้น้อย แต่ก็คงไม่สามารถทำให้ประชาชนมีความมั่งคั่ง ยั่งยืนได้ตามสโลแกน

แม้หลายโครงการของรัฐบาลพยายามสร้างเงื่อนไขเรื่องการอบรมให้กับประชาชน แต่ดูเหมือนว่าในทางปฏิบัติก็ทำเพียงเพื่อให้ผ่านเงื่อนไข โดยไม่ได้มุ่งสร้างทักษะความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง

ขณะที่ผ่านมารองนายกรัฐมนตรีสมคิด และขุนคลังอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ยืนยันว่า เศรษฐกิจกำลังอยู่ทิศทางขาขึ้น ซึ่งเป็นการขยายตัวจากยอดพีระมิดหรือกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ก่อนเพื่อที่จะดึงให้ฐานรากขยับ แต่จากการที่รัฐบาลอัดสารพัดมาตรการออกมาเหมือนโปรฯไฟไหม้ น่าจะเป็นการยืนยันได้ส่วนหนึ่งว่านโยบายที่รัฐบาลส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อหวังให้เป็นหัวจักรรถไฟขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้นยังส่งต่อไม่ถึงรากหญ้า หรือแม้แต่ชนชั้นกลาง

และแม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะมีมาตรการลดหย่อนภาษีรูปแบบต่าง ๆ ไปหลายระลอก โดยเฉพาะเอกชนยักษ์ใหญ่กลุ่มสานพลังประชารัฐ ล่าสุดบีโอไอก็เพิ่งออกมาตรการลดหย่อนภาษีท็อปอัพ และผ่อนเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุนให้กับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก เป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เอกชนลงทุนเพิ่มขึ้น เพราะตัวเลขส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอปีนี้ยังห่างไกลกับเป้าที่รัฐบาลตั้งไว้ 7.2 แสนล้าน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวันนี้การขยายตัวของธุรกิจยักษ์ใหญ่จะยังไม่ได้ส่งต่อมายังกลุ่มฐานรากอย่างรัฐบาลคาดหวัง

แต่ที่แน่ ๆ วันนี้กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นในมือประชาชน

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.5 ล้านคน เชื่อว่าจะทำให้ยักษ์ค้าปลีกอย่างเซเว่นอีเลฟเว่น บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส ได้อานิสงส์โดยตรงแน่นอน