ธุรกิจปรับตัวรับความตึงเครียดทางการค้า
คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก
โดย ธนาคารเอชเอสบีซี
ผลสำรวจของเอชเอสบีซีเปิดเผยถึงมุมมองเชิงบวกของธุรกิจต่าง ๆ ที่มีต่อโอกาสทางการค้า ถึงแม้ว่าธุรกิจหลายแห่งเชื่อว่าการกีดกันทางการค้ามีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น
จากผลการสำรวจความคิดเห็นขององค์กรธุรกิจกว่า 8,500 แห่งทั่วโลก พบว่าบริษัทส่วนใหญ่ (ร้อยละ 78) มีมุมมองเชิงบวกต่อสถานการณ์การค้า โดยการมีอุปสงค์ผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และสภาพเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ
อย่างไรก็ดี องค์กรธุรกิจบางแห่งกำลังปรับเปลี่ยนยุทธวิธีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจ ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์การค้าโลก เช่น การมุ่งเน้นการค้ากับตลาดเพื่อนบ้าน
นายโนเอล ควินน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพาณิชย์ธนกิจ ระดับเครือข่ายสาขาทั่วโลก ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า “ธุรกิจต่าง ๆ ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อสถานการณ์การค้า แต่องค์กรธุรกิจเหล่านี้กำลังส่งสัญญาณไปยังผู้กำหนดนโยบายว่า การกีดกันทางการค้าเป็นความกังวลสำคัญที่จะลดแรงจูงใจในการเติบโตธุรกิจด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยธุรกิจบางแห่งกำลังมองหาโอกาสการค้าในตลาดใกล้เคียง และหลายรายกำลังปรับยุทธวิธีทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าในอนาคต”
ด้วยสภาพภูมิศาสตร์การเมืองในปัจจุบัน ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 63 ของบริษัทที่ร่วมการสำรวจกล่าวว่า รัฐบาลประเทศต่าง ๆ กำลังดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องเศรษฐกิจของตนเองมากขึ้น ซึ่งหมายถึงบริษัทต่าง ๆ กำลังให้ความสำคัญต่อการค้าภายในภูมิภาคเดียวกันมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ร้อยละ 38 ของบริษัทในอเมริกาเหนือวางแผนที่จะดำเนินธุรกิจการค้าภายในภูมิภาคของตนเองในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า เทียบกับร้อยละ 33 ของการสำรวจครั้งก่อนในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ มีบริษัทในอเมริกาเหนือเพียงร้อยละ 15 ตอบว่าเอเชียเป็นตลาดการค้าเป้าหมายลำดับต้น ๆ ในการเติบโตธุรกิจการค้าในอนาคต โดยมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ 33 ในเดือนมีนาคม
ในทำนองเดียวกัน บริษัทในยุโรปที่ให้ความสำคัญต่อเอเชียในฐานะที่เป็นตลาดที่มีศักยภาพมากที่สุดในการเติบโตธุรกิจในอนาคต มีสัดส่วนลดลงจากการสำรวจในเดือนมีนาคมถึงครึ่งหนึ่ง โดยลดลงจากร้อยละ 26 เป็นร้อยละ 13
องค์กรธุรกิจหลายแห่งกำลังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ โดยร้อยละ 32 ของบริษัทที่ร่วมการสำรวจคาดว่าการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีจะนำไปสู่การเติบโตของธุรกิจที่สำคัญที่สุดในปีหน้า
นายควินน์กล่าวเสริมว่า “เราคาดหวังว่าเทคโนโลยี ระบบดิจิทัล และข้อมูลจะมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญเพิ่มมากขึ้น โดยเอื้อให้ธุรกิจได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของตนเองเพื่อเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ และลดต้นทุนด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน”
ผลการสำรวจดังกล่าวอ้างอิงจากรายงานชิ้นใหม่ล่าสุด หัวข้อ Navigator : Now, next and how for business ซึ่งธุรกิจพาณิชย์ธนกิจของธนาคารเอชเอสบีซีได้มอบหมายให้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินมุมมองในการดำเนินธุรกิจต่อกิจกรรมการค้าและการเติบโตของธุรกิจใน 34 ประเทศ และเขตปกครองทั่วโลก รวมทั้งจีน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา