เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

มีหรือไม่มี “สงครามการค้า” ระยะยาว “หยวน” ผงาดแน่

08 ธ.ค. 2561 | 23:18น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย นงนุช สิงหเดชะ

นับจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดศึกการค้ากับจีนด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนไปแล้ว 2.5 แสนล้านดอลลาร์ อันมีเป้าหมายเพื่อสกัดการผงาดขึ้นของจีนทั้งในด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ก่อให้เกิดการคาดหมายว่าจะทำให้เศรษฐกิจจีนอ่อนแอลง และนั่นก็จะลดอิทธิพลของจีนในระดับโลกไปโดยปริยาย ขณะเดียวกัน ผลจากสงครามการค้าก็ทำให้เงินหยวนอ่อนค่าลงโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ล่าสุดทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยุติสงครามการค้าชั่วคราว 90 วัน แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าสงครามของสองมหาอำนาจจะจบลงด้วยดี

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีสงครามการค้า เป็นที่ชัดเจนว่าเงินหยวนของจีนมีแนวโน้มจะกลายเป็นสกุลเงินที่ทรงอิทธิพลระดับโลกในระยะยาว เพราะถึงแม้จีนจะยังคงควบคุมการไหลเข้า-ออกของเงินทุน แต่ก็เริ่มปฏิรูประบบการเงินอย่างช้า ๆ เปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและพันธบัตรมากขึ้น หากจีนยังคงเปิดระบบการเงินต่อไปเรื่อย ๆ และผลักดันให้มีการใช้เงินหยวนในระดับนานาชาติ การไหลเวียนของเงินหยวนในระดับโลกก็จะมากขึ้น

ฉี โล่ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของบีเอ็นพี พาริบาส์ แอสเสต แมเนจเมนต์ในฮ่องกง ระบุว่า ในระยะประมาณ 20-30 ปีข้างหน้าเงินหยวนจะมีความสำคัญระดับโลก หากจีนยังคงเปิดให้เงินทุนต่างชาติเข้าไปในประเทศผ่านการเปิดระบบการเงินแบบเลือกสรร (selective financial opening) และเดินหน้าโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางหรือเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 หากมองไปตามทิศทางนี้ไม่มีทางที่เงินหยวนจะอ่อนค่า เพราะถ้าคนมองว่าในระยะยาวเงินหยวนจะอ่อนลง ป่านนี้ก็คงไม่มีใครยอมรับเงินหยวนและไม่สามารถเป็นสกุลเงินระดับโลกได้

ทางด้านเอชเอสบีซี ออกรายงานในเรื่องเดียวกันว่า ตลาดและนักลงทุนโฟกัสไปที่สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกระทบต่อค่าเงินหยวน แต่เอชเอสบีซีเชื่อว่าการที่จีนค่อย ๆ เปิดระบบการเงินสู่โลกภายนอก มีความสำคัญต่อทิศทางของเงินหยวน รวมทั้งสร้างอิทธิพลแบบยืนยงให้กับเงินหยวนมากกว่าสงครามการค้า

เอชเอสบีซีเน้นว่า การเปิดตลาดของภาคการเงินจีนจะเร่งตัวมากขึ้นในปีนี้ เห็นได้จากพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติขึ้นไปแตะจุดสูงสุดตลอดกาล ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นและพันธบัตรของจีนน้อยกว่าหลายประเทศ ดังนั้น จึงเชื่อว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากหากจีนยังคงเดินหน้าเปิดภาคการเงินต่อไป บริษัทเชื่อว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอีกหลายปีสำหรับการปรับสมดุลใหม่ของพอร์ตการลงทุนระดับโลก

ผู้เชี่ยวชาญระบุอีกว่า จีนดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้มากขึ้นหลังจาก MSCI ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนีระดับโลกนำตลาดหุ้นจีนเข้าคำนวณในดัชนี MSCI ประเภทตลาดเกิดใหม่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน พันธบัตรในประเทศของจีนกำลังจะถูกนำเข้าไปรวมอยู่ในดัชนี “บลูมเบิร์ก-บาร์เคลย์ โกลบอล แอ็กริเกต” ในเดือนเมษายนปีหน้า

ปัจจัยเสริมอีกประการหนึ่งก็คือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยอมรับเงินหยวนเข้าไปอยู่ในตะกร้าสิทธิถอนเงินพิเศษ (เอสดีอาร์) เมื่อปลายปี 2559 ทำให้กลายเป็นสกุลเงินที่ 5 ต่อจากดอลลาร์สหรัฐ เยนของญี่ปุ่น ปอนด์ของอังกฤษ และยูโรที่ได้เข้าไปอยู่ในตะกร้าเอสดีอาร์ ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของจีนหลังจากพยายามผลักดันมานานเพื่อก้าวสู่สกุลเงินระดับโลก

แม้ว่าความนิยมในการใช้ระหว่างประเทศ จีนจะยังตามหลังสกุลหลักอื่น ๆ ก็ตาม ซึ่งตามรายงานของ SWIFT อันเป็นระบบโอนเงินระดับโลก ระบุว่า ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมามูลค่าการใช้เงินหยวนชำระค่าบริการทั้งในและระหว่างประเทศอยู่อันดับ 6 ตามหลังดอลลาร์แคนาดา

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!