เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“ขรก.ลวนลามสาว” ผิดจริง! ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาสายตรงเพิกเฉยถูกสอบวินัยด้วย

23 ส.ค. 2560 | 14:59น.

หลังจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีคำสั่งให้คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถูกร้องเรียนว่ามีการลวนลามและกระทำอนาจารลูกจ้างสาว จนมีการถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยได้ให้คณะกรรมการสืบสวนฯ สอบเพิ่มเติมว่ามีใครที่เกี่ยวข้องหรือเพิกเฉยเรื่องนี้คาดว่าจะสรุปผลได้ภายในสัปดาห์นี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวผลการสืบสวนกรณีข้าราชการมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ ว่า คณะกรรมการสืบสวนได้เสนอผลการสืบสวนกรณีข้าราชการสังกัด สธ.ถูกร้องเรียนว่าได้กระทำอนาจารผู้ใต้บังคับบัญชาหญิงหลายรายในลักษณะไม่สมควร เป็นการคุกคามทางเพศ และมีพฤติกรรมใช้อำนาจข่มขู่ต่างๆ ทำให้ผู้ถูกกระทำเกิดความอึดอัด เกรงกลัว ซึ่งตนได้สั่งการให้สืบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่มีข่าวว่าผู้บังคับบัญชาบางคนมีการไกล่เกลี่ยให้ผู้เสียหายถอนแจ้งความร้องทุกข์ด้วยนั้น

นพ.โสภณ กล่าวว่า ผลการสืบสวนฯ มี 2 ประเด็น คือ 1.ประเด็นข้าราชการชายมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศผู้ใต้บังคับบัญชา และข่มขู่ผู้เสียหายนั้น มีพฤติกรรมตามที่ผู้ร้องเรียนกล่าวหาจริง และผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าได้ดำเนินการในลักษณะหยอกล้อที่ไม่ค่อยเหมาะสม แต่ทำโดยไม่มีเจตนาจะลวนลามเชิงชู้สาวหรือคุกคามทางเพศ กรณีนี้คณะกรรมการมีความเห็นว่า เป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรกระทำต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และเป็นการกระทำในสถานที่ราชการ ทั้งยังอยู่ในเครื่องแบบข้าราชการ การกระทำดังกล่าวทำให้ผู้ถูกกระทำเกิดความไม่พอใจ อึดอัดใจ อับอาย แต่ต้องจำยอมฝืนทน ไม่กล้าต่อว่า หรือขัดขืนรุนแรง ถือได้ว่าเป็นการคุกคามทางเพศ ตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการกระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พ.ศ. 2553และผู้ถูกกล่าวหามักแสดงพฤติกรรมวางอำนาจในฐานะผู้บังคับบัญชา บางครั้งได้ข่มขู่ผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนในกรณีต่าง ๆ กันไป มักแสดงกริยาอาการไม่พอใจ อารมณ์เสียในเวลาผู้ใต้บังคับบัญชาขัดใจหรือไม่ทำสิ่งที่ต้องการ คณะกรรมการจึงมีความเห็นว่า มีมูลอันควรกล่าวหาว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เห็นควรให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง

2.ประเด็นที่เป็นข่าวว่ามีผู้บังคับบัญชาบางคนไกล่เกลี่ยไม่ให้ผู้เสียหายดำเนินคดีอาญา หรือกรณีผู้บังคับบัญชารู้เรื่องแล้วไม่ดำเนินการใด ๆ นั้น ไม่พบว่าผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใดไกล่เกลี่ยให้ผู้เสียหายถอนแจ้งความ แต่ประเด็นที่ผู้บังคับบัญชาทราบเรื่องแล้วไม่ดำเนินการใด ๆ พบว่าผู้บังคับบัญชาดังกล่าวทราบเรื่องมาเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่ไม่ได้ทราบจากผู้เสียหาย จึงถือว่าผู้บังคับบัญชาทราบเรื่องแล้ว แต่ไม่ได้มีการแก้ปัญหาอย่างชัดเจน ถูกต้องตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด คณะกรรมการสืบสวนจึงเห็นว่า พฤติการณ์เช่นนี้มีมูลอันควรกล่าวหาว่า กระทำความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เห็นควรให้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยไม่ร้ายแรงผู้บังคับบัญชาชั้นต้น

น.ส.ยุพิน ตันวิสุทธิ์ ผอ.กลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม กรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงฯ

“ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยทั้งร้ายแรงและไม่ร้ายแรงนั้น จะเป็นคณะกรรมการเพียงชุดเดียว แต่ทำงานควบคู่ โดยขั้นตอนต่อไปจะอยู่ระหว่างสรรหากรรมการ ซึ่งจะมีหน่วยงานภายนอกเข้าร่วม โดยกรอบระยะเวลาอยู่ที่ 120 วัน ทั้งนี้การสอบสวนขั้นวินัยนั้น หากผลสรุปออกมาว่าสอบวินัยร้ายแรง ก็จะถึงขั้นปลดออก หรือไล่ออก โดยหากปลดออก ก็ยังได้เงินบำเหน็จบำนาญ และสามารถเข้ารับราชการได้อีก แต่หากไล่ออก จะไม่ได้ทั้งหมด ขณะที่สอบวินัยไม่ร้ายแรงนั้นจะมีขั้นตอนการลงโทษคือ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ถูกสอบจะต้องผิดวินัยหมดหลายครั้งเมื่อสืบพยานมากขึ้นก็อาจไม่มีผิดวินัยก็มี แต่ทั้งหมดทางสธ.กำชับแล้วว่า ต้องทำให้ได้ความโปร่งใสมากที่สุด” นพ.โสภณ กล่าว

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้พูดคุยกับทางผู้เสียหายแล้ว โดยมีความเครียดอยู่เหมือนกัน แต่ในระดับปานกลาง สามารถปฏิบัติงานได้ ซึ่งความเครียดเกิดจากความวิตกกังวลว่า อาจถูกใครมาทำร้ายหรือข่มขู่หรือไม่ ซึ่งตนในฐานะรองปลัดที่ดูแลกองกลางได้กำชับให้ทุกคนช่วยดูแล รวมทั้งพูดคุยกับญาติให้ดูแลในเรื่องการรับส่งน้องๆ เพื่อความสบายใจด้วย ขณะเดียวกันมีคำสั่งไม่ให้ข้าราชการที่ถูกกล่าวหาลวนลามเข้ามาในบริเวณอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงฯ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

จะเด็จ เชาวน์วิไล

นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ผลสอบดังกล่าวถือว่ากระทรวงฯ ฟังเสียงภาคประชาชนในความเป็นห่วงเรื่องนี้ ซึ่งยังโยงถึงคนที่เพิกเฉยด้วย ก็เป็นไปตามข้อเรียกร้อง แต่ก็ต้องติดตามดูว่าผลสอบวินัยร้ายแรงจะเสร็จเมื่อไร ซึ่งโดยหลักสอบวินัยร้ายแรงต้องให้ออกจากราชการเท่านั้น ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามส่วนของคณะกรรมการสอบวินัยไม่ร้ายแรง ว่าจะสอบแบบไหน แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณนพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ ซึ่งทางมูลนิธิฯ ขอให้กำลังใจกระทรวงฯ ต่อไปว่า ควรสร้างมาตรการทั้งการให้ความรู้ การอบรมบุคลากรเรื่องนี้ไปด้วย นอกเหนือจากหนังสือเวียนกำชับห้ามกระทำอนาจาตหรือคุกคามทางเพศ แต่ควรสร้างกลไกการร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย และโปร่งใสจริงๆ และควรมีกลไกให้การช่วยเหลือให้คำปรึกษาในส่วนของสุขภาพจิตด้วย

“อยากให้ปลัดสธ.ทำกลไกให้เป็นถาวร เพราะไม่ใช่ว่าปลัดใหม่ หรือผู้บริหารใหม่เข้ามา หากไม่สนใจจะทำอย่างไร เพราะกรอบระยะเวลา 120 วัน อาจไม่ทันปลัดคนนี้ เพราะเห็นว่าจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้แล้ว มีปลัดใหม่เข้ามาเราก็อยากให้ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องนี้ต่อจากปลัดคนปัจจุบันด้วย ซึ่งหากสธ.ให้ความสำคัญ และสร้างกลไกอย่างถาวร ข้าราชการผู้หญิงทุกคนก็จะมีความมั่นใจมากและกระทรวงฯจะกลายเป็นต้นแบบที่เอาผิดข้าราชการพฤติกรรมไม่เหมาะสมได้” นายจะเด็จกล่าว

 

ที่มา : มติชนออนไลน์