พาณิชย์ชงขึ้นบัญชียา เวชภัณฑ์ ค่าบริการโรงพยาบาล เป็นสินค้าและบริการควบคุม เล็งเสนอเข้า กกร พิจารณา 9 ม.ค.นี้
นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข บริษัทประกันภัย โรงพยาบาลเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชุมหารือแนวทางการกำกับดูแลค่ารักษาพยาบาล ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ จะนำเสนอให้ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ และค่าบริการโรงพยาบาล เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. เพื่อกำหนดให้เป็นสินค้าและบริการควบคุม อีกทั้งจะเสนอจัดให้มีคณะอนุกรรมการเข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าวด้วย โดยจะเสนอเข้า กกร. ในวันที่ 9 มกราคม 2562 นี้ เมื่อที่ประชุมเห็นชอบก็จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
เบื้องต้น สำหรับค่ายาและเวชภัณฑ์เมื่อพิจารณาให้เป็นสินค้าควบคุมแล้ว การดำเนินการต่อไปอาจจะต้องหามาตรการเข้ามาดูแลสำหรับค่ายาก่อน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาดูแล พิจารณาถึงต้นทุนค่ายา เพราะเห็นว่าราคายาแต่ละโรงพยาบาลมีต้นทุนที่ต่างกัน หากพิจารณาต้นทุนก็อาจจะหาราคาเพดานที่เหมาะสม เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่วนค่าเวชภัณฑ์ก็จะเป็นสินค้าลำดับถัดไปที่จะต้องนำมาพิจารณาต่อเนื่อง

สำหรับค่าบริการจะเป็นส่วนสุดท้ายที่จะต้องนำมาพิจารณาต่อไป เนื่องจากหลายฝ่ายก็ให้ความเป็นห่วง แต่ต้องยอมรับว่าค่าบริการของแต่ละโรงพยาบาลมีความต่างกัน แต่สำหรับที่ประชุมให้ความสำคัญคือการให้บริการฉุกเฉินที่ต้องการให้คิดเป็นมาตรฐานและราคาเดียวกัน เพื่อประโยชน์แก่ผู้เข้ารักษา อย่างไรก็ดี ยังต้องหารือและรอการพิจารณาต่อไป ภายหลังจากหามาตรการดูแลในส่วนของค่ายาและเวชภัณฑ์เป็นที่เรียบร้อย ส่วนค่าวิชาชีพแพทย์นั้น เนื่องจากมีข้อกฎหมายเกี่ยวข้องเรื่องนี้อาจจะต้องพิจารณาอย่างเหมาะสมและดูข้อกฎหมายด้วย
“กรณีผู้ป่วยฉุกเฉิน รักษาพยาบาลฟรีภายใน 72 ชั่วโมงแต่หลังจาก 72 ชั่วโมงไปแล้วควรกำหนดค่ารักษาพยาบาลที่เหมาะสมอย่างไร ซึ่งมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคเสนอว่าควรเป็นอัตราเดียวกัน”
นางสาวสารี อ่องสมหวัง เลขานุการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า พอใจกับผลการแก้ปัญหาระยะสั้นที่มีการกำหนดเพดานราคายาควรบวกกำไรที่เหมาะสม เนื่องจากประเด็นนี้มีการร้องเรียนเป็นอับสองของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด
นอกจากนี้มีการเสนอให้มีการกำกับค่ารักษาพยาบาลของบริการฉุกเฉินให้เป็นราคาเดียวภายหลังการรักษา 72 ชั่วโมง และควรกำหนดหลักเกณฑ์ว่าบริการใดฟรีหรือไม่ฟรี ส่วนค่าผ่าตัด ค่าหัตถการ ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งจะต้องไปพิจารณาในคณะอนุกรรมการชุดใหม่ที่จะตั้งขึ้น 9 มกราคม 2562
นายแพทย์พร้อมพงษ์ พีระบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิภาวดี กล่าวว่า การออกมาตรการบังคับทางกฎหมายจะทำให้ โรงพยาบาลเอกชนไม่มีความหลากหลายในการบริการ และเห็นว่าการกำหนดเพดานควบคุมต้องให้มีความเหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนทำประกันเพิ่มขึ้นเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษา
หากกำหนดไม่เหมาะสม จะทำให้โรงพยาบาลรัฐและเอกชนได้รับผลกระทบเพราะค่าบริหารจัดการของแต่ละโรงพยาบาลแตกต่างกัน เช่น โรงพยาบาลวิภาวดี ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น แบ่งเป็นค่าแพทย์ 20-23% ค่ายา 30% ค่าแลป-เอ็กซเรย์ 10% ที่เหลือเป็นค่าบริการอื่นๆ เช่น ค่าห้อง ค่าอาหาร
ซึ่งค่าบริการโรงพยาบาลเอกชน จะแตกต่างกันตามคุณภาพ เช่น โรงพยาบาลระดับกลาง ค่าห้อง 2,000 บาทต่อคืน ระดับสูงคืนละกว่า 10,000 บาท ซึ่งทั้งหมดเป็นต้นทุนของเอกชน