เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

“ประกัน”ร่วมดันคุมค่าบริการรพ. เสนอโมเดลสิงคโปร์-ช่วยลดเบี้ย

14 ม.ค. 2562 | 07:35น.
สมาคมประกันชีวิตชงโมเดล สิงคโปร์-มาเลเซีย คุมค่ายา รพ.เอกชน ชี้ข้อดีคุมราคา ลูกค้าบริษัทประกันไม่ต้องถูกชาร์จเบี้ยแพง ฟาก รพ.เอกชนออกโรงค้าน ทุบมาร์เก็ตแคป-บั่นทอนจุดแข็ง “เมดิคอลฮับ” พร้อมแจงข้อมูลละเอียดยิบ ฮึ่มเล็งเบนเข็มลงทุนต่างประเทศ “พาณิชย์” เรียกประชุมหารือใหญ่ แต่ยังไร้ข้อสรุป ส่อแววเลื่อนยาว

 

ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง สำหรับการกำหนดให้ค่าเวชภัณฑ์ และค่าบริการรักษาพยาบาล และบริการทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลเอกชนเป็นสินค้าควบคุม ตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีมติตั้งแต่วันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่มีการร้องเรียนมานานว่า ค่ารักษาพยาบาลโรงพยาบาลเอกชนอยู่ในระดับสูง แต่อีกด้านหนึ่งก็มีเสียงคัดค้านจากฝากฝั่งของ รพ.เอกชน

ประกันชีวิตชงโมเดล ตปท.ใช้

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันชีวิตไทยกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สมาคมได้เสนอข้อมูลแนวทางการกำหนดค่ารักษาพยาบาลของประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ให้กับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการพาณิชย์ไปแล้ว เนื่องจากช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สมาคมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมร่วมกับสมาคมประกันชีวิตแห่งอาเซียน และพบว่า รัฐบาลของสิงคโปร์และมาเลเซีย ได้เริ่มเข้ามาดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์และเพดานขึ้นมาควบคุม ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ๆโดยการควบคุมค่าบริการของสิงคโปร์และมาเลเซีย ทางการจะมีรายละเอียดโดยกำหนดว่า โรคประเภทนี้ ค่ายาเท่านี้ ไม่ควรมีการชาร์จเพิ่ม หรือหากมีส่วนเกินก็จะให้บริษัทประกันเข้ามารับผิดชอบ หรือผู้บริโภคต้องร่วมจ่าย หรือโรคบางโรค รพ.ต้องคิดค่ารักษาได้ไม่เกินเท่านี้ ที่เหลือถ้าผู้บริโภคจะรักษาก็ต้องจ่ายเองในราคากลาง เหมือนกับกรณีประกันสังคม ถ้าได้ค่าห้องวันละ 800 บาท แต่ถ้าไปนอนห้องวันละ 2,000 บาท ก็จะต้องจ่ายเพิ่มเอง ซึ่งสิงคโปร์ และมาเลเซีย จะกำหนดมาเป็นอัตรา

“ต่อไปลูกค้าบริษัทประกันก็จะไม่ต้องถูกชาร์จเบี้ยแพงขึ้น คนที่มีสุขภาพแข็งแรง มีการดูแลสุขภาพร่างกาย หรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะได้ไม่ต้องมาแบกภาระจ่ายค่าเบี้ยประกันในอัตราเดียวกันกับคนที่เจ็บป่วย ซึ่งถือว่าแฟร์ เพราะหากมีราคากลางออกมาควบคุมก็จะช่วยให้คนกลุ่มนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากการถูกชาร์จเบี้ยเพิ่มขึ้น เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” แหล่งข่าวกล่าว

เอกชนฮึ่ม เบนเข็มลงทุน ตปท.

แหล่งข่าวระดับสูงจากโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการเป็นห่วงในขณะนี้ก็คือ ราคาหุ้น รพ.ที่ตกลง จะทำให้มาร์เก็ตแคปของตลาดหุ้นลดลง ถึงวันนี้คาดว่ามาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นน่าจะหายไปไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท และอีกด้านหนึ่งก็ทำให้การเป็นเมดิคอลฮับที่เป็นจุดแข็งของประเทศถูกบั่นทอนลง เนื่องจากไม่มีใครกล้าจะขยายการลงทุน และในระยะยาว หากลงทุนในประเทศแล้วมีปัญหา หลาย ๆ ค่ายคงหันไปลงทุนในต่างประเทศแทน โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน

“เฉพาะเรื่องยา-เวชภัณฑ์ แต่ละ รพ.จะมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 5-6 พันรายการ และแต่ละโรงก็จะมีต้นทุนค่ายาที่ไม่เท่ากัน ดังนั้น ในทางปฏิบัติจึงเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา และยังไม่ทราบว่า คณะอนุกรรมการจะกำหนดรายละเอียดออกมาอย่างไร”

พณ.คุย รพ.ยังไร้ข้อสรุป

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมหารือแนวทางการกำกับดูแลค่ายาและค่ารักษาพยาบาล เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนได้ชี้แจง และแสดงข้อมูลการคิดค่าบริการรักษา โดยพบว่าแต่ละโรงพยาบาลมีรูปแบบการให้บริการแก่ผู้ป่วยแตกต่างกัน ค่าบริการที่กำหนดออกมาจึงมีความแตกต่างกัน ซึ่งมีความซันซ้อนทั้งโครงสร้าง หลังจากนี้จะต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ก่อนที่จะมีการพิจารณาหรือเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบในลำดับถัดไป

“จากที่รับฟังข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ค่าบริการที่คิดนั้นมีความหลากหลาย ซับซ้อนกว่าบริการอื่น ๆ ประกอบกับภาคเอกชนเองก็ต้องการความชัดเจนในเรื่องของมาตรการที่จะนำมาใช้ เพราะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา จึงต้องมีความรอบคอบเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่วัตถุประสงค์หลักของกระทรวงพาณิชย์ยังคงต้องการดูแลผู้ป่วย และโรงพยาบาลให้สามารถดำเนินงานไปได้ ส่วนการจะสรุปมาตรการและเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เมื่อไร ยังไม่สามารถระบุได้ รอการหารือกันก่อน”

ต่อประเด็นที่มีข่าวว่ามีโรงพยาบาลเอกชนได้มาล็อบบี้เพื่อล้มมาตรการดังกล่าวนั้น นายสนธิรัตน์ตอบว่า ไม่มีใครมาล็อบบี้ให้ถอนมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และตนยังขอยืนยันในการทำหน้าที่และการทำงานเพื่อประโยชน์แก่ทุกฝ่ายทั้งประชาชนและโรงพยาบาลทุกแห่ง

ขณะที่ นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนย้ำในเรื่องนี้ว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการควบคุม ยาและเวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่น ๆ ของสถานพยาบาล เข้ามาอยู่ในบัญชีควบคุม เนื่องจากที่ผ่านมาโรงพยาบาลเอกชนมีมาตรการที่โปร่งใสอยู่แล้ว และมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ควบคุมดูแลอยู่แล้ว มั่นใจได้ว่าการบริการของโรงพยาบาลมีความโปร่งใส

โบรกเกอร์ชี้ไม่มีข้อสรุปง่าย ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ราคาหุ้นกลุ่ม รพ.ปรับตัวลดลง เกิดจากตลาดตื่นตระหนกเกินเหตุ เนื่องจากยังมีอีกหลายขั้นตอนกว่าจะดำเนินการได้ ทั้งยังมองว่าเป็นเรื่องยากที่การควบคุมราคายา เวชภัณฑ์ดังกล่าว จะแล้วเสร็จได้ภายในรัฐบาลนี้ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้เพิ่มยาในรายการควบคุมครั้งแรกในปี 2558 เป็นผลให้ รพ.ต้องแสดงราคายา โดยผู้ป่วยมีสิทธิ์ที่จะซื้อยาจากที่อื่นได้ เช่น ร้านขายยา แต่จนปัจจุบันยังไม่เห็นผลกระทบของการควบคุมราคาครั้งเมื่อปี 2558 จึงประเมินว่าความพยายามในครั้งนี้จะจบลงในลักษณะเดียวกัน

ขณะที่บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ประเด็นการควบคุมยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่ม รพ. เพราะอาจส่งผลต่อการเติบโตของรายได้และกำไรโดยตรง จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า การลดลงของค่ายาทุก ๆ 5% จะกระทบกำไรสุทธิของ รพ. ราว 5-10% อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการศึกษาและพิจารณาหาข้อสรุปของคณะอนุกรรมการว่าจะมีหลักเกณฑ์และรูปแบบการควบคุมที่ชัดเจนอย่างไร เนื่องจาก รพ.เอกชนมีหลายระดับ และมีโครงสร้างต้นทุนต่างกัน และต้องใช้เวลาพอสมควร

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!