เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,350 บาท รูปพรรณขายออก 66,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,350 บาท รูปพรรณขายออก 66,250 บาท
คบต. จ่อชง ครม. ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงาน 3 สัญชาติ อีก 1 ปี
Politics คบต. จ่อชง ครม. ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงาน 3 สัญชาติ อีก 1 ปี
เอ็มจี เร่งผลิตรถอีวี MG URBAN หลังยอดจองทะลุ 3,000 คัน 
Automotive เอ็มจี เร่งผลิตรถอีวี MG URBAN หลังยอดจองทะลุ 3,000 คัน 
พายุ “ไม้สัก” จ่อเหนือ-อีสาน เกษตรฯ เตือนรีบระบายน้ำ ก่อนแปลงพัง
Economic พายุ “ไม้สัก” จ่อเหนือ-อีสาน เกษตรฯ เตือนรีบระบายน้ำ ก่อนแปลงพัง
ธุรกิจอัญมณียังโตต่อเนื่อง แม้มีปัจจัยเสี่ยง
Biz Movement ธุรกิจอัญมณียังโตต่อเนื่อง แม้มีปัจจัยเสี่ยง
อีซูซุ อัดโปรฯ ออกรถใหม่ช่วยค่าน้ำมัน 5,000 บาท ดันยอดในงาน  FAST Auto Show Thailand 2026
Automotive อีซูซุ อัดโปรฯ ออกรถใหม่ช่วยค่าน้ำมัน 5,000 บาท ดันยอดในงาน  FAST Auto Show Thailand 2026
SMEs ไทยแห่ร่วมงาน “Tokyo-Thailand Business Partnership Seminar 2026”
Business SMEs ไทยแห่ร่วมงาน “Tokyo-Thailand Business Partnership Seminar 2026”
เปิดแล้ว ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูดีไซน์ใหม่รับเทรนด์ Well-being ยกระดับมิกซ์ยูสกรุงเทพฯตอนเหนือ
Business เปิดแล้ว ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ ชูดีไซน์ใหม่รับเทรนด์ Well-being ยกระดับมิกซ์ยูสกรุงเทพฯตอนเหนือ
กรมศุลฯ เล็งชงใช้เทคโนโลยีตรวจเข้มผู้โดยสารขาออก-ลูกเรือ
Economic กรมศุลฯ เล็งชงใช้เทคโนโลยีตรวจเข้มผู้โดยสารขาออก-ลูกเรือ
ตลาดแรงงานสหรัฐ มิ.ย. 2026 ชะลอตัว ออกจากระบบกว่า 7 แสนคน-จ้างงานเพิ่มแค่ 5.7 หมื่นคน
World ตลาดแรงงานสหรัฐ มิ.ย. 2026 ชะลอตัว ออกจากระบบกว่า 7 แสนคน-จ้างงานเพิ่มแค่ 5.7 หมื่นคน
ดูทั้งหมด

บาทแข็งค่ากระทบดัชนีเงินเฟ้อต่ำสุดในรอบ 18 เดือน

01 ก.พ. 2562 | 19:02น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 28 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (28/1) ที่ระดับ 31.46/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (25/1) ที่ระดับ 31.65/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงกดดันหลังจากที่ีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ บรรลุข้อตกลงชั่วคราวกับผู้นำในสภาคองเกรสเพื่อยุติปัญหาการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลกลับมาเปิดดำเนินงาน และมีงบประมาณในการบริหารงานจนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์

แต่ทางทำเนียบขาวก็ได้ออกแถลงการณ์ว่า ปธน.ทรัมป์เตรียมที่จะชัตดาวน์อีกครั้ง หากไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงจากสภาคองเกรส ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อมั่นว่า สภาคองเกรสจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการจัดสรรงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก วงเงิน 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ตามที่เขาต้องการ นอกจากนี้เขายังคิดว่า โอกาสที่สภาคองเกรสจะบรรลุข้อตกลงดังกล่าว มีน้อยกว่า 50% ก่อนที่งบประมาณสำหรับหน่วยงานรัฐบาลจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ และทรัมป์จะต้องออกกฎหมายอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกเองโดยใช้อำนาจประธานาธิบดีและไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส หลังจากผลของกฎหมายดังกล่าวหมดอายุลง โดยเอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้ง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลกเปิดเผยว่า เศรษฐกิจสหรัฐได้รับความเสียหายอย่างน้อย 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระหว่างการปิดหน่วยงานรัฐบาลและเป็นภาวะชัตดาวน์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ในขณะเดียวกันผลรายงานการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 มกราคม ที่ผ่านมา ระบุเป็นมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบีี้ยนโยบายไว้เท่าเดิม ที่ระดับร้อยละ 2.25-2.50 รวมถึงได้ย้ำว่าเฟดจะใช้ความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งต่อไป โดยคำแถลงการณ์ของเฟดได้ตัดข้อความว่า “เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป” และแทนด้วยคำว่า “เฟดกำลังดำเนินแนวทางที่มีความระมัดระวังมากขึ้น” ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายเดิมที่ได้ใช้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้นักลงทุนยังคงให้ความสนใจกับประเด็นการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ซึ่งหากการเจรจายังหาข้อสรุปไม่ได้ภายในวันที่ 1 มีนาคม 2562 สหรัฐจะทำการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 25 ของยอดสินค้านำเข้ามูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้นายสตีเว่น มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐกล่าวว่า หากจีนมีข้อเสนอที่ดีพอในการผ่อนคลายข้อกำหนดทางการค้า ก็มีโอกาสที่รัฐบาลสหรัฐจะพิจารณายกเลิกมาตรการทางภาษีทั้งหมดและระบุว่าสหรัฐกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในทุกประเด็น สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 120.2 ในเดือนมกราคม จากระดับ 128.1 ในเดือนธันวาคม และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 124.9 โดยคาดว่าเป็นผลกระทบจากภาวะผันผวนในตลาด รวมทั้งการเปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) ในขณะที่ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ ได้เปิดเผยว่าการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 213,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคม ซึ่งสูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 181,000 ตำแหน่ง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศนั้น กระทรวงพาณิชย์ประกาศอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนมกราคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2474% เมื่อเทียบรายปี นับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 18 เดือน โดยมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง และการแข็งค่าของค่าเงินบาท รวมถึงการเลื่อนการปรับค่าโดยสารของขนส่งมวลชน ทั้งนี้นายดอน นาคร
ทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภถาคธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาการขึ้นดอกเบี้ยของคณะกรรมการกำหนดนโยบายทางการเงินที่จะมีการประชุมในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.8-31.60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรนั้น เปิดตลาดในวันจันทร์ (28/1) ที่ระดับ 1.1412/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/1) ที่ระดับ 1.1328/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป ได้แถลงต่อรัฐสภายุโรปเมื่อคืนวันที่ 28 มกราคม ว่าเศรษฐกิจยูโรโซน ยังคงได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ที่เป็นปัจจัยกดดันให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจลดลง รวมถึงอุปสงค์ที่ซบเซาในต่างประเทศและในบางภาคอุตสาหกรรม สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง อาจกดดันให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจกลับมาทำการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หากมีความจำเป็น หลังจากได้ประกาศยุติไปเมื่อเดือนก่อน นอกจากนี้ผลการลงมติของสมาชิกสภาสามัญของสหราชอาณาจักรสำหรับกรณี Brexit สมาชิกรัฐสภาลงมติรับร่างแก้ไข 2 ฉบับ ซึ่งได้แก่ ร่างข้อตกลงคัดค้านการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป โดยไม่มีการทำข้อตกลง และร่างข้อตกลงที่เรียกร้องให้มีการเสนอทางเลือกต่อนโยบาย Backstop ซึ่งเป็นนโยบายในการค้ำประกันว่าจะไม่มีการกลับไปใช้มาตรการควบคุมชายแดนอย่างเข้มงวดระหว่างไอร์แลนด์เหนือ ทั้งนี้หลังจากที่รัฐสภาลงมติรับรองร่างแก้ไขข้อตกลง Brexit จากสมาชิกรัฐสภาในครั้งนี้แล้ว นางเทเรซา เมย์ ก็จะนำเนื้อหาในร่างแก้ไขดังกล่าวมาปรับปรุงเป็นร่างข้อตกลง Brexit ฉบับใหม่เพื่อนำไปเจรจาครั้งใหม่กับผู้นำ EU ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.1390-1.1514 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ ผ1/2) ที่ระดับ 1.1459/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (28/1) ที่ระดับ 109.29/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (25/1) ที่ระดับ 109.79/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19-20 ธ.ค. โดยมีเนื้อหาบ่งชี้ถึงความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของคณะกรรมการในเรื่องระดับผลตอบแทนพันธบัตร นอกจากนี้มีรายงานดัชนียอดค้าปลีกของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นคร้อยละ 0.9 สูงกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.50-109.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (1/2) ที่ระดับ 108.92/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ