ปี่กลองการเมืองโหมโรง-นับ 1 สู่การเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับสมัคร ส.ส.เขต 350 คน-ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน รวม 500 คน เมื่อวันที่ 4-8 ก.พ. 62 เบอร์สวย-เลขมงคลจึงถูกนำมาขึ้นป้ายหาเสียงเพื่อชิงความได้เปรียบทางการตลาด
สนามการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมืองหลวงเสียงอึกทึก เพราะมีเก้าอี้ในสภาให้ช่วงชิงกันกว่า 30 ที่นั่ง โดยมีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ครองเก้าอี้แชมป์เก่าเมื่อปีི กว่า 23 ที่นั่ง และมีพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นรองแชมป์เก่า 10 ที่นั่ง
ปชป.ป้องกันแชมป์ กทม.
พรรคเก่าแก่-ปชป. ส่งผู้สมัคร ส.ส.รักษาเก้าอี้เต็มอัตรา ขณะที่อดีต ส.ส.สอบตก ถูกเขี่ย-เก็บเข้ากรุไม่ส่งลงแข่งขัน บางคนถูกแขวนบนบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ เช่น “จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี” ที่พ่ายแพ้ต่อ “ลีลาวดี วัชโรบล” จากพท. พรรคคู่แข่ง-คู่แค้น
นอกนั้น ปชป.ข่ม พท.มิด เช่น เขต 1 นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เขต 2 น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ เขต 3 ม.ล.อภิมงคล โสณกุล เขต 4 นายอนุชา บูรพชัยศรี เขต 5 นายธนา ชีรวินิจ เขต 6 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เขต 8 นายสรรเสริญ สมะลาภา เขต 19 นางนาถยา เบญจศิริวรรณ-แดงบุหงา
เขต 20 นายสามารถ มะลูลีม เขต 21 นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ เขต 22 นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ เขต 23 นางนันทพร วีรกุลสุนทร เขต 25 นายสากล ม่วงศิริ เขต 26 พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ เขต 27 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เขต 28 นางอรอนงค์ คล้ายนก เขต 29 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ และเขต 30 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก
นอกจากนี้ ยังมี “ดาวรุ่ง” จากค่าย ปชป. ได้แก่ “หมอเอ้ก”-คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ เขต 7 “ไอติม”-พริษฐ์ วัชรสินธุ เขต 13 และนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ เขต 14
สนามเลือกตั้งเมืองหลวง เข้มเข้นขึ้นเมื่อมีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เข้ามาขอเก็บตกจากคะแนนตกน้ำของ 2 พรรคใหญ่ โดยมี 3 หนุ่ม-อดีตขุนพล กทม.ปชป. เข้ามาเป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับ “คนรุ่นใหม่” ของพรรค ขณะที่ พท. ส่ง “บิ๊กเนม-ขาใหญ่” จากบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ มาลงท้าชิงเขต 28 บางแค อย่าง “วัฒนา เมืองสุข” ที่มาพร้อมกับกระแส “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”-นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
อนค.-พปชร. ชิง firs time vote
ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ จังหวัดใหญ่-ระดับ 10 เก้าอี้ up ได้แก่ กทม. ที่มีให้ชิงชัยกันมากที่สุดถึง 30 เก้าอี้ มี พปชร.-พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็น “พรรคเลือดใหม่” เป็น “ตัวสอดแทรก” แบ่งแต้ม-เก็บคะแนนตกน้ำ จาก “first time vote” กว่า 7-8 ล้านเสียง
พท.จับมือ ทษช. คว่ำ ปชป.
สนาม กทม. ปี 2019 พท.และพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ส่งผู้สมัครลงสู้ศึกสนาม กทม. แบบ “ฉันพี่-น้อง” โดย พท.ส่งผู้สมัคร ส.ส. 22 เขต ส่วน ทษช.ส่งผู้สมัคร ส.ส. 8 เขต “ไม่ทับซ้อนกัน”
8 เขตของ ทษช. ได้แก่ เขต 2 ม.ล.ณัฏฐพล เทวกุล รองแชมป์ เขต 2 พท.เดิม เขต 3 นายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ รองแชมป์ เขต 3 พท. เขต 4 นายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล เขต 20
นายธนกร เลาหะพงศ์ชนะ เขต 21 นายกวีวงศ์ อยู่วิจิตร เขต 22 นางสาววราริน ชาลีวรรณ เขต 24 นางสาวนพสรัญ วรรณศิริกุล รองแชมป์ เขต 26 พท.เดิม และเขต 25 นางสาวกมลพัฒน์ ปุงบางกะดี่
อีสาน พท.-พปชร.ต้องชนะ
สนามการเลือกตั้งภูมิภาคต่าง ๆ คึกคักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะภาคอีสาน-เหนือ ที่มีเก้าอี้ ส.ส.ให้ชิงชัยกันกว่า 149 ที่นั่ง แบ่งออกเป็น ภาคอีสาน 116 ที่นั่ง และภาคเหนือ 33 ที่นั่ง ขณะที่ภาคใต้ มีเก้าอี้ให้ลุ้น 50 ที่นั่ง
ภาคอีสานเป็นสมรภูมิที่แข่งกัน “ดุเดือดที่สุด” เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการแข่งขันระหว่าง 2 พรรคใหญ่ พท.กับ ปชป.เท่านั้น แต่จะมี “คู่แข่ง” สำคัญ อย่าง พปชร.
โคราชออกได้สามหน้า
ภาคอีสาน-ฐานที่มั่นของทักษิณ-พท. นครราชสีมา จังหวัดที่มีเก้าอี้ให้แย่งชิง 14 เขต ยังคงต้อง “ลุ้นหนัก-ออกได้สามหน้า” เพราะ “พลังดูด” ทำให้เกิดปรากฏการณ์อดีต ส.ส.ย้ายสังกัด-สลับขั้วกันอย่างหนักอย่างเขต 7 (เขต 4 เดิม) ที่เคยเป็นของ พท. แต่เจ้าของตำแหน่ง “สลับขั้ว” ไปอยู่กับ พปชร. คือ “นางทัศนียา รัตนเศรษฐ” รวมทั้งเขต 6 (เขต 7 เดิม) ของ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” และเขต 9 (เขต 10 เดิม) “บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” มาหาความท้าทายใหม่กับ พปชร. ขณะที่เขต 11 เดิม ที่เป็นของ นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์-“พี่ชายแรมโบ้-สุภรณ์” แต่เมื่อ “น้องชาย” ประกาศอำลา พท. ไปซบตัก พปชร. ทำให้ “พี่ชาย” ต้องหลีกทางให้-เว้นวรรคลงเขต 10
ขณะที่เขต 5 เขต 13 เขต 14 เดิม พท.ส่ง “โกศล ปัทมะ”-“ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ” และ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ลงป้องกันแชมป์ ส่วนเขต 6 พท.ส่ง “สมชาย ภิญโญ” อดีตสมาชิก อบจ.โคราช “น้องชาย” นายสุชาติ เจ้าของแชมป์ และเขต 7 ที่ส่ง “จรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร” ป้องกันแชมป์
ขณะที่เขต 8 (เขต 9 เดิม) “พลพีร์ สุวรรณฉวี” แชมป์เก่า ย้ายจากพรรคชาติพัฒนา (ชพ.) “วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์” เขต 13 ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
ขอนแก่น พปชร.หืดขึ้นคอ
จ.ขอนแก่น 10 ที่นั่ง พท.ส่งแชมป์เก่า-ป้องกันแชมป์ และเปลี่ยนเพียง 4 ตำแหน่ง คือ เขต 2 เนื่องจาก “ภูมิ สาระผล” เจอ “พิษจำนำข้าว” จึงต้องส่งภรรยา “อรอนงค์” ลงทำศึกแทนสามี รวมทั้งเขต 5 ที่ต้องส่ง “ภาควัตน์ ศรีสุรพล” แทนพี่ชาย-สุชาย เนื่องจากเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง
เขต 8 ที่ให้ “สรัสนันท์ อรรณนพพร” ลูกสาว “ดวงแข” และเขต 10 ให้ “บัลลังก์” น้องชาย “พงศกร” ลงแทน รวมถึงเขต 6 ของ “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” ให้นายสิงหภณ ดีนาง ลงแทน ส่วนเขต 9 พท.ส่งใครก็ได้ เพราะเจ้าของเดิม คือ “ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช” หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)
รปช.-ปช.ตะลุมบอล ปชป.
จ.อุบลราชธานี 10 ที่นั่ง พื้นที่ที่ออกได้ win-win ทั้ง พท.-ปชป.-พปชร. เพราะ พปชร.ดูดอดีต ส.ส.เดิมเข้าสังกัด ทั้ง “สุพล ฟองงาม” และ “สุทธิชัย จรูญเนตร” ขณะที่ พท.และ ปชป. ก็ยังส่งแชมเก่าเพื่อ “ป้องกันแชมป์”
ฉะนั้น การทำศึกครั้งนี้ พท.ในฐานะแชมป์เก่า-พปชร.ผู้ท้าชิง ต้องบุกไปชนะในพื้นที่ภาคเหนือ-อีสานเท่านั้น ขณะที่ ทษช.สามารถบุกไปแพ้ เพื่อเก็บคะแนนตกน้ำ สนามปักษ์ใต้-พื้นที่ฐานที่มั่นของ ปชป. แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ “ไม่ง่าย” เพราะมี “พรรคเกิดใหม่” แต่ “คนหน้าเดิม” คือ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และพรรคประชาชาติ (ปช.) ของ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” แกนนำกลุ่ม “วาดะห์”กลยุทธ์ทำศึกชายแดนใต้ของ พท. ส่งแค่ 6 จังหวัด 10 เขต เพราะมี ปชช. ทำคะแนนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ รวมถึง ทษช.ที่จะส่งผู้สมัครภาคใต้ครบทั้ง 50 เขต
“ท็อปเทน” ปาร์ตี้ลิสต์
แม้การเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย “บัตรใบเดียว” ทำให้บัญชี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ถูก “ลดระดับ” ความสำคัญ ที่มี “นัย” ชี้ขาดว่า พรรคใด “แพ้-ชนะ” ทว่า กลับ “ยกระดับ” ความร้อนแรงภายในพรรค
โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรค พท.-ปชป.-พปชร. เพราะยิ่งชนะ ส.ส.เขตมาก ย่อมแพ้-ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์น้อย ทำให้ 1-10 อันดับแรก มีโอกาสจะเดินเข้าสภา-ทำเนียบสูง
อย่างไรก็ตาม 1-10 ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ มีนัยว่าพรรคการเมืองใดที่จะมี “ตัวทีเด็ด-ตัวท็อป” เข้าไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในทำเนียบ หรือพรรคฝ่ายค้านในสภา
พท. ได้แก่ 1.พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค 2.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 3.ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค 4.เสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรค 5.โภคิน พลกุล 6.พงศ์เทพ เทพกาญจนา 7.นพดล ปัทมะ 8.เกรียง กัลป์ตินันท์ 9.ชูศักดิ์ ศิรินิล 10.พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
ทษช. 1.จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะยุทธศาสตร์พรรค 2.ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค 3.พิชัย นริพทะพันธุ์ 4.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด 5.สุณีย์ เหลืองวิจิตร 6 ประภัสร์ จงสงวน 7.รุ่งเรือง พิทยศิริ 8.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 9.มิตติ ติยะไพรัช และ 10.ฤภพ ชินวัตร
ส่วน อนค.-พรรคพันธมิตร พท.-ทษช. 1.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2.นายปิยบุตร แสงกนกกุล 3.นางวรรณวิภา ไม้สน 4.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 5.น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ 6.พล.ท.พงศกร รอดชมภู 7.น.ส.พรรณิการ์ วานิช 8.นายสุรเชษฐ ปวีณวงศ์วุฒิ 9.นายธัญญวาริน สุขะพิสิษฐ์ และ 10.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
ฟอร์ม (ว่าที่) พรรค รบ.ฝ่ายค้าน
ขณะที่ ปชป. 3 อันดับแรก ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายชวน หลีกภัย และ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ขณะที่ลำดับลงไปใช้เกณฑ์เป็นอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. และ กก.บห.
ด้าน พปชร. พรรคใหม่-มาแรง 1.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 2.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 3.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 4.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 5.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 6.นายสุพล ฟองงาม 7.น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ 8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 9.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 10.นายเอกราช ช่างเหลาบัญชีแคนดิเดตนายก ฯ
บัญชีสุดท้ายที่มีผลต่อการแพ้-ชนะ คือ “บัญชีนายกฯ” พท.ส่ง 3 รายชื่อ ได้แก่ 1.คุณหญิงสุดารัตน์ 2.นายชัชชาติ 3.นายชัยเกษม นิติศิริ อนค. ส่ง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรค
ปชป.ส่ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค พปชร.ส่ง 3 รายชื่อ ได้แก่ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2.นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค 3.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก่อนจะตัดเหลือชื่อเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ภท.ส่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค
แต่ที่สร้างความฮือฮาตลอดทั้งวันนี้คือพรรคไทยรักชาติ(ทษช.) ที่ส่งพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีบัญชีของพรรค
ฉากการเมืองเชิดจนกว่าจะถึงวันเข้าคูหา-หย่อนบัตร 24 มี.ค. 62
คลิกอ่านเพิ่มเติม… No comment! “วิษณุ” ปัดตอบ “แคนดิเดตนายกฯ” ทษช.ขาดคุณสมบัติ