เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ดูทั้งหมด

“ทรัมป์” ปลด “แบนนอน” นโยบายการค้ามะกันซอฟต์ลง ?

26 ส.ค. 2560 | 22:00น.

รัฐบาลสหรัฐยุคโดนัลด์ ทรัมป์ นับได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลง-ปลดบุคคลในคณะทำงานมากที่สุด เริ่มจากการลาออกของไมเคิล ฟลีนน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ที่ต้องโบกมือลาจากกรณีอื้อฉาวเรื่องรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ ปลดโฆษกทำเนียบขาวไป 2 คน

ในเวลาอันสั้น ปลดหัวหน้าคณะทีมทำงานทำเนียบขาว และอื่น ๆ อีกมากจนจำไม่ไหว ยังไม่นับรวมกับการลาออกจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ 2 ชุด ของบรรดาซีอีโอจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐ เพราะไม่พอใจท่าทีของทรัมป์ต่อเหตุการณ์ปะทะร้ายแรงระหว่างกลุ่มชาตินิยมผิวขาวและฝ่ายตรงข้ามที่เมืองชาร์ลอตต์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย

ล่าสุด มีการปลด “สตีเฟ่น แบนนอน” ออกจากหัวหน้ายุทธศาสตร์ของทำเนียบขาว ซึ่งกรณีนี้ค่อนข้างได้รับการจับตาอย่างมาก เนื่องจากแบนนอนถือเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการวางยุทธศาสตร์การเลือกตั้งให้ทรัมป์จนได้รับชัยชนะผ่านจุดยืนและนโยบายที่เน้นชาตินิยม ประชานิยม ลดการขาดดุลการค้าด้วยการหันมากีดกันการค้า การกีดกันผู้อพยพ เป็นต้น

การปลดนายแบนนอน ถูกวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่าต่อไปนโยบายการค้าของรัฐบาลทรัมป์จะโอนเอียงไปในแนวทางของกลุ่ม “โลกานิยม” และอาจทำให้จุดยืนของทรัมป์ที่มีต่อเป้าหมายหลักอย่างจีนและข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) อ่อนลง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าและล็อบบี้ยิสต์ระบุว่า แม้แบนนอนจะไม่อยู่แล้วแต่คงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อดูว่าในที่สุดแล้วฝ่ายโลกานิยม ไม่ว่าจะเป็น “แกรี คอห์น” ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ สตีเว่น มนูชิน รัฐมนตรีคลัง และ ซอนนี เพอร์ดิว รัฐมนตรีเกษตร จะเอาชนะเรื่องนโยบายการค้าได้หรือไม่ เพราะยังมี นายปีเตอร์ นาวาร์โร ผู้อำนวยการสำนักงานการค้าและการผลิตทำเนียบขาว พันธมิตรสำคัญของแบนนอนเป็นก้างขวางคออยู่และพร้อมจะขับเคลื่อนผลักดันนโยบายชาตินิยมและกีดกันการค้าต่อไป โดยเฉพาะการเล่นงานจีน ทั้งในประเด็นแทรกแซงค่าเงินหยวน ภาษีเหล็กและอื่น ๆ

ที่ผ่านมา กลุ่มโลกานิยมนำโดยนายคอห์น ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ พิสูจน์ให้เห็นถึงการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลมากกว่าด้วยการไม่จัดให้จีนอยู่ในสถานะของประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงิน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา รวมทั้งการตัดสินใจที่จะเจรจานาฟต้าใหม่ แทนที่จะยกเลิกไปเลย นอกจากนี้ยังสามารถผลักดันให้ทรัมป์ชะลอการตัดสินใจตั้งกำแพงภาษีเหล็กจากจีนแบบครอบคลุม

มีรายงานด้วยว่า นายแบนนอนยังทำสงครามทางอ้อมมานานหลายเดือนกับ นายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ซึ่งเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของทรัมป์ โดยคุชเนอร์ อยู่ในกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์พวกวอลล์สตรีท มีจุดยืนตรงข้ามกับนายแบนนอน

ทั้งนี้ แนวคิดชาตินิยมหลายอย่างมักจะถูกลบออกไปจากข้อเสนอหลัก ๆ ของทำเนียบขาว เช่น ข้อเสนอที่จะขยับขึ้นอัตราภาษีของกลุ่มคนรวยที่สุดในประเทศก็ถูกบรรดาที่ปรึกษาอาวุโสในทำเนียบขาวยกออกไป

แบนนอน พยายามจะทำหน้าที่ติดตามว่าประธานาธิบดีได้ทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้หรือไม่ และพยายามจะผลักดันให้ทรัมป์ไม่ลืมสัญญา โดยในห้องทำงานของแบนนอน จะมีไวท์บอร์ดสำหรับเขียนรายการที่รัฐบาลต้องทำตามที่หาเสียงไว้

สตีฟ คิง สส.ไอโอวา พรรครีพับลิกันซึ่งใกล้ชิดกับแบนนอน ให้ความเห็นว่าการปลดแบนนอนเป็นเหมือนการกวาดล้างฝ่ายอนุรักษนิยมและอาจทำให้ฐานของทรัมป์ตีตัวออกห่าง เพราะเมื่อแบนนอนไม่อยู่แล้วก็คงไม่มีใครนำเอานโยบายของทรัมป์ไปปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์บางคนเชื่อว่า นโยบายการค้าหลัก ๆ ของรัฐบาลทรัมป์คงไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเพราะโดยรวมแล้วคณะผู้บริหารยังเห็นพ้องกันในเรื่องที่ต้องลดขาดดุลการค้า

ดังนั้นจุดยืนที่จะตอบโต้จีนอันเนื่องจากประเด็นการค้าที่ไม่เป็นธรรมจะยังมีอยู่ต่อไป เพราะซีกอนุรักษนิยมยังเหลืออยู่หลายคน โดยนอกเหนือจากนายนาวาร์โรแล้ว ยังมีเคลลีแอนน์ คอนเวย์ ที่ปรึกษา, ริก เดียร์บอร์น รองหัวหน้าทีมงานทำเนียบขาว เป็นต้น