เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
Finance ธปท. หยุดรับคำขอใบอนุญาตร้านแลกเงินชั่วคราว เตรียมยกระดับมาตรฐานธุรกิจใหม่
แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
Finance แบงก์ชาติ เกาะติดผลกระทบ “ทรัมป์” แพ้เลือกตั้ง เอฟเฟกต์ “ค่าเงิน-ราคาน้ำมัน-การค้า”
โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
Biz Movement โปรอิฐ GM โรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ คว้ารางวัลผู้นำรุ่นใหม่จาก AGIF
กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
News กรมการปกครอง ร้องทุกข์ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ปมเปิดรับบริจาคช่วยน้ำท่วมไร้ใบอนุญาต
Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
Finance Bitget ชี้บิตคอยน์ลุ้นกลับทิศ เปิดสถิติหลังเลือกตั้งสหรัฐผ่านจุดต่ำสุดใน 1 เดือน
บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
Finance บล.กสิกรไทย มองไทยรับโชค! ดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐ เสี่ยงชะงัก ชู 6 หุ้นรับอานิสงส์
แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
Real Estate แสนสิริปักหมุดฝั่งธนฯ ดันพอร์ต 3 หมื่นล้าน เสิร์ฟทาวน์โฮมหรู “เดมี อรุณอมรินทร์” ลุ้น Sold Out อีกครั้ง
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
Real Estate อิตาเลียนไทย ขายโรงปูนภูมิใจไทย ให้ทุนฮ่องกง 49% มูลค่า 1,114 ล้าน
YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
Business YOTEL ขยายขุมทรัพย์ ‘เอเชีย-แปซิฟิก’
ดูทั้งหมด

“ทรัมป์” ปลด “แบนนอน” นโยบายการค้ามะกันซอฟต์ลง ?

26 ส.ค. 2560 | 22:00น.

รัฐบาลสหรัฐยุคโดนัลด์ ทรัมป์ นับได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลง-ปลดบุคคลในคณะทำงานมากที่สุด เริ่มจากการลาออกของไมเคิล ฟลีนน์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ที่ต้องโบกมือลาจากกรณีอื้อฉาวเรื่องรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ ปลดโฆษกทำเนียบขาวไป 2 คน

ในเวลาอันสั้น ปลดหัวหน้าคณะทีมทำงานทำเนียบขาว และอื่น ๆ อีกมากจนจำไม่ไหว ยังไม่นับรวมกับการลาออกจากสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ 2 ชุด ของบรรดาซีอีโอจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐ เพราะไม่พอใจท่าทีของทรัมป์ต่อเหตุการณ์ปะทะร้ายแรงระหว่างกลุ่มชาตินิยมผิวขาวและฝ่ายตรงข้ามที่เมืองชาร์ลอตต์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย

ล่าสุด มีการปลด “สตีเฟ่น แบนนอน” ออกจากหัวหน้ายุทธศาสตร์ของทำเนียบขาว ซึ่งกรณีนี้ค่อนข้างได้รับการจับตาอย่างมาก เนื่องจากแบนนอนถือเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการวางยุทธศาสตร์การเลือกตั้งให้ทรัมป์จนได้รับชัยชนะผ่านจุดยืนและนโยบายที่เน้นชาตินิยม ประชานิยม ลดการขาดดุลการค้าด้วยการหันมากีดกันการค้า การกีดกันผู้อพยพ เป็นต้น

การปลดนายแบนนอน ถูกวิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่าต่อไปนโยบายการค้าของรัฐบาลทรัมป์จะโอนเอียงไปในแนวทางของกลุ่ม “โลกานิยม” และอาจทำให้จุดยืนของทรัมป์ที่มีต่อเป้าหมายหลักอย่างจีนและข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) อ่อนลง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าและล็อบบี้ยิสต์ระบุว่า แม้แบนนอนจะไม่อยู่แล้วแต่คงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อดูว่าในที่สุดแล้วฝ่ายโลกานิยม ไม่ว่าจะเป็น “แกรี คอห์น” ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ สตีเว่น มนูชิน รัฐมนตรีคลัง และ ซอนนี เพอร์ดิว รัฐมนตรีเกษตร จะเอาชนะเรื่องนโยบายการค้าได้หรือไม่ เพราะยังมี นายปีเตอร์ นาวาร์โร ผู้อำนวยการสำนักงานการค้าและการผลิตทำเนียบขาว พันธมิตรสำคัญของแบนนอนเป็นก้างขวางคออยู่และพร้อมจะขับเคลื่อนผลักดันนโยบายชาตินิยมและกีดกันการค้าต่อไป โดยเฉพาะการเล่นงานจีน ทั้งในประเด็นแทรกแซงค่าเงินหยวน ภาษีเหล็กและอื่น ๆ

ที่ผ่านมา กลุ่มโลกานิยมนำโดยนายคอห์น ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ พิสูจน์ให้เห็นถึงการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลมากกว่าด้วยการไม่จัดให้จีนอยู่ในสถานะของประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงิน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา รวมทั้งการตัดสินใจที่จะเจรจานาฟต้าใหม่ แทนที่จะยกเลิกไปเลย นอกจากนี้ยังสามารถผลักดันให้ทรัมป์ชะลอการตัดสินใจตั้งกำแพงภาษีเหล็กจากจีนแบบครอบคลุม

มีรายงานด้วยว่า นายแบนนอนยังทำสงครามทางอ้อมมานานหลายเดือนกับ นายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ซึ่งเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของทรัมป์ โดยคุชเนอร์ อยู่ในกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์พวกวอลล์สตรีท มีจุดยืนตรงข้ามกับนายแบนนอน

ทั้งนี้ แนวคิดชาตินิยมหลายอย่างมักจะถูกลบออกไปจากข้อเสนอหลัก ๆ ของทำเนียบขาว เช่น ข้อเสนอที่จะขยับขึ้นอัตราภาษีของกลุ่มคนรวยที่สุดในประเทศก็ถูกบรรดาที่ปรึกษาอาวุโสในทำเนียบขาวยกออกไป

แบนนอน พยายามจะทำหน้าที่ติดตามว่าประธานาธิบดีได้ทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้หรือไม่ และพยายามจะผลักดันให้ทรัมป์ไม่ลืมสัญญา โดยในห้องทำงานของแบนนอน จะมีไวท์บอร์ดสำหรับเขียนรายการที่รัฐบาลต้องทำตามที่หาเสียงไว้

สตีฟ คิง สส.ไอโอวา พรรครีพับลิกันซึ่งใกล้ชิดกับแบนนอน ให้ความเห็นว่าการปลดแบนนอนเป็นเหมือนการกวาดล้างฝ่ายอนุรักษนิยมและอาจทำให้ฐานของทรัมป์ตีตัวออกห่าง เพราะเมื่อแบนนอนไม่อยู่แล้วก็คงไม่มีใครนำเอานโยบายของทรัมป์ไปปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์บางคนเชื่อว่า นโยบายการค้าหลัก ๆ ของรัฐบาลทรัมป์คงไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเพราะโดยรวมแล้วคณะผู้บริหารยังเห็นพ้องกันในเรื่องที่ต้องลดขาดดุลการค้า

ดังนั้นจุดยืนที่จะตอบโต้จีนอันเนื่องจากประเด็นการค้าที่ไม่เป็นธรรมจะยังมีอยู่ต่อไป เพราะซีกอนุรักษนิยมยังเหลืออยู่หลายคน โดยนอกเหนือจากนายนาวาร์โรแล้ว ยังมีเคลลีแอนน์ คอนเวย์ ที่ปรึกษา, ริก เดียร์บอร์น รองหัวหน้าทีมงานทำเนียบขาว เป็นต้น