นโยบายขายฝันกับโลกความเป็นจริง
บทบรรณาธิการ
ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 บรรยากาศหาเสียงยิ่งดุเดือดเข้มข้น นอกจากผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จะโหมลงพื้นที่แนะนำตัวและพบปะประชาชนแล้ว พรรคการเมืองแต่ละพรรคยังแข่งเปิดตัวนโยบายไม่เว้นแต่ละวัน
รัฐสวัสดิการสารพัดรูปแบบ นโยบายเพิ่มรายได้และการให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนทุกระดับ ตั้งแต่ทารก เด็ก ผู้พิการ คนชรา ผู้มีรายได้น้อย คนจน เกษตรกร ถูกนำมาขยาย ต่อยอด จนจำแทบไม่หมด พร้อมย้ำให้ชาวบ้าน
มั่นใจว่าที่แต่ละพรรคนำเสนอ คือทางเลือกใหม่ปรากฏการณ์ดังกล่าว แม้เป็นเรื่องปกติทุกฤดูการเลือกตั้งที่พรรคการเมืองแข่งนำเสนอนโยบายสนองความต้องการของประชาชน แต่ครั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่านโยบายในลักษณะก้ำกึ่งระหว่างประชานิยม ประชารัฐ รัฐสวัสดิการ สวัสดิการแห่งรัฐ ถูกนำมาใช้เป็นจุดขายแบบยกแพ็กเกจมากกว่าการหาเสียงเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา
เห็นได้จากหลายพรรคชูนโยบายแจกแถม เกทับพรรคการเมืองคู่แข่งหวังแย่งคะแนนเสียง สร้างค่านิยมประโยชน์ต่างตอบแทนเป็นตัวเงิน สิ่งของ มากกว่าจะแข่งขันกันนำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ 51 ล้านคนนำไปพิจารณาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจเดินเข้าคูหาเท่ากับมุ่งเน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้นเพื่อให้ได้คะแนนนิยม โดยไม่ตระหนักและรับรู้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นภาระต่อเงินงบประมาณภาครัฐ
ขณะเดียวกัน ก็ไม่ได้ทำให้คนไทย ประเทศไทยมั่นคงยั่งยืนได้ในระยะยาว การส่งสัญญาณเตือนของนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่ขอให้ประชาชนทบทวนไตร่ตรองชั่งใจการนำเสนอนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองนั้นต้องใช้สติและความรอบคอบ คิดถึงความเป็นไปได้และอนาคตที่ดีของสังคม จึงเป็นเรื่องที่ต้องรับฟัง
เพราะขณะนี้หลายนโยบายที่ถูกนำมาโหมโปรโมตต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก หรือเกินความจำเป็น เทียบกับผลลัพธ์ที่กลับมาอาจได้ไม่คุ้มเสีย
ขณะเดียวกัน ปลัดกระทรวงการคลังชี้ว่า รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งซึ่งจะเข้าบริหารประเทศภายใต้วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะมีกรอบวงเงินสำหรับใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ 2-3% ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด หรือไม่เกิน 1 แสนล้านบาท/ปี อีกทั้งยังมี พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯคุมเข้มไม่สามารถใช้จ่ายอย่างไม่บันยะบันยังได้
โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันลงคะแนน นอกจากไม่ขายสิทธิขายเสียงแล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 51 ล้านคน ต้องอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง การกาบัตรเลือกผู้แทนฯอย่างชาญฉลาด ไม่เลือกเพราะนโยบายขายฝัน แต่ปฏิบัติจริงไม่ได้