เจพีมอร์แกนตั้งเป้าครอง DW อันดับหนึ่ง ตลท.คาดปลดล็อกเกณฑ์ DW อิงหุ้น ตปท.ชัดเจน Q3
ม.ล.ชโยทิต กฤดากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ พี มอร์แกน ประเทศไทย (J.P Morgan) เปิดเผยว่า ภายในปี 62 บริษัทคาดว่าจะนำใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants) อย่างน้อย 400 รายการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังจากปัจจุบันเสนอขาย DW อยู่แล้วประมาณ 104 ตัว คาดว่าจะทยอยออกประมาณ 30-40 รายการต่อดือนไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยจะเป็น DW ต่างประเทศสัดส่วน 10% หรือประมาณ 40 ตัว และที่เหลือจะครอบคลุมหุ้นไทยเป็นหลัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์จะอนุญาตให้ออกเป็นดัชนีแบบไหนได้ก่อน ซึ่งระยะถัดไปก็อาจจะเป็นหุ้นรายตัวคาดว่าน่าจะเป็นตลาดที่อยู่ในไทม์โซนใกล้เคียงกับไทย เพราะจะทำให้บริหารความเสี่ยงได้ง่าย และอาจจะต้องดูว่าเป็นดัชนีหรือหุ้นรายตัวที่นักลงทุนไทยให้ความสนใจ ซึ่งจะต้องไปเซเวย์ก่อน
“ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์มีต้นทุนการถือครองที่ต่ำกว่า และช่วยเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่มากกว่าแก่นักลงทุน โดยคาดว่าจะมีนักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจค่อนข้างมาก ทั้งนี้ในตลาดฮ่องกงเราถือเป็นเจ้าตลาด โดยมี DW อยู่มากกว่า 5,000 ตัว คิดเป็นสัดส่วน 25-30% ของตลาด DW ทั้งหมดในฮ่องกงตั้งแต่ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา” ม.ล.ชโยทิตกล่าว
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ส่วนที่ J.P Morgan กำลังดำเนินอยู่คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างเช่น Derivative Warrants (DW) ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ให้ความสำคัญอย่างมาก ในส่วนที่บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้ออกเอง ไม่ว่าจะ DW, DR, ETF ซึ่งเป็น 3 ผลิตภัณฑ์หลักที่มองว่าจะช่วยสร้าง Connectivity ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศได้ และทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาใช้ประเทศไทยในการระดมทุนหรือลงทุนได้ประโยชน์มากขึ้น ซึ่งตลาดหลักทรัพย์พยายามสนับสนุนคือ Issuing platform และ Redemption platform ที่ดี โดยการออกแบบและขายโปรดักต์จะต้องให้ได้เร็ว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก
ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์กำลังพยายามปรับกระบวนการการทำงาน และระบบการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเป็น One Stop Shop จากเดิมที่จะต้องไปจดทะเบียนที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอใส่ Underlying Asset ตัวใหม่ แต่ต่อไปจะอยู่ในระบบเดียวกัน ซึ่งจะวิ่งไปที่ ก.ล.ต.และมาที่ตลาดหลักทรัพย์โดยตรง ซึ่งพยายามสนับสนุนให้เกิดขึ้น
ส่วนผลิตภัณฑ์ต่างประเทศขณะนี้กำลังเปิดขอคณะกรรมการ (บอร์ด) ตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์สามารถมี Underlying Asset Product ที่เป็นต่างประเทศได้ อย่างเช่น Derivative Warrants (DW) ซึ่งจะเป็นสิ่งที่จะได้เห็นต่อไป คาดว่าเกณฑ์จะแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 3/62
“เชื่อว่าจะทำให้การลงทุนในประเทศไทย เป็นจุดที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลก และนักลงทุนจากหลายประเทศมาใช้ประเทศไทยในการลงทุนในประเทศอื่นๆ ลองคิดดูว่าถ้าจะไปลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV ต้องทำดิวดิลิเจนซ์ทุกประเทศจะยุ่งแค่ไหน หากเกิดมีจุดๆ หนึ่งที่เริ่มเข้ามาได้ก่อน และเราไปเริ่ม Underlying Asset จากต่างประเทศมาจะได้ประโยชน์จากทั้งสองข้าง ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโอกาสที่ให้นักลงทุนลงทุนได้หลายประเทศ” นายภากรกล่าว
ปัจจุบันปริมาณการซื้อขายในตลาด DW ของไทยอยู่ประมาณ 5-8% ของปริมาณการซื้อขายตลาดรวม ซึ่งมีผู้ออก (Issuer) อยู่ทั้งหมด 15 ราย ซึ่ง J.P Morgan เป็นผู้ออกรายล่าสุด อย่างไรก็ดีปริมาณ 5-8% ของปริมาณการซื้อขายตลาดรวมถือว่าค่อนข้างมาก