“วิษณุ” ชี้ “เพื่อไทย” แถลงรวมเสียงตั้งรัฐบาลแค่จิตวิทยา ยังไม่มีอะไรแน่นอน ขนาดสัตยาบันยังเปลี่ยนแปลงได้
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมแถลงข่าวรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล 251 เสียง จะสามารถจัดตั้งได้หรือไม่ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องให้ใบแดง ใบเหลืองอีก นายวิษณุกล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของเขา ใครที่คิดว่าตัวเองมีความพร้อมที่จะทำและช่วงชิงอะไรก็ทำไป แต่ไม่ได้มีผลจริงจังอะไร มีผลด้านจิตวิทยาและการรับรู้ของสังคมในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่จะสิ้นสุดและยุติไม่ได้ เพราะผลอย่างไม่เป็นทางการเพียง 95 เปอร์เซ็นต์ เพิ่งจะประกาศไป ยังมีที่เหลืออีกหลายคะแนนอยู่ และจากนี้จะต้องมีการดำเนินคดีและดำเนินการอีกหลายเรื่อง เพราะมีผู้มาร้องเรียนเรื่องการเลือกตั้งหลายรายที่จะต้องมีการตรวจสอบก่อน ฉะนั้นทั้งหมดจึงยังไม่มีความแน่นอนอะไร
เมื่อถามว่า ตราบใดที่ยังไม่มีการโหวตนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถูกต้อง ใช่ ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะขนาดจับมือรับปาก ลงชื่อตามสัตยาบัน ก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อถามว่าสมัยก่อนการโหวตเลือกนายกฯต้องนำตัวนายกฯไปเก็บตัวในที่ปลอดภัย ในสมัยนี้ต้องทำแบบนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะการเสนอชื่อนายกฯต้องไปเสนอกลางที่ประชุมสภา แล้วชื่อคนที่จะเป็นนายกฯก็มีรายชื่อปรากฏอยู่แล้ว และจะมีชื่อนอกจากที่เสนอไม่ได้ โดยเฉพาะในระยะต้น เว้นแต่โหวตไปแล้วเกิดตันก็ค่อยไปเลือกคนนอก ซึ่งในรัฐธรรมนูญมีการกำหนดขั้นตอนไว้อยู่แล้ว ไม่เหมือนในอดีตที่จะรวมเสียงกันแล้วจะชิงเสนอชื่อใครเป็นนายกฯก็ได้ แต่วันนี้เรารู้อยู่แล้วว่าเชื่อนายกฯมีกว่า 10 คน
เมื่อถามว่า กกต.ระบุว่าจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พฤษภาคม ฉะนั้น ตามกรอบเวลาแนวโน้มจะได้รัฐบาลใหม่จะเป็นช่วงเดือนกรกฏาคมหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้า กกต.ระบุว่าจะประกาศผลเลือกตั้งทางการวันที่ 9 พฤษภาคม หลังจากนั้นภายใน 3 วันก็จะมีการเสนอชื่อ ส.ว. ซึ่งอาจจะเสนอก่อนนั้นก็ได้ แต่ต้องไม่ช้ากว่า 3 วัน แต่จะไม่ใช่การประกาศ แต่จะเป็นการเสนอชื่อเพื่อทูลเกล้าฯถวายเท่านั้น การประกาศจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งลงมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ และหากมีการประกาศผลการเลือกตั้งวันที่ 9 พฤษภาคม ก็ต้องนับไปอีก 15 วัน ซึ่งภายใน 15 วัน ส.ส.หน้าใหม่ และส.ว.หน้าใหม่จะต้องมารายงานตัว ซึ่งเมื่อรายงานตัวเรียบร้อย รัฐบาลจะต้องกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุมรัฐสภาครั้งแรก และเมื่อเสด็จฯทรงเปิดการประชุมรัฐสภา โดยหลักแล้วบุคคลที่จะมาเข้าเฝ้าฯ จะต้องเป็น ส.ส.หน้าใหม่ และ ส.ว.หน้าใหม่ ฉะนั้น การโปรดเกล้าฯแต่งตั้งควรจะเกิดภายใน 15 วันนี้
นายวิษณุกล่าวว่า หลังจากนั้น 1-2 วันจะมีการเลือกประธานสภา และหลังจากนั้นจะโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธานสภาเมื่อไหร่ตนไม่ทราบ เมื่อโปรดเกล้าฯแล้วประธานสภาจะมีหน้าที่เรียกประชุมนัดแรก เพื่อให้สมาชิกปฏิญาณตน และเริ่มการโหวตเลือกนายกฯ โดยจะทำได้ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม จนถึงต้นเดือนมิถุนายน และหากเลือกรอบแรกได้ ก็จะจบเร็ว แต่หากต้องเลือกรอบสองรอบสามจะเกิดขึ้นในวันนั้นหรือวันถัดไปก็ได้ จนกระทั่งได้นายกฯ จากนั้นนำกราบบังคมทูลเพื่อทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง เมื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งแล้วนายกฯต้องหาครม.ไม่เกิน 35 คน ซึ่งไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าจะนานเท่าใด แต่ในช่วงเวลานี้นายกฯจะทำงานอะไรไม่ได้ ซึ่งตอนนี้จะชัดเจนว่าใครจะรวมกับใคร ในอดีตก็เคยมีมาแล้วว่า โหวตเลือกนายกฯแต่ไม่ร่วมรัฐบาล ขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรอง ซึ่งการเมืองคือการต่อรอง บางคนอาจจะโหวตนายกฯให้ แต่ได้ตำแหน่งที่ไม่สบอารมณ์ อาจถอยไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้โหวตให้เป็นนายกฯ แต่ก็เข้าร่วมที่หลังก็ได้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นภาระยากของนายกฯในการจัดตั้ง ครม.
รองนายกฯกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เมื่อเสร็จกระบวนการหมดแล้ว ตั้ง ครม.ได้แล้ว ต้องนำความกราบบังคมทูล และเมื่อโปรดเกล้าฯลงมา ก็ต้องกราบบังคมทูลซ้ำอีกครั้งเพื่อขอพระราชทานโอกาสนำ ครม.เข้าเฝ้าฯ ซึ่งเมื่อนายกฯนำ ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อใด ครม.ชุดเดิม คสช. และอำนาจตามมาตรา 44 จะสิ้นสุดลง และ ครม.ชุดใหม่เริ่มทำงานได้ทันที โดยจะต้องแถลงนโยบายภายใน 15 วัน
เมื่อถามว่า กรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐภาคใต้ ออกมาระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้เงินผู้สมัครภาคใต้ แต่ พล.อ.ประวิตรเป็นบุคคลนอกจะสามารถทำในลักษณะดังกล่าวได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถาม กกต. และเรายังไม่รู้ว่าเหตุมันถูกหรือไม่ถูก หากตนไปวิจารณ์ก็จะเสียคน
ที่มา:มติชนออนไลน์