“สมาคมประกันชีวิตไทย” นัดถก คปภ.ต้น เม.ย. 62 กำกับอัตราเบี้ยประกันสุขภาพ พร้อมไฟลิ่งอัตราเบี้ย คาดร่างสัญญาประกันสุขภาพมาตรฐานใหม่จะแล้วเสร็จไม่เกิน พ.ค.นี้ ด้าน “เมืองไทยประกันชีวิต” ศึกษาการปรับเบี้ยฯ ชี้พอร์ตประกันสุขภาพเด็กอยู่ในเกณฑ์สุ่มเสี่ยง “เคลมพุ่ง”
นายจรุง เชื้อจินดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า เรื่องการปรับเบี้ยประกันสุขภาพ จะต้องรอสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ดำเนินการปรับปรุงสัญญาประกันสุขภาพมาตรฐานใหม่ออกมาเรียบร้อยก่อน ซึ่งขณะนี้กำลังทำประชาพิจารณ์ (เฮียริ่ง) กันอยู่ และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน เม.ย.-พ.ค. 62
อย่างไรก็ดี อีกประมาณ 2 สัปดาห์ (ต้นเดือน เม.ย. 62) ทาง คปภ.และสมาคมประกันชีวิตไทย จะนัดประชุมเรื่องไฟลิ่งอัตราเบี้ยประกันสุขภาพ ซึ่งก่อนหน้านี้ คปภ.มีกรอบแนวทางกำกับอัตราเบี้ยประกันสุขภาพไว้แล้ว จะถูกปรับให้สอดคล้องกับต้นทุนค่ารักษาพยาบาลที่ปรับเปลี่ยนไปตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนดไว้ และหากต้นทุนค่ารักษาพยาบาลได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ทาง คปภ.สามารถสั่งให้บริษัทประกันปรับเปลี่ยนอัตราเบี้ยประกันสุขภาพให้มีความเหมาะสมได้ทันที
“เรากำลังปรึกษากันว่าถ้าความคุ้มครองเป็นแบบนี้ อัตราเบี้ยประกันสุขภาพจะเป็นอย่างไร ถ้าความคุ้มครองเป็นแบบ standard เบี้ยประกันก็ควรจะ standard ด้วยเช่นกัน” นายจรุงกล่าว
ส่วนบริษัทเอไอเอ ปรับปรุงเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันสุขภาพ เพื่อจะปรับเบี้ยได้ตามความเสี่ยงและอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลนั้น นายจรุงกล่าวว่า สามารถทำได้ตามประกาศฉบับเดิมเท่านั้น
นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะเอไอเอเท่านั้น แต่ถือเป็นปัญหาทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งที่บริษัทปรับ “wording” ในกรมธรรม์ประกันสุขภาพ เพื่อสื่อสารให้ตัวแทนและผู้เอาประกันเข้าใจมากขึ้นว่าการปรับเบี้ยอาจเกิดขึ้นได้ในเงื่อนไขบางอย่าง
“ขณะนี้บริษัทสมาชิกในสมาคมประกันชีวิตไทยกำลังหารือกันอยู่ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เพราะประกันสุขภาพสำหรับคนไทยยังมีปัญหาค่อนข้างมาก อาทิ การเข้ารักษาพยาบาลโดยไม่จำเป็นหมายความว่าอย่างไร และสมมุติต้องปรับขึ้นเบี้ยจะเกิดขึ้นได้ด้วยสาเหตุอะไร การแถลงสุขภาพตามความเป็นจริงสำคัญอย่างไร ถ้าปกปิดข้อมูลจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งบริษัทประกันชีวิตทุกแห่งต้องพยายามสื่อสารให้กับลูกค้ามากขึ้น” นายเอกรัตน์กล่าว
นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังศึกษาการปรับเบี้ยประกันสุขภาพ ซึ่งมีข้อมูลสถิติค่อนข้างมากพอสมควรแล้ว แต่สมาคมและสำนักงาน คปภ.ที่หารือในการประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย ประจำปี 2562 (CEO Insurance Forum 2019) วันที่ 29 มี.ค.นี้ ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น
“ถ้าจะปรับเบี้ยประกันสุขภาพ วัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อต้องการให้มีความยืดหยุ่นในการปรับเบี้ยเพิ่มขึ้น/ลดลงสำหรับลูกค้าที่มีพฤติกรรมหรือมีประสบการณ์ทางการเคลมที่ extreme ไม่ว่าจะเป็น extreme แย่หรือดีก็ตาม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ คปภ.จะให้อำนาจในการปรับเปลี่ยนอัตราเบี้ยลงมาอยู่ในมือผู้เล่นในตลาดหรือไม่” นายปราโมทย์กล่าว
สำหรับปัจจุบันลอสเรโชประกันสุขภาพของบริษัท ยังไม่ได้กระทบต่อการปรับขึ้นเบี้ยของบริษัท แต่อาจจะมีบางพอร์ตอยู่ในเกณฑ์สุ่มเสี่ยง เช่น กรมธรรม์ประกันสุขภาพ “เด็ก” ในกลุ่มค่ารักษาพยาบาลที่ใช้มากเกินความจำเป็น (over utili-zation) เมื่อไหร่ก็ตามที่เบี้ยไม่สมเหตุสมผล จากทั้งการใช้เกินความจำเป็นของคนไข้เอง (ลูกค้า) หรือโรงพยาบาล สุดท้ายก็จะสะท้อนกลับมาที่ค่าเบี้ยครั้งต่อไปของลูกค้าเอง
นายไบรอัน สมิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า แบบประกันสุขภาพของบริษัทมีการระบุเงื่อนไขที่มีสิทธิ์ขอปรับปรุงเบี้ย ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก คปภ.อยู่แล้ว อย่างไรก็ดี บริษัทมีนโยบายการบริหารและดูแลความเสี่ยงที่รัดกุมตามหลักเกณฑ์ของกลุ่มอลิอันซ์ทั่วโลก ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อการให้ความคุ้มครองลูกค้า