เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
Economic 20 ปีไม่คืบหน้า จี้กทม.สร้าง “สถานีเสนาร่วม” สายสีเขียว กังขาคิดค่าตั๋วสถานียังไม่เปิดใช้
อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
Politics อนุทิน ขอ ‘ม็อบกำนัน’ อย่าทำผิดกฎหมาย ยันทำเพื่อประโยชน์ประเทศ-ประชาชน
รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
Politics รัฐบาลยันไม่ขาดแคลนอาหาร อย่าหวั่นไหวตามนานาประเทศ
ดูทั้งหมด

เงินบาทขยับแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า ‘ปัจจัยการเมือง-ผลประกอบการไตรมาสแรก บจ.’

13 เม.ย. 2562 | 16:33น.
เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงปลายสัปดาห์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยลบจากตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าภาคโรงงานของสหรัฐฯ เดือนก.พ. ที่หดตัวลง อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกลงเล็กน้อยในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณขายสุทธิพันธบัตรไทยของต่างชาติ ขณะที่ การปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกปีนี้ของ IMF ลงมาที่ 3.3% เพิ่มแรงกดดันต่อสกุลเงินในภูมิภาค เงินบาทฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับค่าเงินหยวน หลังตัวเลขส่งออกเดือนมี.ค. ของจีน ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด

ในวันศุกร์ (12 เม.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 31.76 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.87 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (5 เม.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (15-19 เม.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.60-31.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องติดตามปัจจัยในประเทศและทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ความคืบหน้าในการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าสำคัญ (ทั้งจีน และญี่ปุ่น) และจีดีพีประจำไตรมาส 1/2562 ของจีน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย ผลสำรวจกิจกรรมภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนเม.ย. ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนมี.ค. ตัวเลขเงินทุนไหลสุทธิเดือนก.พ. และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ Beige Book ของเฟด

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับที่ 1,660.45 จุด เพิ่มขึ้น 0.87% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 5.16% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 40,420.74 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ลดลง 0.63% มาปิดที่ 363.81 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับการเข้าซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ หุ้นกลุ่มพลังงานได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ ย่อตัวลงช่วงสั้นๆ ในเวลาต่อมา ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ก่อนจะขยับขึ้นเล็กน้อยตามตลาดหุ้นภูมิภาคช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีปัจจัยหนุนจากประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังมีรายงานว่าจีนจะเปิดกว้างธุรกิจ Cloud Computing ให้แก่ต่างชาติมากขึ้น ประกอบกับการเปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศไตรมาส 1/2562 ของจีนที่ออกมาดี

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (15-19 เม.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,650 และ 1,640 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,675 และ 1,690 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2562 ของบริษัทจดทะเบียนไทย ปัจจัยการเมืองในประเทศ ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงสถานการณ์ BREXIT ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก และข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนมี.ค. รวมถึงผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดฟิลาเดลเฟีย และดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนเม.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ข้อมูลจีดีพีไตรมาส 1/2562 ของจีน ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. ของญี่ปุ่น