มหาดไทยประเดิมออกประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งปีนี้ 5 จังหวัด
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ในฐานะประธานคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เปิดเผยถึงผลการประชุมของคณะทำงานเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ศกนี้ว่า กระทรวงมหาดไทยได้รายงานพื้นที่ประกาศภัยแล้ง 5 จังหวัด และมาตรการให้ความช่วยเหลือต่อที่ประชุมประกอบด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด 2 อำเภอ จังหวัดศรีสะเกษ 4 อำเภอ จังหวัดชลบุรี 1 อำเภอ จังหวัด นครราชสีมา 3 อำเภอ จังหวัดตราด 3 อำเภอ ในขณะที่ปีที่ผ่านมาไม่มีการประกาศ ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือแก้ปัญหาในระยะสั้น ส่วนใหญ่จะสนับสนุนเครื่องสูบน้ำระยะไกล เพื่อส่งน้ำไปผลิตน้ำประปา การใช้รถบรรทุกน้ำประปาไปแจกจ่ายตลอด 24 ชั่วโมง การมอบน้ำดื่มและการขุดเจาะน้ำบาดาลช่วย ขณะที่การแก้ปัญหาระยะกลางส่วนใหญ่จะเน้นการขุดลอกคลองส่งน้ำและแหล่งน้ำเพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนรับกับภัยแล้งที่ยาวนาน
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่เสี่ยงต่อภัยแล้งอีกหลายจังหวัด บางจังหวัดซ้ำกับพื้นที่จังหวัดที่กระทรวงมหาดไทยประกาศเป็นเขตภัยแล้งไปแล้วข้างต้น เช่น จังหวัดนครราชสีมาที่จะมีอีกหลายอำเภอประสบภัยแล้งตามมาอีก ที่เหลือคือจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย นครสวรรค์ เลย ชัยภูมิ ราชบุรี และกาญจนบุรี
ดร.สมเกียรติกล่าวต่อว่า ในที่ประชุมยังมีความเป็นห่วงภาวะเอลนีโญที่อาจจะทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงช่วงต้นฤดูฝนปีนี้ของไทย อาจทำให้ประชาชนเดือดร้อนต่อเนื่องจากปัญหาขาดแคลนน้ำ ทาง สนทช.จะเสนอเรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งที่อาจจะยาวนานไปจนถึงเดือน ก.ค.-กลาง ส.ค.ศกนี้ ต่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรีพิจารณาก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอใช้งบกลาง 1,200-1,300 ล้านบาท จัดทำ 144 โครงการเร่งด่วนแก้ภัยแล้งให้แล้วเสร็จภายใน 80-90 วัน หาก ครม.อนุมัติโครงการ ซึ่งจะมีโครงการขุดเจาะน้ำบาดาลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 26 แห่งวงเงิน 100 ล้านบาทเศษรวมอยู่ด้วย
“พายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้บรรเทาภัยแล้งได้ระดับหนึ่ง อาทิ ปริมาณน้ำใช้การได้ของเขื่อนอุบลรัตน์ที่จะเป็นศูนย์ในวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็ยืดออกไป ซึ่งกรณีเขื่อนอุบลรัตน์ หากยังเกิดภัยแล้งต่อเนื่อง จะมีการนำน้ำในสต๊อกสำรองประมาณ 80 ล้านลบ.ม.ออกมาใช้ ส่วนการประกาศการเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าจะประกาศวันที่ 22-23 พ.ค.ศกนี้ ล่าช้าประมาณ 1 สัปดาห์ และคาดว่าปริมาณฝนปีนี้จะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา”