เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

รู้เท่าทันกฎที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มโอกาส/ท้าทายอสังหาฯ

27 เม.ย. 2562 | 19:48น.

คอลัมน์ มองข้ามชอต โดย นพมาศ ฮวบเจริญ นักวิเคราะห์อาวุโส EIC ธ.ไทยพาณิชย์

การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันของผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัย ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงกฎหมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาฯ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือและปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยง หรือคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านั้น ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงด้านกฎเกณฑ์ที่จะกระทบผู้ประกอบการในช่วงข้างหน้ามีอยู่ 3 ด้านด้วยกัน

(1) ธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่มความเข้มงวดสำหรับสินเชื่อบ้านผ่านเกณฑ์ loan-to-value (LTV) ที่ลดลง มีผลตั้งแต่เดือน เม.ย. 2019 ซึ่งอีไอซีคาดว่าอุปสงค์ต่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มชะลอตัวจากเกณฑ์ดังกล่าว ทั้งกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน โดยข้อมูลล่าสุดจาก AREA เผยว่า ที่อยู่อาศัยที่เปิดตัวใหม่ในช่วง ธ.ค. 2018-ก.พ. 2019 มีอัตราการขายได้ (presale) ลดลงมาอยู่ที่เฉลี่ย 23% จากเฉลี่ย 49% ของหน่วยที่เปิดขายใหม่ในช่วง ม.ค.-พ.ย. 2018 (ไม่นับรวมบ้านราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทในโครงการบ้านล้านหลังของ ธอส.)

ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาผู้ประกอบการเริ่มมีการปรับตัวต่อเกณฑ์ LTV ใหม่ ทั้งเร่งระบายบ้านพร้อมอยู่ที่เหลือขายผ่านการทำโปรโมชั่นก่อนที่ LTV ใหม่จะเริ่มมีผล เช่น ส่วนลดเงินสด ฟรีค่าส่วนกลาง 1-2 ปี และฟรีดอกเบี้ย 1 ปี เป็นต้น ทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเดือน ม.ค. ยังขยายตัวสูงที่ 16% YOY โดยเฉพาะคอนโดฯที่ขยายตัวถึง 19% YOY

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอาจชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ด้วยทำให้ที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ในช่วง ธ.ค. 2018-ก.พ. 2019 ปรับตัวลดลงอยู่ที่เฉลี่ย 4,326 หน่วย/เดือน จากเฉลี่ย 10,886 หน่วย/เดือนในช่วง ม.ค.-พ.ย. 2018 (ไม่นับรวมโครงการบ้านล้านหลัง) โดย 70% ของการปรับตัวลดลงดังกล่าวมาจากคอนโดฯ และ 23% มาจากทาวน์เฮาส์

ทั้งนี้ อีไอซีประเมินว่าผู้ประกอบการจะรอประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงภายหลัง LTV เริ่มบังคับใช้ก่อนที่จะกลับมาทยอยเปิดตัวโครงการเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยรายได้และอัตรากำไรของผู้ประกอบการมีโอกาสถูกกดดัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กที่สายป่านสั้นกว่าและอัตรากำไรต่ำกว่ารายใหญ่

(2) ภาครัฐจะเริ่มจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในต้นปีหน้า ซึ่งฐานภาษีจะจัดเก็บตามมูลค่าที่ดิน อัตราภาษีเป็นอัตราก้าวหน้าที่แตกต่างกันตามมูลค่าที่ดินและวัตถุประสงค์การใช้ที่ดิน โดยจะยกเลิกภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ในส่วนของกฎหมายลูกของ พ.ร.บ.ภาษีที่ดิน จะประกาศเพิ่มเติมภายในเดือน ก.ค. 2019 ซึ่งคาดว่าจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผ่อนปรนอัตราภาษีที่ให้แก่ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยด้วย

อีไอซีประเมินว่า ผลกระทบด้านลบโดยตรงต่อต้นทุนของผู้ประกอบการอาจมีไม่มาก หากพิจารณาจากแนวทางการจัดเก็บภาษีที่ดินที่เผยแพร่โดย สศค.ในช่วงก่อนหน้า (ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังการประกาศกฎหมายลูก) ภาครัฐอาจผ่อนปรนให้กับที่ดินที่รอการพัฒนาเพื่อที่อยู่อาศัยในช่วง 3 ปีแรก คิดภาษีที่อัตราปีละ 0.05%

Advertisement

ของมูลค่าที่ดิน ซึ่งเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำมากเช่น ผู้ประกอบการถือครองที่ดินมูลค่า 100 ล้านบาทเพื่อเตรียมพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยที่ดินเป็นต้นทุนประมาณเกือบ 30% ของราคาขายที่อยู่อาศัย หากใช้เวลาถือครองที่ดินเพียง 3 ปี ทำให้ต้นทุนจากภาระภาษีเพิ่มขึ้นแค่ 0.04% ของราคาขายที่อยู่อาศัย

แต่หากถือครองที่ดินถึง 5 ปีก่อนจะพัฒนาโครงการ ผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าที่ 0.3-0.4% ของมูลค่าที่ดิน คิดเป็นเม็ดเงินภาษีในปีที่ 4-5 ปีละ 3.5 แสนบาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ถึง 1% ของราคาขายที่อยู่อาศัย

ในส่วนของผลกระทบทางอ้อมที่มีต่อผู้ประกอบการมีทั้งด้านลบและบวก โดยด้านลบส่วนหนึ่งอาจจะมาจากส่วนต่างของราคาบ้านมือสองต่อราคาบ้านใหม่ที่อาจเพิ่มขึ้นเนื่องด้วยอุปทานบ้านมือสองที่อาจเพิ่มขึ้นจากการเร่งระบาย NPA ของสถาบันการเงินภายในระยะเวลาที่ภาครัฐผ่อนปรนให้ (เบื้องต้นอาจอยู่ที่ 5 ปีตามแนวทางการจัดเก็บภาษีที่ดินของ สศค. โดยอาจเปลี่ยนแปลงหลังจากการประกาศกฎหมายลูก)

โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำเช่น บ้านในโครงการของผู้ประกอบการรายย่อยมีสภาพคล่องในการซื้อขายที่ต่ำกว่าโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ เป็นต้น ดังนั้น ผู้ประกอบการรายย่อยมีโอกาสได้รับผลกระทบทางอ้อมที่มากกว่ารายใหญ่ ขณะที่ผลกระทบด้านบวกมาจากต้นทุนที่ดินที่อาจลดลงตามอุปทานที่ดินที่พร้อมขายจะเข้าสู่ตลาดมากขึ้น เนื่องจากภาระภาษีที่มากขึ้นของที่ดินรกร้างที่ต้องเสียเพิ่มขึ้น 0.3% ในทุก 3 ปีจากอัตราภาษีที่ 0.3-0.7% ของมูลค่าที่ดิน

ทำให้เพิ่มแรงจูงใจแก่เจ้าของที่ดินบางส่วนทยอยระบายที่ดินในมือเข้าสู่ตลาดมากขึ้น เช่น ที่ดินมูลค่า 40 ล้านบาท จำนวน 1 ไร่ จะต้องเสียภาษีที่ดินในช่วง 1-3 ปีแรก ที่ปีละ 120,000 บาท และขยับเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 240,000 บาท

ในช่วงปีที่ 4-6 (หากมูลค่าที่ดินไม่เปลี่ยนแปลง) เทียบกับปัจจุบันที่มีภาระภาษีบำรุงท้องที่อาจไม่ถึงปีละ 80,000 บาท เป็นต้น

(3) กรุงเทพฯกำลังปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายผังเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกรมโยธาธิการฯ และคาดว่าจะประกาศใช้ในปี 2020 โดยผังเมืองใหม่จะเน้นปรับระดับการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มากขึ้น

เช่น ย่านฝั่งธนบุรีปรับจากพื้นที่เกษตรกรรมโซนสีเขียวเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยโซนสีเหลือง ที่ดินย่านพระนคร ป้อมปราบ และวัฒนา ปรับจากพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากโซนสีน้ำตาลเป็นพื้นที่เชิงพาณิชยกรรมโซนสีแดง และการขยายรัศมีการใช้ประโยชน์ที่ดินรอบสถานีรถไฟฟ้าจาก 500 เมตร เป็น 800 เมตร เป็นต้น

ทั้งนี้ อีไอซีคาดว่าผังเมืองใหม่จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการที่จะมีโอกาสพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้นในพื้นที่ที่มีศักยภาพ รวมถึงพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่หลากหลายประเภทมากขึ้น เช่น ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ เป็นต้น

ในระยะต่อไป ความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่จะกระทบต่อผู้ประกอบการอาจยังคงมีต่อเนื่อง เช่น การปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ซึ่งหลายพรรคการเมืองได้ใช้หาเสียง

ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด โดยอัตราค่าแรงงานขั้นต่ำที่ใช้หาเสียงอยู่ในช่วง 400-500 บาทต่อวัน ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการจริงจะส่งผลให้ต้นทุนแรงงานขยับสูงขึ้น ซึ่งต้นทุนแรงงานคิดเป็น 20% ของต้นทุนก่อสร้างบ้าน

ขณะที่ต้นทุนก่อสร้างบ้านคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40-50% ของต้นทุนรวมของผู้ประกอบการดังนั้น ถ้าค่าแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ระบบ precast และ prefab ในการก่อสร้าง รวมถึงผู้ประกอบการรายเล็กที่มีอำนาจต่อรองต่ำกับแรงงาน/ผู้รับเหมา ขณะที่การผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้น

ไปยังผู้บริโภคทำได้ยาก กระทบต่ออัตรากำไรของผู้ประกอบการจากกฎเกณฑ์ที่กล่าวมา ผู้ประกอบการอาจต้องเผชิญทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่จะทำให้ต้องเตรียมตัวรับมือ นอกเหนือไปจากการเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและภาวะการแข่งขัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบทางลบมากกว่ารายใหญ่ ซึ่งทำให้การดำเนินธุรกิจต้องใช้ความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในระยะข้างหน้า