เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

โบรกฟันธง Q2 กำไร บจ.ตก 2.2% ลดเป้าดัชนี/ลุ้นฟันด์โฟลว์เข้า-เฟดลดดอกเบี้ย

04 มิ.ย. 2562 | 08:58น.

2 โบรกเกอร์ฟันธงผลดำเนินงานไตรมาส 2 “ไม่สดใส” ปรับลดเป้าดัชนี ค่าย “บัวหลวง” คาดดัชนีลงแถว 1,670 จุด ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าไทย ชี้ช่องลงทุนหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ-หุ้นปันผลสูง เตือนรัฐบาลจัดตั้งช้าฉุดบรรยากาศลงทุน พร้อมเกาะติด ก.ย. ท่าทีเฟดลดดอกเบี้ย

นายสุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในเดือน มิ.ย. 62 เนื่องจากประเมินสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่ตอบโต้กันในขณะนี้ เป็นเพียงยุทธวิธี (tactic) ก่อนจะเจรจากันในการประชุมสุดยอดผู้นำ (G20) ที่เกิดขึ้นวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ โดยคาดว่าผลการเจรจาจะออกมาในเชิงบวก หรือสหรัฐจะยอมลดกำแพงภาษีที่นำเข้าสินค้าจากจีนลง เนื่องจากสหรัฐเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมากกว่า สะท้อนผ่านตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่ลดลง ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า การตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของสหรัฐ ต้องแบกรับต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม

สำหรับปัจจัยในประเทศ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่น่าจะสำเร็จภายในเดือน มิ.ย. แต่ก็มีความเสี่ยงที่รัฐบาลใหม่ไม่ได้มีเสียงข้างมาก และอาจมีอายุการทำงานที่ค่อนข้างสั้น จึงอาจส่งผลให้รัฐบาลใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนพึงพอใจกับผลงานและสามารถต่ออายุของรัฐบาลให้ยืนยาวขึ้นได้ ส่วนปัจจัยผลประกอบการงวดไตรมาส 1/62 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ออกมาดีกว่าคาดไว้ประมาณ 6% แต่ไตรมาส 2 บจ.จะมีค่าใช้จ่ายตั้งสำรองผลประโยชน์สำหรับพนักงานเกษียณตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้กำไร บจ.ลดลงราว 2.2%

“หลังจากสงครามการค้ามีการตอบโต้กันแรงขึ้น ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดเป้า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET index) ลงจาก 1,750 จุด มาอยู่ที่ 1,725 จุด แต่ยังคงตัวเลข EPS (กำไรสุทธิต่อหุ้น) ไว้อยู่ที่ 108-109 บาท/หุ้น และ P/E ของตลาดไว้ที่ 15 เท่า ซึ่งจะส่งผลให้ประมาณการกำไร บจ.ปีེ จะออกมาใกล้เคียงประมาณการเดิมที่เติบโต 15%”

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในเดือน มิ.ย. นายสุนทรกล่าวว่า ให้น้ำหนักในหุ้น domestic play (หุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ) ได้แก่ 1.หุ้นกลุ่มค้าปลีก ที่คาดจะได้รับแรงหนุนจากการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 2.หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ที่รัฐบาลใหม่ทยอยลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่ค้างท่อมูลค่ารวมเกือบ 6 แสนล้านบาท รวมถึงเปิดประมูลโครงการใหม่ ๆ 3.หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ที่น่าจะได้ผลบวกจากที่จีนย้ายฐานการผลิตมาไทย 4.หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลมีแผนสนับสนุนการลงทุนขยายไปยังเวียดนาม และ 5.หุ้นกลุ่มที่ให้เงินปันผลสูง ได้แรงหนุนจากดอกเบี้ยขาลง ขณะที่รัฐบาลเรียกเก็บภาษีกองทุนรวมตราสารหนี้ (บอนด์) 15% ส่งผลให้เม็ดเงินบางส่วนจากบอนด์ หันมาลงทุนหุ้นปันผลสูงแทน

“แนวโน้มฟันด์โฟลว์ (เม็ดเงินต่างชาติ) มีโอกาสกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยมากขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตไม่สูงมาก เทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน แต่เรามีเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่สูงกว่า อย่างไรก็ตาม หากมองระยะยาวยังมีความเสี่ยงที่ฟันด์โฟลว์จะไหลออกจากไทยไปยังตลาดหุ้นจีน เนื่องจากจีนได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุน ดัชนี MSCI China A-Shares เหมือนกัน ในช่วงปลายปีนี้ เราคาดว่าจะมีเงินไหลออกรวม 3 หมื่นล้านบาท ราว 3 รอบ ตั้งแต่เดือน พ.ย. 62 เดือน ก.พ. และ พ.ค. 63”

นายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ นักวิเคราะห์การลงทุน ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนและปัจจัยทางเทคนิค บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือน มิ.ย. น่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน เนื่องจากเชื่อว่าต่างชาติยังมองไทยเป็น safe haven อีกทั้งมีหุ้นที่จ่ายปันผลค่อนข้างสูง จึงดึงดูดต่างชาติเข้ามาลงทุนไทย แต่หากการเมืองในประเทศยังอึมครึม หรือยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อาจส่งผลให้ฟันด์โฟลว์ชะลอการเข้ามาลงทุนไทยก่อน

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังมีวัฏจักรขาลงของเศรษฐกิจโลก และสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ได้ยกระดับเกินกว่าที่คาดกัน รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐระยะสั้น ที่ปรับขึ้นสูงกว่าพันธบัตรระยะยาว (inverted yield curve) สะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐที่จะถดถอย จึงคาดว่ามีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.5% ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 62 ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิด

Advertisement

“อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลดำเนินงานของ บจ. งวดไตรมาส 2/62 ยังได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน ฝ่ายวิจัยเราได้ตัดสินใจปรับลดประมาณการกำไร บจ.ปีนี้ลง รวมถึงปรับลดเป้าภาพรวม SET index จาก 1,730 จุด ลงมาที่ 1,670 จุด และปรับลด EPS จาก 107.60 บาท/หุ้น ลงมาที่ 105.00 บาท/หุ้น ทำให้ P/E อยู่ที่ 15.5 เท่า”

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานไตรมาส 1/62 บจ.จำนวน 668 หลักทรัพย์ (94.4% ของทั้งหมด) มียอดขายรวม 2.92 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% ขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงานหลักราว 2.73 แสนล้านบาท ลดลง 3.3% ซึ่งเป็นผลจากธุรกิจหมวดพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์ได้รับผลกระทบเรื่องค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาน้ำมัน โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.52 แสนล้านบาท ลดลง 9.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งหมวดที่มีกำไรเพิ่มขึ้น คือ อาหารและเครื่องดื่ม ธนาคาร พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้านอัตรากำไรสุทธิของ บจ.ลดลงมาอยู่ที่ 8.6%

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในเดือน มิ.ย. แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจในประเทศ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การวางระบบ นิคมอุตสาหกรรม และการอุปโภค/บริโภค โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่โดดเด่นกว่าตลาด (Alpha) หุ้นขนาดกลาง และหุ้นขนาดเล็กที่มีศักยภาพและมีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้น