เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

ส่อง “ปัญหาครุศึกษาไทย” แนะสร้างครูดี-มีคุณภาพสูง

01 ก.ค. 2562 | 10:51น.

ถ้าหากมองถึงการยกระดับการศึกษาไทยให้มีคุณภาพ คงไม่อาจมองแค่เพียงการพัฒนานักเรียน และครูผ่านกลไกต่าง ๆ แต่ต้องมองย้อนไปถึงต้นทางของการผลิตครูอย่าง “ครุศึกษา” หรือคณะที่เปิดสอนด้าน “ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์” ว่ามีกระบวนการเตรียมการและสร้าง “ว่าที่ครู” อย่างไร เพื่อออกไปเป็น “ครูคุณภาพ”

กระนั้นที่ผ่านมา ปัญหาครุศึกษาของไทยยังไม่ถูกหยิบยกมาพูดถึงเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่มีความสำคัญไม่แพ้ประเด็นการศึกษาในมิติอื่น ๆ

จากความสำคัญดังกล่าว “คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร” จึงร่วมกับ “บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)” จัดงานเสวนาวิชาการ “EDUC SU Forum : Reimaging Teacher Education”

เนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ครบรอบ 49 ปี เพื่อสะท้อนมุมมองครุศึกษาไทยในปัจจุบัน และความคิดเห็นต่อทิศทางครุศึกษาไทยในอนาคต

เบื้องต้น “ผศ.ดร.มาเรียม นิลพันธุ์” คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นอีกหนึ่งสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนครุศึกษาของไทย โดยมีปณิธานที่ต้องการผลิตและพัฒนาครูในพื้นที่ รวมถึงสร้างรากฐานของการพัฒนาวิชาชีพครูให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

“ที่ผ่านมาครุศึกษามีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ โดยเฉพาะเรื่องหลักสูตรในการผลิตครู ซึ่งปีการศึกษา 2562 จะทำการเปิดสอนหลักสูตร 4 ปี จากเดิมที่เป็นหลักสูตร 5 ปี ส่งผลให้รูปแบบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูไม่เหมือนเดิม คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1-3 ต้องฝึกงานปีการศึกษาละ 1 เดือน และในชั้นปีที่ 4 ต้องฝึกงาน 1 ภาคเรียน”

“จากการปรับเปลี่ยนดังกล่าว คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เล็งเห็นว่ามีความสำคัญ การจัดเสวนาครั้งนี้จึงมีแนวคิด Reimaging Teacher Education เพื่อฉายภาพให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นของวิชาชีพครูและทิศทางด้านครุศึกษาที่ต้องเดินหน้าต่อไป”

ด้าน “ดร.ณรินทร์ ชำนาญดู” ผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จ.กาญจนบุรี สะท้อนความคิดเห็นว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนครุศึกษามีอยู่จำนวนมาก และมีความหลากหลายของสาขาวิชา แต่วิชาเอกที่เปิดสอนส่วนใหญ่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน ส่งผลให้นักศึกษาที่จบออกมานั้นต้องไปเป็นครูในสาขาวิชาที่ไม่ตรงกับที่เรียนมา

Advertisement

“อย่างการเรียนสาขาวิชาเอกพละ แต่ต้องไปเป็นครูวิชาภาษาไทย ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพการเรียนการสอนอย่างมาก ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยจะต้องลงไปทำงานใกล้ชิดกับโรงเรียนเลยว่า เขาอยากได้ครูสาขาวิชาเอกใดบ้าง เพื่อจะได้รู้ข้อมูลที่แท้จริง และผลิตครูได้ตรงกับความต้องการ”

“ไม่เพียงเท่านี้ อาจส่งครูเข้าไปช่วยสอน เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักเรียน ทำให้เกิดการจดจำ และเลือกที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ซึ่งจะช่วยอุดช่องว่างปัญหามหาวิทยาลัยขาดแคลนผู้เรียนได้อีกทางหนึ่ง”

เช่นเดียวกับ “ดร.มนต์เมืองใต้ รอดอยู่” ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ จ.นครปฐม ที่มองว่ามหาวิทยาลัยควรมีการจัดหลักสูตรแบบผสมผสานที่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ผสมกับภาษาอังกฤษ เพื่อเพิ่มองค์ความรู้และศักยภาพให้กับครูได้นำไปต่อยอดกับการทำงานจริง

“วันนี้การผลิตครูของมหาวิทยาลัยยังไม่ตรงกับความต้องการของโรงเรียน เนื่องมาจากสถานการณ์ของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันที่ต้องเลี้ยงดูตัวเอง จึงต้องเปิดสาขาวิชาต่าง ๆ เพื่อดึงดูดผู้เรียน โดยไม่ได้คำนึงว่าหลักสูตรนั้น ๆ เป็นที่ต้องการของโรงเรียนหรือไม่”

“แตกต่างจากเมื่อก่อนที่มหาวิทยาลัยมีจำนวนไม่มาก และมีความเชี่ยวชาญในการผลิตครูอย่างแท้จริง ฉะนั้นแล้ว มหาวิทยาลัยต้องปฏิรูปครุศึกษาใน 4 ด้าน คือ หลักสูตร, ครู, วิธีการสอน และวิธีการประเมินผล ที่ควรทำการประเมินเชิงประจักษ์กับนักเรียน”

“และหากต้องการให้ครุศึกษาสร้างการเปลี่ยนแปลงกับการศึกษาไทย จะต้องมีการปรับเงินเดือนของครูให้ติดระดับท็อป เพื่อกระตุ้นให้เด็กหันมาสนใจอาชีพนี้และเมื่อผนวกกับมาตรฐานการผลิตครูของมหาวิทยาลัยก็จะยิ่งทำให้ได้ครูที่พร้อมออกสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ”

ขณะที่ “ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา” อุปนายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร สะท้อนถึงรูปแบบของครุศึกษาที่ดีว่า จะต้องสร้างครูให้มีคุณลักษณะ 4 มิติ คือ พร้อมรับมือกับการเรียนรู้, ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต, เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นนักวิชาชีพที่สนใจใฝ่รู้ตลอดเวลา

และการจะทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง องค์การเพื่อความร่วมมือ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ระบุว่า จะต้องดึงดูดคนดี คนเก่งเข้ามาเป็นครูและมีแนวทางรักษาเขาให้อยู่ในระยะยาวรวมถึงมีเงินเดือนที่เหมาะสม ตลอดจนมีบรรยากาศในการทำงานที่ดี

“ภาพลักษณ์ของครุศึกษาที่สื่อสารไปสู่สาธารณะในตอนนี้ถือว่ายังดูไม่ทันสมัย คนมองว่าครูเป็นคนดี หรือเป็นแม่พระอย่างเดียว ซึ่งถึงเวลาแล้วที่มหาวิทยาลัยต้องสื่อสารเพิ่มเติมว่า คนที่เป็นครูนั้นมีความสมาร์ทด้วย เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์มากขึ้น”

“อีกทั้งครุศึกษาของไทยต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพอย่างเข้มข้น คือ ไม่เพียงแต่การฝึกประสบการณ์วิชาชีพระหว่างเรียนเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการฝึกอบรมครูในระหว่างการทำงานด้วย เพื่อพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพมากที่สุด”

ส่วน “ดร.นิภาพร กุลสมบูรณ์” ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่าครุศึกษาถูกคาดหวังสูงในหลายเรื่อง แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น ด้านนโยบาย, งบประมาณ และการวิจัย ซึ่งคณะศึกษาศาสตร์ หรือครุศาสตร์ ต้องเป็นกระบอกเสียงไปยังภาคนโยบาย

“ขณะเดียวกัน ภาคนโยบายควรปรับวิสัยทัศน์ว่า ครุศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ และนำทรัพยากรมาลงด้านนี้ ซึ่งการที่จะทำให้ครุศึกษาของไทยพัฒนาได้นั้นจะต้องวางให้เป็นวิชาชีพชั้นเลิศที่มีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ผ่านผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ระยะยาว รวมถึงได้รับทรัพยากรสนับสนุนทั้งด้านคน, งบประมาณและงานวิจัย”

ที่สำคัญ ต้องมองว่าการศึกษาเป็นบริการที่ให้กับสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองลูกค้า หรือธุรกิจ แต่เป็นประโยชน์ในการสร้างคนของประเทศ ซึ่งการสร้างหรือบ่มเพาะครูที่มีคุณภาพจะตอบโจทย์เด็กทั้งประเทศได้