เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“บิ๊กฉัตร” ทุ่มงบปี’61 กว่า 1.3 แสนล้านบ. พัฒนาภาคเกษตรฯ “ลุยแปลงใหญ่-ยกระดับสินค้า-เพิ่มแหล่งน้ำ”

06 ก.ย. 2560 | 16:22น.

“บิ๊กฉัตร”ทุ่มงบปี’61 กว่า 1.3 แสนล้านบ. พัฒนาภาคเกษตรฯ ลุยแปลงใหญ่-ยกระดับสินค้า-เพิ่มแหล่งน้ำ เผยยังไม่ล้มแผนผันน้ำ”สตึงมนัม”แค่ขอเวลาศึกษาร่วมกันเพื่อความเหมาะสม

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมหารือแผนขับเคลื่อน Smart Agricultural Curve ปี 2561 โดยเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงทุกหน่วยงาน ประธาน Single Command (SC) ทั้ง 77 จังหวัด ว่า นับตั้งแต่ปี 2559 ในการปฏิรูปภาคเกษตร ได้กำหนดเป้าหมายให้เป็นปีแห่งการลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร และเดินหน้าอย่างเข้มข้นในปี 2560 ให้เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน ตนได้เขียนแผนทั้งหมดตามแนวคิดเปรียบพื้นที่หรือทรัพยากรของประเทศที่มีจำกัด จำนวน 149 ล้านไร่เป็นกระดาษ A4 โดยพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการงานสู่ 13 นโยบายหลัก (Agenda) นำนวัตกรรมเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เข้ามาช่วยขับเคลื่อน สามารถลดต้นทุนได้ 20% เพิ่มผลผลิตได้ 20% เพื่อไปสู่เป้าหมายปลายทางคือ คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินลดลง และมีความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกรสร้างรายได้หลักให้ประเทศ ซึ่งปี 2561 ได้กำหนดแผนบูรณาการแผนงานโครงการสำคัญที่จะดำเนินการให้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น 15 แผนงานหลัก ได้แก่

1. การบริหารจัดการน้ำ 2. เกษตรแปลงใหญ่ 3. ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร 4. การบริหารพื้นที่เกษตรโดย Agrimap 5. การพัฒนาเกษตรกรสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์ 6. พัฒนาสถาบันเกษตรกรในรูปแบบประชารัฐ 7. ธนาคารสินค้าเกษตร 8. เกษตรอินทรีย์ 9. เกษตรทฤษฏีใหม่ 10. การแก้ปัญหาประมงไอยูยู 11. พัฒนาศูนย์เมล์ดพันธุ์ข้าว 12. การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการใช้เครื่องจักรกลทดแทนแรงงาน 13. ตลาดสินค้าเกษตร 14. การพัฒนาสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน 15. การจัดการหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ ภายใต้งบประมาณปี 2561 ประมาณ 55,000 ล้านบาท จากงบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ ปี 2561 ทั้งสิ้น 103,580 ล้านบาท

“ในปีที่ผ่านมาหลายๆอย่างก็เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมไม่ว่าจะเป็นการจัดการน้ำ แปลงใหญ่ ประชารัฐ ยกระดับสินค้าเกษตร แต่ในปี61 ต้องเน้นบูรณาการและชี้เป้าให้ชัดว่าต้องทำเท่าไร ตรงไหนอย่างไร เน้นๆ ให้เห็นว่าเกษตรกรมีรายได้เพิ่มจากแปลงใหญ่จริง และตเองเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร อินทรีย์ ในแต่ละจังหวัดให้ชัด”

ทั้งนี้ 15 แผนงานจะมีหน่วยงานหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการการทำงานร่วมกัน และมีการประเมินผลความสำเร็จในแต่ละช่วงเวลาโครงการ พร้อมทั้งได้กำหนดเป้าหมายให้เป็นปีแห่งการยกระดับคน การบริหารจัดการมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่เกษตร 4.0 โดยมีกรอบแนวคิดและการดำเนินงานต่อเนื่องตามนโยบายยกกระดาษ A4 ซึ่งจะเป็นกลไกผลักดันให้แผนขับเคลื่อน Smart Agricultural Curve ในปี 2561 บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้โดยเน้นการพัฒนาบุคลากร ทั้งข้าราชการและเกษตรกร โดยข้าราชการต้องเป็นข้าราชการที่มีสมรรถนะสูง มีอุดมการณ์ รอบรู้ในงานของตน และเชี่ยวชาญหลากหลายสาขาวิชา สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรไปแนะนำเกษตรกรได้

รวมทั้งเข้าใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนเร่งสร้างเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปปรับใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร จัดทำแผนธุรกิจ และเชื่อมโยงตลาดได้ รวมถึงยกระดับการบริหารจัดการ โดยภาคราชการต้องเน้นการทำงานแบบบูรณาการ แลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน รวมทั้งนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และงานวิจัยมาใช้ในการขับเคลื่อนงานได้ ส่วนเกษตรกรต้องบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบครบวงจร เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ ประยุกต์ใช้นวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุ สำหรับงบประมาณรายจ่ายปี 2561 เพิ่มขึ้นจากงบปีที่แล้ว จำนวน 90,050.07 ล้านบาท เนื่องจากมีส่วนงานโครงการชลประทาน กรมชลประทาน ที่จำเป็นต้องเพิ่มและพัฒนาแหล่งน้ำ โดยกรมชลประทานได้รับงบประมาณเพิ่มจาก 4 หมื่นล้าน เป็น 5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึง แผนผันน้ำสตึงนัม พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องศึกษาความจำเป็นใช้น้ำและแหล่งน้ำที่จะนำมารองรับพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้มีความชัดเจนมากขึ้นก่อน และยืนยันว่ายังไม่ได้ล้มแผนแต่อย่างใด ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้มีหลายหน่วยงานที่ต้องช่วยกันศึกษาความจำเป็นและให้เกิดความเหมาะสมที่สุดร่วมกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สตึงมนัม