เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
ดูทั้งหมด

บาทผันผวน จากถ้อยแถลงประธานเฟด และมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย

12 ก.ค. 2562 | 18:50น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์นี้เปิดตลาดในวันจันทร์ (8/7) ที่ระดับ 30.75/76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (5/7) ที่ 30.64/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าลงหลังจากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเชิงบวกของสหรัฐ คือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 224,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งมากกว่าการคาดการณ์ของตลาดที่คาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 162,000 ตำแหน่ง จากระดับ 72,000 ตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า ส่งผลทำให้มีแรงซื้อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นสัปดาห์ แม้ว่าอัตราการว่างงานของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.7% ในเดือนมิถุนายน จาก 3.6% ในเดือนก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างมีน้ยยะสำคัญ ภายหลังจากที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ แถลงการณ์ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีใจความสำคัญที่แสดงถึงความกังวลเกี่ยวกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ กล่าวคือเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และประเทศคู่ค้าต่าง ๆ และเศรษฐกิจที่ถดถอยของประเทศต่าง ๆ ซึ่งส่งผลทำให้มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้เร็วสุดในการประชุมครั้งหน้าที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30-31 กรกฎาคม โดยคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% ในการประชุมครั้งที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากมีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเชิงบวกของสหรัฐ คือ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานที่ขยายตัว 0.3% ในเดือนมิถุนายน มากกว่าการคาดการณ์ของตลาดว่าจะขยายตัว 0.2% และจากการขยายตัวนี้เองทำให้เมื่อเทียบรายปีดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 2.1% ในเดือนมิถุนายนจากระดับ 2% ในเดือนก่อนหน้า

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศมาตรการเพื่อเฝ้าระวังเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น คือ การปรับปรุงหลักเกณฑ์มาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท โดยลดยอดคงค้างบัญชีเงินฝากสกุลบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-Resident : NR) ทั้ง Non-Resident Baht Account (NRBA) และ Non-Resident Baht Account for Securities (NRBS) ณ สิ้นวัน จากเดิม 300 ล้านบาทเป็น 200 ล้านบาทต่อราย NR เพื่อลดช่องทางการพักเงินระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติ

นอกจากนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยยังเพิ่มความเข้มงวดการรายงานข้อมูลยอดคงค้างการถือครองตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อให้สามารถติดตามพฤติกรรมการลงทุนในตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์แนวโน้มและกำหนดนโยบายหรือมาตรการ เงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศในระยะต่อไป โดยธนาคารแห่งประเทศไทยกล่าววา ตลาดการเงินในปัจจุบันมีความผันผวนจากปัจจัยความไม่แน่นอนต่าง ๆ เช่น สงครามการค้าของสหรับ และประเทศคู่ค้า และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และนโยบายผ่อนคลายการเงินของประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่ประเทศเกิดใหม่อย่างมาก โดยนักลงทุนต่างชาตินั้นยังมีมุมมองเชิงบวกต่อค่าเงินบาท จึงทำให้นักลงทุนต่างชาติเพิ่มการถือครองเงินบาทและมีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยเพิ่มมากขึ้น โดยธนาคารแห่งประเทศไทยมีความกังวลสำหรับค่าเงินบาทที่มีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมากและรวดเร็วเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม จึงได้มีการออกมาตรการดังกล่าวมาควบคุม โดยค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 30.55-30.92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (12/7) ที่ระดับ 30.84/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันจันทร์ที่ (8/7) ที่ระดับ 1.1226/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากระดับปิดตลาดวันศุกร์ (5/7) ที่ 1.1279/82 ที่ (1.1279/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโรค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเนื่องจากการแข็งค่าของค่เางินดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเชิงบวกคือ ยอดส่งออกในเดือนพฤษภาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบรายเดือน ส่วนยอดนำเข้าในเดือนพฤษภาคมปรับลง 0.5% ทำให้ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีปรับขึ้นสู่ 1.87 หมื่นล้านยูโร (2.099 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนพฤษภาคมจาก 1.69 หมื่นล้านยูโรในเดือนเมษายน นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 2.1% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.3% ในเดือนพฤษภาคม ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี ประจำเดือนมิถุนายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเปรียบเทียบรายเดือนเท่ากับระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และของฝรั่งเศสปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเปรียบเทียบรายเดือน เท่ากับระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เช่นกัน

อย่างไรก็ตามดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนดิ่งลงในเดือนกรกฎาคมแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 โดยปรับตัวลงสู่ระดับ -5.8 จากระดับ -3.3 ในเดือนมิถุนายน และสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ +0.1 การดิ่งลงของดัชนีได้รับผลกระทบจากการที่นักลงทุนมีความมวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน แม้ว่ามีสัญญาณบวกจากการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้น ในสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง  1.1192-1.1285 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (12/7) ที่ระดับ 1.1262/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ที่ (8/7) ที่ระดับ 108.46/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับปิดตลาดวันศุกร์ (5/7) ที่ 108.02/05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนยังเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และยังคงมีแรงเข้าซื้อค่าเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญเชิงลบคือ ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานปรับตัวลง 7.8% ในเดือนพฤษภาคมสู่ระดับ 8.49 แสนล้านเยน หรือประมาณ 7.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นปรับตัวลง 15.8% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ 1.59 ล้านล้านเยน (1.465 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เนื่องจากมียอดส่งออกไปจีนลดลง ซึ่งเป็นผมลลมาจากข้อพิพาทการค้าระหว่างจีนและสหรัฐสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวระหว่าง 107.85-108.98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์  (5/7) ที่ระดับ 108.34/38 เยน/ดอลลาร์

Advertisement