เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ เตือนธงแดงคลองบางใหญ่ เร่งยกของขึ้นที่สูง
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ เตือนธงแดงคลองบางใหญ่ เร่งยกของขึ้นที่สูง
TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
Finance TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักอีกครั้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักอีกครั้ง
เพลิดเพลินกิจกรรมสร้างสรรค์พบ 10 ปกหนังสือขายดี มติชน J02
Biz Movement เพลิดเพลินกิจกรรมสร้างสรรค์พบ 10 ปกหนังสือขายดี มติชน J02
เจาะแผน ศรีนานาพร ฝ่าวิกฤตไฟไหม้ ฟื้นธุรกิจ
Business เจาะแผน ศรีนานาพร ฝ่าวิกฤตไฟไหม้ ฟื้นธุรกิจ
เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
Finance เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติโชว์ฟินเทคดันธุรกรรมออนไลน์ 700 ล้านครั้ง/เดือน 50 ล้านคนเชื่อมพร้อมเพย์

18 ก.ค. 2562 | 13:24น.

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ “วิรไท” กาง 4 หลักการหวังพัฒนาเทคโนโลยีการเงินไทย โชว์ผลงานที่ผ่านมายอดทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 700 ล้านธุรกรรม/เดือนในช่วง พ.ค.62 ชี้กฎระเบียบที่คุมต้องไล่ตามโลกให้ทัน-เอื้อการเชื่อมโยงข้อมูล/เงิน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายในงาน “Bangkok FinTech Fair 2019” ว่า เรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology) จะกลายเป็น 1 ในวาระนโยบายที่แบงก์ชาติให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยมองว่าเทคโนโลยีทางการเงินส่งผลให้เกิดข้อดี 3 ประการ ได้แก่ 1.ประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) 2.การเข้าถึง (Inclusivity) และ 3.การมีเสถียรภาพ (Immunity) ขณะที่งานในปีนี้ 3 เรื่องดังกล่าวยังเป็นไฮไลต์หลักที่ ธปท.ผลักดันในโลกของการพัฒนาระบบการเงินไทย

“ผมอยากไฮไลต์ความสำเร็จเพิ่มเติมที่เราได้ทำมาในปี 2561 ปัจจุบันประชาชนไทยเกือบ 50 ล้านคนสามารถเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยจำนวนติดตั้งจุดใช้จ่าย QR Code ปัจจุบันเพิ่มขึ้นถึง 5 ล้านจุด ในส่วนของจำนวนธุรกรรมทางการเงินบนระบบอิเล็กทรอนิกส์เองก็เพิ่มขึ้นจาก 440 ล้านธุรกรรม/เดือน ในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 700 ล้านธุรกรรม/เดือน ในเดือน พ.ค.62” นายวิรไท กล่าว

นอกจากนี้ นายวิรไท ยังชี้ว่าสิ่งหนึ่งที่เทคโนโลยีทางการเงินจะให้ประโยชน์แก่ประเทศชาติได้ คือ เครือข่ายทางการเงินที่มีคุณค่า (Value of Financial Network) กล่าวคือ หากระบบการเงินสามารถต่อเชื่อมกันได้แบบไม่สะเปะสะปะ (fragmented) ก็จะสามารถนำข้อมูลในระบบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศเล็กๆ อย่างประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ในการที่สามารถนำบิ๊กดาต้าจากเครือข่ายที่เชื่อมกันอยู่มาใช้ หรือความสามารถในการทำให้ข้อมูลถ่ายโอนไปหากันได้

โดยการที่จะทำให้ Value of Financial Network เกิดขึ้นได้จะต้องมีปัจจัย 4 ประการสำคัญ ได้แก่ 1.โครงข่ายระบบแบบเปิด (Open Architecture Framework) คือ การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดเพื่อที่ผู้เล่นรายใหม่จะสามารถเข้ามาเชื่อมต่อกับระบบได้ 2.ระบบที่สามารถเชื่อมต่อสื่อสารกันได้ (Interoperability of System) เพื่อเปิดให้ระบบของผู้ให้บริการที่มีความแตกต่างกันสามารถที่จะเชื่อมโยงกันได้ รวมถึงเอื้อให้เงินในระบบการเงินสามารถที่จะไหลเวียนได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ทำให้ผู้ให้บริการที่เป็นธนาคาร (Bank) และผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) สามารถเชื่อมต่อกันและส่งผลให้เงินเกิดการเคลื่อนย้ายระหว่างกันอย่างคล่องตัวโดยที่ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ ยังส่งผลดีในแง่ที่ให้ผู้ให้บริการสามารถแข่งขันกันได้อีกด้วย และ QR Code สามารถยกระดับขยายไปต่างประเทศได้ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย เช่น เชื่อมโยงกับระบบในอาเซียนได้ เป็นต้น

3.โครงสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสม (Right Intensive Structure) โดยชี้ว่าโครงสร้างแรงจูงใจจะต้องจูงใจทั้งในส่วนของผู้ใช้บริการและในส่วนของผู้ให้บริการ เช่น การทำระบบให้สะดวกขึ้นหรือให้บริการในราคาที่ถูกลง เหล่านี้จะจูงใจให้ลูกค้าหันมาใช้บริการการชำระเงินที่ใช้เทคโนโลยีการเงินแบบใหม่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจ (Confidence) เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเช่นกัน เพราะถึงแม้ว่าบริการจะสะดวกและมีราคาถูก แต่หากลูกค้าขาดความมั่นใจก็ไม่สามารถจูงใจให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้ ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ให้บริการก็ควรจะมีโครงสร้างที่เอื้ออำนวย เช่น กฎเกณฑ์ที่ไม่มากจนเกินไป เป็นต้น เพื่อจูงใจให้ผู้ให้บริการอยากที่จะให้บริการ

และสุดท้าย 4.โครงสร้างกฎระเบียบ (Regulatory Framework) โดยเน้นว่าจะต้องบาลานซ์ (balance) กล่าวคือไม่ปล่อยเกินไปและไม่เข้มงวดจนเกินไป ต้องมีสมดุลเพื่อเอื้อให้ผู้ให้บริการสนใจที่จะมาลงทุนและให้บริการ และเพื่อดึงนวัตกรรมทางเงินต่างๆ ให้เข้ามาในระบบการเงินไทย ขณะเดียวกันก็ไม่ควรจะปล่อยจนเกินไปจนทำให้เกิดความเสี่ยงแก่ระบบ โดยการมีกฎระเบียบที่ยืนหยุ่นจะทำให้เราก้าวทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้

“เราเปลี่ยนกฎระเบียบให้เป็นกฎระเบียบที่อิงกับกิจกรรม (Activity Based Regulation) จากในอดีตอาจใช้กฎระเบียบหรือกฎเกณฑ์ตามรายสถาบันหรือรายผู้เล่น ตอนนี้เราจะไม่ดูที่ว่าเขาเป็นใคร แต่จะดูที่กิจกรรมที่เขาทำแทน ซึ่งจะทำให้การแข่งขันมีความยุติธรรมมากยิ่งขึ้น” นายวิรไทกล่าว

นายวิรไทกล่าวว่า ทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้นจะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีความร่วมมือ (Collaboration) และการจัดงาน Bangkok FinTech Fair 2019 ในครั้งนี้เองก็เป็นหนึ่งในความร่วมมือที่ทำให้ประเทศไทยได้เชิญผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์จากทั่วเอเชียและทั่วโลกมาให้ความรู้และร่วมแชร์ประสบการณ์กัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลักที่ ธปท.ต้องการผลักดัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกรรมออนไลน์ แบงก์ชาติ