นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า กปน. ห่วงใยสถานการณ์ภัยแล้ง ที่เกิดขึ้น จึงได้มีการประชุมร่วมกับกรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ถึงสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะในส่วนของน้ำอุปโภคบริโภค ได้รับการยืนยันจากกรมชลประทานว่า จะจัดสรรน้ำดิบเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก ซึ่ง กปน. ต้องขอขอบคุณกรมชลประทานเป็นอย่างยิ่ง จึงขอให้ผู้ใช้น้ำของ กปน. ใน 3 จังหวัด ประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ มั่นใจได้ว่าจะมีน้ำประปาใช้อย่างต่อเนื่อง
นายปริญญา กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ กปน. นำแผนงานบูรณาการในภาวะวิกฤติภัยแล้งมาใช้ โดยได้ปรับปริมาณการสูบจ่ายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำ เพื่อเป็นการรักษาน้ำต้นทุนของประเทศให้เพียงพอสำหรับทุกภาคส่วน
ซึ่งการปรับปริมาณการสูบจ่ายน้ำดังกล่าว จะไม่กระทบกับการใช้น้ำของผู้ใช้น้ำ และ กปน. เตรียมการเปิดจุดจ่ายน้ำทั้ง 18 สาขา เพื่อให้บริการแก่หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ชายขอบของ กปน. ในกรณีเกิดปัญหาภัยแล้งด้วย
นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพในการให้บริการน้ำในอนาคต กปน. ยังมีโครงการเมกะโปรเจคภายใต้ชื่อ โครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลักครั้งที่ 9 และ 10 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปา และเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงของระบบประปาอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กปน. ต้องขอความร่วมมือประชาชนทุกคนให้ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด โดยใช้น้ำเท่าที่จำเป็น ไม่ปล่อยให้น้ำไหลทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ หันมาใช้ก๊อกน้ำที่ได้รับฉลากประหยัดน้ำของ กปน. รวมทั้งตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์และระบบท่อประปาภายในบ้านให้อยู่ในสภาพดีเสมอ เพื่อสงวนทรัพยากรน้ำของประเทศไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน
กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน หากพบเห็นท่อประปาแตก-รั่ว สามารถแจ้งได้ทางแอปพลิเคชัน MWA onMobile หรือศูนย์บริการประชาชน โทร.1125 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์