เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,050 บาท
กรรมของผี
คุยกับเอกราช กรรมของผี
ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
Finance ธอส.ลุย 2 โปรเจ็กต์รัฐปล่อยกู้บ้าน 3 ล้าน-ติดโซลาร์
สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
ดูทั้งหมด

Kickoff ประกันรายได้ปาล์ม ชาวสวนฮือ-พ่อค้า ยิ้มรับส่วนต่าง

10 ส.ค. 2562 | 19:40น.

ในที่สุดรัฐบาลก็เริ่ม Kickoff การประกันรายได้เกษตรกรจากชุดนโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เริ่ม “นำร่อง” แก้ปัญหาปาล์มน้ำมันกับยางพารา ที่กำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำก่อนเป็นอันดับแรก จากการประชุมคณะทำงาน 3 ฝ่าย (รัฐ-เอกชน-เกษตรกร) ที่ประชุมมีมติร่วมกันที่จะดำเนินการประกันรายได้ให้ชาวสวนปาล์มน้ำมันโดยกำหนดราคาประกันเป้าหมายไว้ที่ กก.ละ 4 บาท

ชาวสวนปาล์มมีสิทธิได้รับเงินประกัน 25 ไร่ต่อครัวเรือนในกรอบการจ่ายเงินทุก ๆ 3 เดือนรวม 4 ครั้งหรือ 4 รอบต่อปี โดยเงินจะถูกจ่ายผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้เงินได้ส่งถึงมือชาวสวนปาล์มโดยตรง

มติที่ประชุมของคณะทำงานร่วม 3 ฝ่ายในชั้นนี้ยังถือเป็น “หลักการ” ประกันรายได้เกษตรกรแบบกว้าง ๆ เนื่องจากจะต้องนำข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ซึ่งมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป

ทว่าในทางปฏิบัติการประกันรายได้กลับมีรายละเอียดที่จะต้องนำมาพิจารณามากกว่าที่จะ “รวบรัด” พูดคุยกันในคณะทำงาน 3 ฝ่าย ประกอบกับบทเรียนในการประกันรายได้ในอดีตที่ผ่านมา และใช่ว่าการประกันรายได้จะเป็นวิธีที่เหมาะสมกับทุกพืชเกษตรที่ล้วนมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ จากองค์ประกอบสำคัญของการประกันรายได้ที่จะต้องมี 5 ส่วน ได้แก่ ราคาประกันเป้าหมาย, ราคาอ้างอิง, ระบบจดทะเบียนเกษตรกรหรือการขึ้นทะเบียนเกษตรกร, กรอบระยะเวลาในการดำเนินการและแหล่งที่มาของเงินที่จะใช้ประกันรายได้ตามสูตรมาตรฐานที่เคยใช้กับการประกันราคาสินค้าเกษตร (ข้าวเปลือก)

ในอดีตที่ว่า (ราคาประกันเป้าหมาย-ราคาอ้างอิง) X ปริมาณผลผลิตที่จะเข้าร่วมโครงการ = เงินชดเชยที่เกษตรกรจะได้รับ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ “ราคาอ้างอิง” ที่จะต้องถูกประกาศออกมาเป็นรอบ ๆ ตามกลไกราคาตลาดภายในประเทศ ในขณะที่สินค้าเกษตรล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ commodities มีการเปลี่ยนแปลงในตลาดโลกอย่างรวดเร็วเพียงแค่ชั่วข้ามคืนราคาก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคายางพารา) จากความกังวลที่ว่า ราคาอ้างอิงที่ถูกประกาศออกมาจะ “ไม่ทันต่อสถานการณ์ราคาตลาดโลก” ซึ่งจะมีผลได้ผลเสียต่อทั้งเกษตรกรและผู้ส่งออก

ยกตัวอย่าง การประกันรายได้ปาล์มน้ำมันที่พรรคประชาธิปัตย์มุ่งหมายนำร่องให้เป็นสินค้าแรกนั้น ในขณะนี้มีเพียงความชัดเจนในเรื่องของราคาประกันเป้าหมายที่กำหนดไว้ 4 บาท/กก.เท่านั้น ยังไม่มีการพิจารณาในเรื่องของ “เกณฑ์” ราคาอ้างอิงจะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และราคาอ้างอิงถูกกำหนดให้ประกาศตายตัวเป็นรอบ ๆ ทุก ๆ 3 เดือนหรือปีละ 4 รอบ มีความเหมาะสมกับธรรมชาติผลผลิตของปาล์มน้ำมันที่จะออกสู่ตลาดหรือไม่ เนื่องจากราคาอ้างอิงจะต้องถูกกำหนดให้เป็น “ตัวลบ” ราคาประกันเป้าหมายมีผลสำคัญยิ่งยวดถึงจำนวนเงิน “มากหรือน้อย” ที่ชาวสวนปาล์มควรจะได้รับ

นอกจากนี้ระบบจดทะเบียนเกษตรกรหรือการขึ้นทะเบียนเกษตรกรยังนำไปสู่ข้อขัดแย้งจากความจริงที่ว่า ยังมีเกษตรกรชาวสวนปาล์ม (รวมไปถึงสวนยางพารา) อีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในระบบ เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องจากการบุกรุกป่า พื้นที่ทับซ้อนมาอย่างยาวนาน รัฐบาลจะบริหารจัดการกับเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเหล่านี้ให้ได้รับประโยชน์จากนโยบายการประกันรายได้อย่างไรรวมไปถึงปรากฏการณ์ “แตกโฉนด” ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางกับเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน แต่ต้องการรับเงินประกันรายได้ “มากกว่า” 25 ไร่ที่กำหนด ทั้ง ๆ ที่เป็นบุคคลที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับการประกันราคาข้าวเปลือกในอดีต

ความไม่ชัดเจนเบื้องต้นที่ยังไม่มีข้อสรุปได้ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญในวงการปาล์มน้ำมันของประเทศขึ้นแล้ว จากสถานการณ์ราคาผลปาล์มในตลาดขณะนี้อยู่ที่ กก.ละ 2.50 บาท และมีความเป็นไปได้จากการคาดหมายที่ว่า รัฐบาลต้องการ “ชดเชย” ชาวสวนปาล์มจากการประกันรายได้ที่ กก.ละ 1.50 บาท ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (สิงหาคม 2562) ในตลาดโลกยังทรง ๆ อยู่ประมาณ กก.ละ 14.80-14.90 บาท (2,000-2,005 ริงกิต/ตัน) หรือ “ต่ำกว่า” ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 16-17 บาท เท่ากับราคาภายในและภายนอก “ต่างกัน” กก.ละ 1-2 บาท

จนมีการตั้งข้อสังเกตกันแล้วว่า จากส่วนต่างราคาน้ำมันปาล์มดิบภายในและภายนอกประเทศ กับเงินชดเชยรายได้จากการประกัน จะยังประโยชน์ให้กับผู้ที่มี “สต๊อกน้ำมันปาล์ม” ที่อาจมาจากการ “ลักลอบ” นำเข้าหรือไม่ หลังเกิดสิ่งผิดปกติจากปริมาณสต๊อกที่เชื่อกันว่ามีถึง 450,000 ตัน (ตัวเลขอย่างเป็นทางการของกรมการค้าภายในระบุ 280,000 ตัน) หากรัฐบาล “เลือก” ที่จะใช้เกณฑ์จำนวนผลผลิตปาล์มน้ำมันจากการคำนวณน้ำมันปาล์มดิบที่ชาวสวนขายให้กับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ทอนกลับมาเป็นจำนวนผลผลิต (ผลปาล์มทะลายต่อไร่) เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้ชาวสวนปาล์ม ซึ่งอาจจะเป็นชาวสวนที่ถูกสวมสิทธิ กลับกลายเป็นว่า ชาวสวนปาล์มตัวจริงไม่ได้รับเงินชดเชย เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด รัฐละลายเงินงบประมาณ พื้นที่ปลูกปาล์มขยายเพิ่มขึ้น และที่สำคัญก็คือ นโยบายประกันรายได้ไม่ได้ช่วยยกระดับราคาผลปาล์มแต่อย่างใด