เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
ดูทั้งหมด

ศก.โลกซบ! หวั่นเหล็กจีนท่วมตลาด ‘ทาทาสตีล’หวนขยายตลาดอินเดีย

15 ส.ค. 2562 | 16:07น.
หวั่นเหล็กจีนท่วมโลก หลังศก.โลกซบ ผลิตล้นตลาด 30 ล้านตัน ‘ทาทาสตีล’ วางกลยุทธ์หวนคืนขยายตลาดอินเดีย

นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มความต้องการบริโภคเหล็กทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงจากสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่อย่างอินเดีย ยุโรป และจีน โดยเฉพาะจีนเองความต้องการใช้เหล็กภายในประเทศก็ลดลงเช่นกันทั้งในภาคก่อสร้าง ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ทำให้สินค้าเหล็กที่จีนผลิตออกมานั้นคาดว่าจะล้นตลาดและมีแนวโน้มจะส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณเหล็กที่จีนผลิตออกมานั้นทั้งปี 70 ล้านตัน ซึ่งเป็นปริมาณใกล้เคียงจากปีที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้ มีโอกาสที่จีนจะผลิตได้มากถึงประมาณ 100 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้ปริมาณเหล็กล้นถึง 30 ล้านตัน ที่จะไหลออกสู่ต่างประเทศ ซึ่งอาจจะกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมเหล็กรวมถึงประเทศไทยด้วย

โดยปริมาณที่ไหลออกมานั้น คาดการณ์จะมีราคาถูก ทั้งนี้เป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบบางตัวอย่าง แร่เหล็ก และถ่านหิน แนวโน้มอ่อนค่าลงซึ่งมีผลทำให้ราคาลดลง แต่อย่างไรก็ดี ราคาเหล็กสำเร็จรูปยังมีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะไปผลักภาระให้กับผู้บริโภคเหล็กได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แต่อย่างไรก็ดี ในส่วนของทาทา สตีล (ประเทศไทย) เพื่อขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีแผนที่จะขยายตลาดผ่านช่องทางค้าปลีกเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายความต้องการให้ถึงมือผู้บริโภค ทั้งเหล็กลวด เหล็กเส้นหรือเหล็กที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนถึง 30% ที่จะขยายไปในช่องทางนี้ นอกจากนี้ จะขยายไปในช่องทางของอสังหาริมทรัพย์ด้วย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ที่ยังมีการเติบโตอยู่

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทมีรายได้จากยอดขายสุทธิ 5,420 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ของปีก่อนหน้า ขณะที่ กำไรก่อนหักภาษีอยู่ที่ 44 ล้านบาท ขาดทุนไป 93 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ เป็นผลมาจากราคาเศษเหล็กและต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงการขาดทุนจากการการแข็งค่าของเงินบาท และการจ่ายค่าชดเชยสินไหมทดแทนจากการระเบิดของเตาหลอมไฟฟ้าเมื่อปีที่แล้วอีกด้วย พร้อมกับค่าชดเชยค่าใช้จ่ายจากกฎหมายแรงงานเมื่อพนังงานเกษียณอายุ

ขณะที่ ปริมาณการยอดขายรวมของบริษัทในไตรมาส 1 ของปีนี้มีปริมาณ 299,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า หากจำแนกเป็นการขายในประเทศสำหรับเหล็กเส้น เหล็กตัด และดัด อยู่ที่ 166,000 ตัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า เหล็กลวดยอดขายอยู่ที่ 83,000 ตัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนการส่งออก 39,000 ตัน ลดลงเมื่อเทียบไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการเหล็กลดลงจากหลายประเทศ แต่อย่างไรก็ดี สำหรับแนวโน้มความต้องการเหล็กในอินเดีย คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ดังนั้น ทางนโยบายของบริษัทแม่ ทาทา สตีล ที่อินเดียมีแผนจะขยายการลงทุนและหาพันธมินตรใหม่เพิ่มเติม

ทั้งนี้ เพื่อเป้าหมายในการรักษาส่วนแบ่งตลาดในอินเดียไว้ จึงมีแนวทางในการหาพันธมิตรใหม่ๆ จากยุโรปรวมไปถึงประเทศที่ ทาทา สตีล เข้าไปลงทุน ซึ่งล่าสุดได้เข้าไปซื้อกิจการที่กำลังล้มละลายในยุโรปโดยมีกำลังผลิตถึง 5 ล้านตันซึ่ง ทาทา สตีล ก็เข้าไปบริหาร ส่วนการซื้อขายหุ้นให้กับ HBIS Group Co.,Ltd. (HBIS) ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ที่จัดตั้งขึ้นโดยให้ HBIS จะถือหุ้น 70% และ TSGH หรือ T S Global Holdings Pte. Ltd บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 30% นั้น ล่าสุดไม่สามารถดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่จำเป็นในการรับรองการอนุมัติจากมณฑลเหอเป่ยได้ตามระยะเวลา 6 เดือน และได้ตัดสินใจไม่ขยายเวลา ดังนั้นสัญญาดังกล่าวก็ถูกยกเลิกไป

อย่างไรก็ดี การจัดหาพันธมิตรใหม่ก็ยังเป็นนโยบายที่จะต้องดำเนินการตามนโยบายของบริษัทแม่ แต่ทั้งนี้ ทาทา สตีล (ประเทศไทย) ไม่ได้มีนโยบายที่จะหาพันธมิตรและย้ายฐานออกจากประเทศไทย แต่เป็นการรองรับการขยายตัวและความต้องการเหล็กในอินเดียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เป้าหมายการค้าในประเทศและการส่งออก ทาทา สตีล (ประเทศไทย) ยังคงผลักดันและขยายการค้าไปในช่องทางต่างๆเพิ่มเติมต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุตสาหกรรมเหล็ก เหล็ก